ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อาชีพ

งาน Hybrid และ Work from Home ยังเป็นที่ต้องการหรือไม่

JK
JobKub Editorial Team
21 กรกฎาคม 2569
5 นาที|2 เข้าชม
งาน Hybrid และ Work from Home ยังเป็นที่ต้องการหรือไม่

หลังจากที่ Work from Home กลายเป็นเรื่องปกติในช่วงโควิด-19 หลายคนก็เริ่มสงสัยว่าตอนนี้ปี 2026 การทำงานรูปแบบนี้ยังมีความต้องการอยู่ไหม หรือทุกองค์กรกลับมาบังคับเข้าออฟฟิศ 5 วันเต็ม/สัปดาห์กันแล้ว?

คำตอบสั้น ๆ คือ “ยังต้องการอยู่ต่อเนื่อง” เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สมดุลระหว่างนายจ้างที่อยากให้เข้าออฟฟิศ กับพนักงานที่ต้องการความยืดหยุ่น ดังนั้น เรามาดูกันว่า ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร และถ้าคุณกำลังหางาน Hybrid หรือ WFH อยู่ ควรรู้อะไรบ้าง?


Hybrid Work ต่างจาก Work from Home อย่างไร? 


Work from Home (WFH) แบบ Full Remote คือการทำงานจากที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ 100% ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เหมาะกับงานที่สามารถทำได้ผ่านทางออนไลน์ เช่น งาน Developer ฟรีแลนซ์ Content Writer หรือ Customer Support บางประเภท

Hybrid Work คือการทำงานแบบผสมผสาน มีทั้งช่วงเข้าออฟฟิศและช่วง WFH ในสัดส่วนที่แตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละองค์กร บางที่กำหนดชัดเจนว่า เข้าออฟฟิศ 3 วัน ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ 2 วัน (WFH) หรือบางแห่งขึ้นอยู่กับหัวหน้างานจัดสรร


สถานการณ์ Hybrid Work ในประเทศไทยตอนนี้เป็นยังไง?

ภาพรวมของตลาดงาน Hybrid ยังคงมีความต้องการสูง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล งานสร้างสรรค์ และบริษัทข้ามชาติ

จากข้อมูลเว็บไซต์หางานในไทย พบว่ามีประกาศงาน Remote/Hybrid กระจายอยู่ในหลายแพลตฟอร์ม เช่น ประมาณ 2,232 ตำแหน่งในเว็บหนึ่ง และ 1,277 ตำแหน่งในอีกเว็บหนึ่ง จากฐานงานรวมหลายแสนตำแหน่ง

แต่ขณะเดียวกัน บริษัทไทยหลายแห่งเริ่มเรียกพนักงานกลับออฟฟิศมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่การกลับไปสู่รูปแบบดั้งเดิมทั้งหมด แต่เป็นการวิวัฒนาการสู่รูปแบบ Hybrid ที่เฉพาะเจาะจงและสมเหตุสมผลมากขึ้น

ที่เห็นชัดเจนคือ แนวโน้มนายจ้างเริ่มใช้ "ความยืดหยุ่น" เป็นสวัสดิการในการดึงดูดและรักษาพนักงาน โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องการคนเก่ง เพราะพนักงานคุณภาพสูงจะเลือกองค์กรที่ให้ความยืดหยุ่นมากกว่า หากเงินเดือนใกล้เคียงกัน


ทำไมบริษัทจึงใช้ Hybrid Work ในการทำงาน

1. พนักงานพิสูจน์แล้วว่าทำงานได้จริงนอกออฟฟิศ

เหตุผลที่บริษัทหลายแห่งยอมรับ Hybrid ก็คือช่วงโควิดที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า งานหลายประเภทสามารถทำนอกออฟฟิศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่ที่เดิมทุกวัน ผลลัพธ์งานยังอยู่ ลูกค้ายังได้รับบริการ และบริษัทยังเดินหน้าต่อได้


2. ลดต้นทุนทั้งสองฝ่าย

สำหรับพนักงาน WFH 2-3 วันต่อสัปดาห์ สามารถช่วยประหยัดค่าเดินทาง ค่าอาหาร และเวลาการเดินทางได้มาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรติดขัดทุกวัน 

ส่วนนายจ้าง Hybrid ช่วยลดพื้นที่สำนักงานที่ไม่จำเป็น ลดค่าสาธารณูปโภค และบางกรณีสามารถดึงดูดพนักงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศที่มีความสามารถได้โดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน


3. ช่วยดูแลสุขภาพจิตและสมดุลชีวิต&งาน

นับตั้งแต่หมดยุคโควิด-19 Hybrid Working กลายเป็นจุดตรงกลางที่องค์กรและพนักงานพบเจอกันอย่างลงตัว เพราะนอกจากองค์กรจะปรับตัวได้ดีแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

พนักงานที่มีตารางยืดหยุ่น ความเครียดน้อยลง มีเวลาดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการทำงานในทิศทางที่ดีขึ้น


5 แนวโน้ม Hybrid Work ที่ต้องรู้ในปี 2026

Brian Elliott ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นผู้นำ และ CEO ของ Work Forward ระบุว่า เมื่อปี 2025 บริษัทต่าง ๆ ยังใช้รูปแบบ Hybrid แต่เทรนด์ดังกล่าวจะมีวิวัฒนาการมากขึ้น และถูกปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยแนวโน้มสำคัญเหล่านี้

แนวโน้มที่ 1: Output-based แทน Time-based บริษัทหลายแห่งเริ่มวัดผลงานจากผลลัพธ์จริงแทนการนับชั่วโมงการเข้างาน ทำให้ WFH กลายเป็นเรื่องที่ยืดหยุ่นขึ้นโดยธรรมชาติ ใครผลิตผลงานได้ตามเป้าจะได้รับความไว้วางใจมากกว่า

แนวโน้มที่ 2: Hybrid มีโครงสร้างชัดเจน ระบุวันเข้าทำงานในบริษัท และวัน Remote พร้อมรูปแบบการประชุมที่ต้องเจอหน้า ทำให้ทีมวางแผนได้ง่ายและโปร่งใส

แนวโน้มที่ 3: AI เข้ามาช่วยให้ Remote ทำงานลื่นขึ้น เครื่องมืออย่าง Microsoft Copilot, Notion AI, Slack AI และระบบ Meeting Summary อัตโนมัติ ทำให้การสื่อสารข้ามเวลาและข้ามสถานที่สะดวกมากขึ้น ลดข้อเสียของการไม่ได้นั่งในออฟฟิศเดียวกัน

แนวโน้มที่ 4: งานที่ต้องการความสร้างสรรค์ และ Deep Work เหมาะกับ WFH มากกว่า ในขณะที่งานที่ต้องการ Collaboration เช่น Workshop การระดมสมอง หรือ Onboarding พนักงานใหม่ ยังคงต้องการเจอหน้ากัน

แนวโน้มที่ 5: สวัสดิการ WFH กลายเป็น Talent Magnet องค์กรที่มีนโยบาย Hybrid ชัดเจนสามารถดึงดูดผู้สมัครคุณภาพได้มากกว่าองค์กรที่บังคับเข้าออฟฟิศทุกวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีทักษะสูงและมีทางเลือกมากกว่า


สายงานไหนที่เหมาะกับ Hybrid และ WFH 


1. สายเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ ได้แก่ Software Developer, Web Developer, UI/UX Designer, Data Analyst, QA Engineer เป็นบริษัทที่ยินยอม Remote สูงสุด เพราะทำงานได้เต็มร้อยบนออนไลน์

2. สายการตลาดและคอนเทนต์ ได้แก่ Digital Marketing, SEO Specialist, Content Creator, Social Media Manager, Copywriter ส่วนใหญ่ทำงานบนเครื่องมือออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน

3. สายการเงินและบัญชี บางตำแหน่งเริ่มมี Hybrid โดยเฉพาะในบริษัทระหว่างประเทศ เช่น Financial Analyst, Accountant, Bookkeeper

4. สาย Customer Success และ Support Call Center ออนไลน์, Chat Support, Technical Support บางบริษัทให้ทำงานจากที่บ้านได้เต็มเวลา

5. สายการศึกษาออนไลน์ ครูสอนออนไลน์, Course Creator, Instructional Designer กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น ตามการเติบโตของ E-learning


สิ่งที่คนหางาน Hybrid ควรรู้ก่อนสมัคร


1. ถามให้ชัดว่า Hybrid ของบริษัทนี้แปลว่าอะไร บางแห่งรับ Hybrid แต่จริง ๆ ต้องเข้าออฟฟิศ 4 วัน บางที่ 50/50 หรือบางที่ยืดหยุ่นตามดุลพินิจของหัวหน้า 

2. แสดงให้เห็นว่าคุณ Self-manage ได้ นายจ้างที่เปิดโอกาสให้ทำ Hybrid หรือ WFH มักมองหาคนที่บริหารตัวเองเป็น ตั้งเป้าหมายได้ และส่งงานตรงเวลาโดยไม่ต้องให้ใครตามทุกขั้นตอน ในเรซูเม่หรือการสัมภาษณ์ควรเน้นประวัติการทำงานที่สร้างผลลัพธ์ไว้ด้วย

3. มีทักษะการสื่อสารดิจิทัลที่ดี การทำงาน Hybrid ต้องสื่อสารผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ทั้ง Slack, Teams, Zoom, Email ถ้าสื่อสารดีทั้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรและพูดคุยสด จะได้เปรียบมากสำหรับการทำงานรูปแบบนี้

4. เตรียมพื้นที่ทำงานที่บ้านให้พร้อม หลายบริษัทถามถึงสภาพแวดล้อมการทำงานที่บ้านในช่วงสัมภาษณ์ด้วย มีโต๊ะทำงาน อินเทอร์เน็ตเสถียร และพื้นที่เงียบสงบจะช่วยให้การทำงาน WFH ราบรื่นและสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาของนายจ้าง


สำหรับปี 2026 งาน Hybrid และ WFH ยังเป็นที่ต้องการ เพียงแต่ทางบริษัทจะเสนอ Hybrid ให้สำหรับคนที่บริหารตัวเองได้ดี ส่งผลงานได้โดยไม่ต้องนั่งดูทุกนาที และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพแม้ไม่ได้เจอหน้ากัน

สิ่งสำคัญต้องรู้ว่า ตัวเองเหมาะกับงานรูปแบบไหน และต้องการอะไรจริง ๆ บางคนทำงานได้ดีกว่าในออฟฟิศ และการพูดคุยกัน บางคนโฟกัสได้ดีกว่าเมื่ออยู่คนเดียวที่บ้าน การรู้จักตัวเองและเลือกงานที่ตรงกับสไตล์จะทำให้เกิดผลลัพธ์ต่อความสุขในการทำงาน


แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...