10 เพื่อนร่วมงานที่ไม่ควรใส่ใจ?

10 เพื่อนร่วมงานที่ไม่ควรใส่ใจ? สังคมออฟฟิศมีหลายรูปแบบ มีทั้งดีและร้ายหรือปะปนกันไป และแน่นอนว่าคนทำงานด้วยกันย่อมต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา เพราะต่างคน ต่างความคิด และนิสัยใจคอไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าคุณตกอยู่ในสังคม Toxic เจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ประสงค์ดี ทางเราจึงได้รวบรวม 10 เพื่อนร่วมงานที่ไม่ควรใส่ใจ เพื่อเซฟตัวเองออกจากคนอันตราย และไม่ควรยุ่งเกี่ยวจนเกินความพอดีที่เสี่ยงต่อการบาดหมางกันได้
สารบัญ
-
เพื่อนร่วมงานสาย “ประจบประแจง”
-
เพื่อนร่วมงานสาย “ยกย่องชื่นชมเกินความจริง”
-
เพื่อนร่วมงานที่ชอบ “ช่างซุบซิบนินทา”
-
เพื่อนร่วมงานประเภท “ทำดีต่อหน้า แต่แอบแทงข้างหลัง”
-
เพื่อนร่วมงานสายที่ชอบ “เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล”
-
เพื่อนร่วมงานสาย “ชอบเอาเปรียบ โยนงานเก่ง”
-
เพื่อนร่วมงานที่ “ทำงานโดยไม่มีเป้าหมาย”
-
เพื่อนร่วมงานสาย “ชอบอู้งาน ทำงานไปวัน ๆ”
-
เพื่อนร่วมงานสาย “จับผิดคนอื่นเก่ง”
-
เพื่อนร่วมงานที่ “ติดแชท เล่นโทรศัพท์ทั้งวัน”
-
สรุป
เพื่อนร่วมงานสาย “ประจบประแจง”
การประจบประแจง รับหน้าเอาความดีความชอบ หรือแย่งผลงานจากคนทำงานจริง เป็นสิ่งที่หลายคนรู้อยู่แล้วว่าไม่คู่ควร แต่เมื่อใดที่เจอเพื่อนร่วมงานประเภทนี้ ต้องอยู่ให้ห่างที่สุด หากมีงานใดที่เป็นผลงานของคุณควรส่งตรงถึงหัวหน้าดีกว่า เพื่อปกป้องผลงานของตัวเอง และไม่ต้องเสียเวลาให้กลุ่มคนเหล่านี้มายุ่งเกี่ยวอีกด้วย
เพื่อนร่วมงานสาย “ยกย่องชื่นชมเกินความจริง”
สำหรับกลุ่มคนที่ยกยอบอกว่าคุณเก่ง มีพรสวรรค์ สุดยอด และเป็นที่สุดในโลก คำชมที่โอเวอร์มักแฝงด้วยเลศนัย เพื่อนร่วมงานประเภทนี้จะคบหาก็ได้ไม่เสียหาย แต่อย่าเอาคำชมของเขามาใส่ใจเด็ดขาด เพราะถึงแม้จะเป็นแค่คำพูดที่ทำให้คุณรู้สึกดี แต่ถ้าเอามาใส่ใจมากเกินไปอาจทำให้คุณหลงตัวเอง จนพาลหยุดพัฒนาตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว
เพื่อนร่วมงานที่ชอบ “ช่างซุบซิบนินทา”
เพื่อนร่วมงานประเภทนี้มักไม่สนใจเรื่องของตัวเอง ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นงานอดิเรก มักหาเวลานินทาลับหลังอย่างไม่มีสาระ ไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตามเป็นสิ่งที่ไม่ควรนินทา เพราะคำพูดเหล่านั้นส่งผลต่อความรู้สึกคนถูกกระทำ ทำให้เสียกับชื่อเสียงความเป็นมืออาชีพในงานของคุณได้ ทางที่ดีอย่าเข้าไปใกล้ชิดกับกลุ่มคนเหล่านี้มากเกินไป หรืออยู่ให้ห่างดีที่สุด
เพื่อนร่วมงานประเภท “ทำดีต่อหน้า แต่แอบแทงข้างหลัง”
เพื่อนร่วมงานประเภทนี้มักเนียนเข้ามาในชีวิตของเราแสดงตนว่าจริงใจ มีอะไรก็พูดกันได้ทุกเรื่อง ทำงานก็ช่วยกันคิด จนบางครั้งล้วงเรื่องส่วนตัวของคุณไปแฉ หรือนำไอเดียงานของคุณไปเป็นของตัวเอง โดยแอบอ้างว่าเป็นความคิดของตัวเอง ดังนั้น ควรระวังเพื่อนร่วมงานที่แสนดีเกินเหตุเหล่านี้ และใช้เวลาเรียนรู้เพื่อให้แน่ใจว่า เพื่อนร่วมงานคนนี้ดีจริง
เพื่อนร่วมงานสายที่ชอบ “เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล”
สำหรับเพื่อนร่วมงานที่มีอีโก้สูง ไม่ค่อยยอมฟังความคิดเห็นจากคนอื่น เพราะคิดว่าความคิดตัวเองดีที่สุด เจ๋งที่สุดแล้ว พวกเขามักสวมบทบาทเจ้าของความคิด ตั้งตัวเป็นหลักของทีมแล้วให้คนอื่นทำตามที่ตัวเองบอก ดังนั้น ถ้าหากเลี่ยงได้ ก็อย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ดีกว่า
เพื่อนร่วมงานสาย “ชอบเอาเปรียบ โยนงานเก่ง”
เพื่อนร่วมงานที่ชอบโยนงานให้คนอื่นทำเพื่อลดภาระของตัวเอง แล้วทำให้คุณเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานทั้งหมด จนคุณเริ่มรู้สึกว่ากำลังถูกเพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ ดังนั้น หากมากเกินไปควรพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานโดยตรง แต่ควรพูดในขณะที่คุณไม่อยู่ในอารมณ์โกรธ พูดคุยด้วยเหตุผล พูดตรงไปตรงมาไป บอกให้เพื่อนรู้ว่าเรารู้สึกไม่สบายใจอย่างไรบ้าง เราไม่ชอบพฤติกรรมส่วนไหนของเขาบ้าง บางครั้งการพูดไปอาจช่วยลดปัญหาในส่วนนี้ได้ ส่วนเพื่อนร่วมงานจะเกิดความไม่พอใจก็ให้เวลาช่วยชำระล้างจิตใจของเขาเอง
เพื่อนร่วมงานที่ “ทำงานโดยไม่มีเป้าหมาย”
เพื่อนร่วมงานประเภทนี้มักใช้ชีวิตตามหน้าที่ ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีแบบแผนอะไรเลยในชีวิต แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีตรงที่คุณไม่ต้องคิดอะไรมากเมื่ออยู่กับพวกเขา โดยไม่ต้องกังวลอะไร แต่การเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนประเภทนี้ จะทำให้คุณกลายเป็นคนเฉื่อยชา ไม่มีความกระตือรือร้น ไม่มีเป้าหมายของชีวิต สุดท้ายทำให้คุณอยู่กับที่ไม่มีการเติบโตมากกว่าเดิม
เพื่อนร่วมงานสาย “ชอบอู้งาน ทำงานไปวัน ๆ”
สำหรับเพื่อนร่วมงานที่ชอบอู้งาน แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเมื่อคุยเรื่องงาน ทำตัวยุ่งวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คุยโทรศัพท์ กินกาแฟ กินอาหาร เดินหลบไปอยู่ตามมุมต่าง ๆ และทำงานให้ผ่านไปวัน ๆ คนแบบนี้ควรหลีกเลี่ยงหรือเข้าไปต่อว่าตรง ๆ เพราะจะโดนทำมึนใส่ เพราะพวกเขามักมองตัวเองเป็นที่ตั้งโดยไม่สนใจคนอื่น ทางที่ดีควรบอกกับหัวหน้า เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่ทำงานล่าช้าจะได้จัดการอย่างตรงจุด
เพื่อนร่วมงานสาย “จับผิดคนอื่นเก่ง”
เพื่อนร่วมงานที่ทำตัวเป็นเรดาร์ของออฟฟิศ คอยจับผิดคนอื่นเป็นงานอดิเรก คนพวกนี้ควรอยู่ให้ห่างโดยที่ไม่ต้องสนใจมากนัก เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้ใครก็ปล่อยมันไป ถึงแม้เขาจะนำไปนินทาต่อแต่นั่นก็เป็นแค่ข้อเท็จที่พูดออกไปอย่างไม่มีมูล หากรู้สึกว่า มากเกินไปควรพูดคุยกับเขาโดยตรง และปรับความเข้าใจดีกว่า
เพื่อนร่วมงานที่ “ติดแชท เล่นโทรศัพท์ทั้งวัน”
ถึงแม้เพื่อนร่วมงานประเภทนี้จะไม่ได้สร้างความรำคาญอะไรมากมายให้ปล่อยพวกเขาไป แต่เมื่อใดที่ก่อความรำคาญให้เพื่อนร่วมงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากเสียงที่รบกวนแล้ว ยังทำให้เพื่อนร่วมงานต้องรอคอยงานจากพวกเขา ควรหาจังหวะเข้าไปซักถามเรื่องงานที่ค้างคาไว้ เพื่อป้องกันความเสียหาต่อการทำงาน ทางที่ดีแจ้งหัวหน้าให้จัดการดีที่สุด บางครั้งคุณจัดการเองจะเกิดความไม่พอใจกันได้
บทความแนะนำ
สรุป
เป็นอย่างไรบ้างกับ 10 เพื่อนร่วมงานที่ไม่ควรใส่ใจ ซึ่งมีโอกาสได้พบเจอแทบทุกออฟฟิศ หากสิ่งไหนไม่สร้างความเดือดร้อนให้ปล่อยละเลยไป แต่ถ้าสร้างความเดือนร้อนและส่งผลกระทบต่อการทำงานควรพูดคุยโดยตรง เพื่อป้องกันปัญหาบานปลาย หรือให้ทางหัวหน้าเป็นผู้จัดการดีที่สุด
แชร์บทความ










