6 สิ่งที่มนุษย์เงินเดือน ไม่ควรทำเด็ดขาด

6 สิ่งที่มนุษย์เงินเดือน ไม่ควรทำเด็ดขาด การใช้ชีวิตในคราบมนุษย์เงินเดือนไม่ได้ง่ายหรือสะดวกสบายอย่างที่คิด เพราะต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องงาน เรื่องคน รวมถึงต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้มีจุดยืนในสังคมการทำงาน และถึงแม้จะมีเงินเดือนที่คงที่ แต่น้อยคนนักที่จะมีโอกาสถูกปรับเงินเดือนให้สูงขึ้น บวกกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนต้องดิ้นรนเพื่อหาทางรอด ไม่สามารถออกแบบชีวิตได้ตามใจปรารถนา
สารบัญ
-
ไม่ควรสร้างค่าใช้จ่ายเกินตัว
-
ไม่ควรก่อหนี้สินที่ไม่จำเป็น
-
ไม่วางแผนการเกษียณ
-
ละเลยการดูแลสุขภาพ
-
ไม่พัฒนาตัวเอง
-
ไม่มีการวางแผนสายอาชีพในอนาคต
-
สรุป
เมื่อรายได้เข้ากระเป๋าทุกเดือนไม่เพียงพอเลี้ยงชีพ ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนเลือกทำสิ่งที่ผิดและไม่ควรทำ ใช้ชีวิตประมาทเกินไปจนก่อหนี้สินบานปลาย ชีวิตติดลบเพราะค่าใช้จ่ายเกินตัว หากคุณไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือนไปจนแก่เฒ่ากินเงินเดือนไปวัน ๆ ต้องรู้ 6 สิ่งที่มนุษย์เงินเดือน ไม่ควรทำเด็ดขาด! ดังต่อไปนี้
1. ไม่ควรสร้างค่าใช้จ่ายเกินตัว
สังคมของการทำงานแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน บางที่สังคมค่านิยมกินหรูอยู่สบายใช้ของแบรนด์เนมทำให้หลายคนหลงลืมที่จะดูศักยภาพทางการเงินของตัวเอง จนต้องดิ้นรนหาซื้อสิ่งของตามกระแสและสังคมที่เป็นอยู่ ใช้เงินแก้ปัญหาความอยากได้อยากมี ทั้งการทานอาหารนอกบ้าน เข้าคาเฟ่สวยหรู ใช้เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางแบรนด์เนม เป็นต้น บางคนกล้าที่จะสร้างหนี้สินจนท่วมหัว
คุณต้องยับยั้งชั่งใจ รู้จักปฏิเสธหรือเลือกคบเพื่อนที่มีฐานะใกล้เคียงกันจะได้ไม่เกิดการเปรียบเทียบให้เกิดความอยากได้อยากมีเหมือนคนอื่น และแม้ว่าจะมีรายได้มากก็ไม่ควรประมาท เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าอนาคตจะมีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉินบ้างหรือไม่ ทางที่ดีควรเก็บออมเงินเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่ออนาคตที่ดีของตัวคุณเอง
ถ้าหลีกเลี่ยงสังคมค่านิยมสูงไม่ได้ คุณต้องหักห้ามใจและปรับตัวให้เป็น โดยไม่สนคำดูถูกหรือนินทา ให้วัดกันที่ความเป็นอยู่ในอนาคตดีกว่า หรือบางโอกาสคุณอาจนัดเจอเพื่อนที่คาเฟ่เดือนละ 1 ครั้ง หรือกินอาหารนอกบ้านเป็นครั้งคราวโดยที่ไม่แตกแยกจนเกินไปก็ได้ เพื่อการอยู่ร่วมในสังคมที่ง่ายมากขึ้น
2. ไม่ควรก่อหนี้สินที่ไม่จำเป็น
สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดก็คือ การเป็นหนี้บัตรเครดิตและหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่กู้เงินมาพร้อมกับดอกเบี้ยที่แพง บางคนนิยมจ่ายหนี้แบบผ่อนชำระขั้นต่ำเพราะคิดว่าไม่ต้องจ่ายเงินก้อนแต่ที่ไหนได้ดอกเบี้ยกลับพอกพูนมากกว่าการชำระเงินต้นเสียอีก อะไรที่ไม่ความจำเป็น หรือไม่เป็นประโยชน์ในการทำงานและการใช้ชีวิตไม่ควรหยิบบัตรเครดิตขึ้นมาใช้จ่าย
แต่ไม่ใช่ว่าบัตรเครดิตจะไม่มีประโยชน์ หากคุณเลือกใช้อย่างถูกต้องจะมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด เช่น ใช้บัตรเครดิตในการรักษาฉุกเฉิน ใช้เฉพาะช่วงที่มีโปรโมชัน สิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากับสิ่งของที่มีความจำเป็นที่สุด แต่ทั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ควรเก็บออมจนได้เงินก้อนเสียก่อนแล้วค่อยซื้อดีกว่า เพื่อความสบายของตัวคุณเอง
3. ไม่วางแผนการเกษียณ
เมื่ออายุมากขึ้น หลายบริษัทเลือกที่จะเลิกจ้างคุณเพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่มีกำลังเข้ามาทำงานแทนที่ หากไม่ระวังเกษียณอายุขึ้นมาจะไม่มีเงินใช้จ่าย ซึ่งบางคนอาจคิดว่าอายุยังน้อยเหลือเวลาอีกนานจึงละเลยหรือไม่สนใจที่จะเก็บออมหรือลงทุนเพื่อเตรียมตัวเกษียณ ต้องเริ่มเก็บออมเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน โดยต้องออมก่อนใช้ด้วยการวางแผนอย่างเป็นระบบหักเงินเดือนออก 5- 10% ของรายได้ แล้วนำมาเก็บในรูปแบบเงินฝากประจำหรือซื้อกองทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากออมทรัพย์ แต่ต้องศึกษาข้อมูลแต่ละธนาคารดี ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
4. ละเลยการดูแลสุขภาพ
สุขภาพอ่อนแอลงคุณก็จะขาดพลังในการทำงาน เพราะร่างกายเราเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ต้องใช้ทำงาน ระหว่างวันอาจต้องเจอกับปัญหาในด้านต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการทำงาน เพื่อนร่วมงาน จนสะสมความเครียดมากขึ้น บางคนเลิกงานแล้วยังเอางานกลับไปทำต่อที่บ้านทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ การใช้ร่างกายอย่างหักโหมมาเป็นเวลานานรวมถึงขาดการใส่ใจในเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย ส่งผลให้มนุษย์เงินเดือนต้องประสบกับสารพัดโรค เสียทั้งเวลาและเงินในการดูแลรักษาตัวอีกด้วย
ฉะนั้น คุณลอง Work life balance ให้เหมาะสม แบ่งเวลาการทำงาน แบ่งเวลาให้ครอบครัวเพื่อนฝูงดูบ้าง หาเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ ดูแลเรื่องอาหารการกินที่มีประโยชน์จะทำให้สุขภาพของคุณแข่งแรงขึ้น แต่ถ้าจำเป็นต้องทำงานดึกจริง ๆ ควรวางแผนเรื่องการทานอาหาร และหาวันหยุดพักผ่อนหลังจากเคลียร์งานดูบ้าง เพื่อชีวิตของคุณเอง
5. ไม่พัฒนาตัวเอง
ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงหมุนเร็วจนตามแทบไม่ทัน มีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องเรียนรู้หาความรู้ใหม่เข้ามาเติมเต็มอยู่เสมอ ฉะนั้น อย่าคิดว่าตัวเองเก่งมากพอแล้ว เพราะคุณอาจไม่รู้เลยว่า ความต้องการขององค์กรอาจมีการเปลี่ยนแปลงหาสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ในยุคนี้อยู่ก็ได้ หรือต้องการคนสมัยใหม่เข้ามาช่วยงานเพิ่มขึ้น หากคุณไม่เรียนรู้อาจตกกระป๋องแบบไม่รู้ตัว ลองเพิ่มเติมประสบการณ์ในงานของตัวเองหรือสายงานอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต และสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ เพราะอนาคตอาจจะต้องพึ่งพาขอความช่วยเหลือกับคนอื่นด้วย
6. ไม่มีการวางแผนสายอาชีพในอนาคต
คุณทราบดีว่า ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มนุษย์เงินเดือนควรมองหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โดยอาจเลือกทำอาชีพเสริมจากงานอดิเรกหรือสิ่งที่ตนรักหรือสนใจก็ได้ การมีอาชีพที่สองช่วยสร้างความอุ่นใจทางด้านค่าใช้จ่าย และเงินเก็บในอนาคต ที่สำคัญยังมีรายได้สำรองในอนาคตไว้สำหรับเกษียณอายุอีกด้วย
บทความแนะนำ
สรุป
ถึงอย่างไรก็ตาม มนุษย์เงินเดือนไม่ควรนิ่งนอนใจใช้ชีวิตเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมาย ควรหาความรู้เรื่องการทำงาน การบริหารเงิน การลงทุน และวางแผนเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ที่สำคัญต้องปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย เพื่อการอยู่รอดของคุณเอง
แชร์บทความ






