พนักงานประจำ vs พนักงานชั่วคราว มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร!?

พนักงานประจำ vs พนักงานชั่วคราว มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร!? ปัจจุบันมีการจ้างงานหลายรูปแบบ แต่โดยหลัก ๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท นั่นก็คือ พนักงานประจำบริษัทระยะยาว และพนักงานชั่วคราวที่มาเติมตำแหน่งในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันหลายแง่มุม ดังนั้น เรามาดูกันว่า พนักงานประจำ vs พนักงานชั่วคราว มีข้อดี ข้อเสียอย่างไรกันบ้าง เพื่อเป็นแนวทางการเลือกทำงานที่เหมาะสมสำหรับคุณ
สารบัญ
พนักงานประจำ (Permanent)
พนักงานประจำ คือ พนักงานที่ถูกจ้างงานจากบริษัทโดยตรงหรือผ่านบริษัทจัดหางาน สามารถทำงานได้จนถึงเกษียณอายุ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ลาออก หรือถูกเลิกจ้างไปก่อน โดยพนักงานประจำได้เงินเดือนเป็นประจำทุกเดือน มีโอกาสที่จะได้ปรับขึ้นเงินเดือนตามอายุงาน หรือตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท พร้อมทั้งได้รับสิทธิเข้าถึงสวัสดิการที่กฎหมายกำหนด อย่างประกันสังคมด้วย
ข้อดีของการทำงานประจำ มีดังนี้
🔹 หน้าที่การงานมั่นคง : เนื่องจากพนักงานประจำได้รับเงินเดือนตรงเวลาทุกเดือน ไม่ต้องกังวลว่ารายได้จะน้อยลง หากผลประกอบการของบริษัทไม่ดี
🔹 มีสังคมเพื่อนร่วมงานมากมาย : ทำงานประจำภายในบริษัทมีเพื่อนร่วมงานมากมาย ได้พบกับมิตรภาพใหม่ ๆ ช่วยแก้ปัญหาในการทำงานร่วมกัน
🔹 พบเจอกับความหลากหลาย : เมื่อได้ทำงานประจำ คุณจะได้พบเจอกับความท้าทายในเรื่องของงาน มีเพื่อนร่วมงานเก่ง ๆ ทำให้เราเรียนรู้และสามารถพัฒนาทักษะ พร้อมความสามารถในการทำงานให้มีมากขึ้น
🔹 เกิดการพัฒนา ศักยภาพในการทำงาน : พนักงานประจำมีโอกาสได้พัฒนาความสามารถในการทำงานมีมากขึ้น เนื่องจากจะได้พบเจอคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานที่สูงกว่า และสามารถให้คำปรึกษาเราได้ ข้อเสนอแนะที่แตกต่างกัน ทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้กับงาน ทำให้เราเป็นคนทำงานที่เก่งขึ้น
🔹 มีเวลาการทำงาน และพักผ่อนที่ชัดเจน : พนักงานประจำจะมีเวลาการทำงาน และวันหยุดที่ชัดเจน โดยปกติหลายบริษัททำงาน 5 วัน/สัปดาห์ หยุด 2 วัน (เสาร์/อาทิตย์) หรือบางบริษัททำงาน 6 วัน หยุด 1 วัน และวันหยุดตามประเพณีอย่างน้อย 13 วัน/ปี ทำให้เราสามารถวางแผนวันทำงาน และวันพักผ่อนได้ง่าย ๆ
ข้อเสียของการทำงานประจำ มีดังนี้
🔹 ขาดอิสระในการทำงาน : พนักงานประจำ ต้องทำงานตามเป้าหมายของบริษัท มีกรอบการทำงานที่ชัดเจน พร้อมทั้งมีกำหนดเวลาที่ตายตัว ดังนั้น พนักงานประจำต้องใช้เวลาทำงานให้คุ้มค่าแก่การทำงาน เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมทั้ง ต้องทำตามคำสั่งเจ้านายเป็นส่วนใหญ่ จะเสนอความคิดเห็นอะไรต้องขอความคิดชอบจากเจ้านายเสียก่อน ไม่สามารถตัดสินใจเองเพียงคนเดียวได้ ทำให้ขาดอิสระทางความคิดไปบ้าง
🔹 เงินเดือนมีเรทตายตัว ต้องรอปรับขึ้นเป็นรายปี : ถึงแม้พนักงานประจำจะมีเงินเดือนที่มั่นคง แต่จะได้รับเงินเดือนแบบตายตัวตลอด นอกเสียจากทางบริษัทจะมีกำหนดขึ้นเงินเดือนให้ เช่น ปรับขึ้นเป็นรายปี, ปีละ 2 ครั้ง หรือปรับเงินเดือนตามความสามารถ เป็นต้น แต่บางบริษัทอาจไม่มีการปรับเงินเดือนขึ้น จึงกลายเป็นข้อเสียที่พนักงานประจำต้องยอมรับให้ได้
🔹 มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง : สำหรับพนักงานประจำที่บ้านอยู่ไกลบริษัทอาจต้องเสียเงินในการเดินทาง และต้องแข่งขันกับคนทำงานทั่วไปในเรื่องของการขึ้นรถโดยสาร และแข่งขันกับเวลาการเดินทาง ส่วนพนักงานประจำที่ขึ้นรถไฟฟ้า ต้องกำหนดเวลาไปขึ้นรถไฟให้ชัดเจน เพราะรถไฟแต่ละสายมีรอบการวิ่งที่ชัดเจน
🔹 เจอปัญหาในที่ทำงาน : ปัญหาในที่ทำงานสำหรับพนักงานประจำที่เจอบ่อย ๆ ก็คือ เพื่อนร่วมงาน และรูปแบบการทำงานของแต่ละคนที่แตกต่างกัน อาจทำให้เกิดปัญหาทะเลาะกันได้ รวมไปถึงปัญหาทางการเมืองภายใน ดังนั้น ต้องรู้เขา รู้เรา ไตร่ตรองให้ดีก่อนพูด หรือกระทำการใด ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ในภายหลัง
พนักงานชั่วคราว (Temporary)
ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ บริษัทต้องปรับโครงสร้าง ลดจำนวนพนักงาน เพื่อประคองธุรกิจ ทำให้การจ้างงานแบบชั่วคราวได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งการจ้างพนักงานชั่วคราวระยะสั้นเริ่มตั้งแต่สามเดือนไปจนถึงหนึ่งปี ส่วนมากจะได้รับเงินเดือนที่ตายตัว ไม่มีการปรับเพิ่ม การจ้างงานลักษณะนี้จะมีการระบุเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจน เมื่อครบระยะเวลาแล้วถ้านายจ้างไม่อยากจ้างต่อ หรือพนักงานไม่อยากทำงานต่อก็สามารถยุติสัญญาจ้างได้ทันที
ข้อดีของการเป็นพนักงานชั่วคราว
🔸 มีโอกาสได้เรียนรู้งาน : พนักงานชั่วคราวถึงแม้จะทำงานระยะสั้นตามที่กำหนดไว้ แต่ก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับพนักงานประจำคนอื่น ๆ บางบริษัทจ้างพนักงานชั่วคราวแบบเข้าบริษัท หรือทำงานอยู่ที่บ้าน ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงว่าจ้างงาน ในระยะเวลาที่ได้ทำงานทำให้มีโอกาสเรียนรู้งาน และพัฒนาตัวเองให้เก่งมากขึ้นได้
🔸 ขยับขยายการทำงานได้ไว : เมื่อได้เรียนรู้จากงานที่ทำแล้ว หากอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง คุณมีโอกาสเปลี่ยนสายงานได้ง่ายกว่า เพราะเรารู้สัญญาจ้างว่าสิ้นสุดเมื่อไหร่ หากไม่ต่อสัญญาจ้างสามารถย้ายสายงานไปทำงานรูปแบบอื่น ๆ ที่ต้องการได้
🔸 ไม่ต้องผูกมัดกับใคร : พนักงานชั่วคราว ถึงจะได้ทำงานร่วมกับพนักงานประจำบางคน แต่ไม่จำเป็นต้องเอาใจ หรือผูกมัดกับใคร ทำให้มีอิสระในการทำงานมากขึ้น
🔸 ได้พบเจอสังคมที่หลากหลาย : พนักงานชั่วคราวได้พบเจอเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย เพราะบริษัทบางแห่งสัญญาจ้าง 3 เดือน หรือ 1 ปี เมื่อครบสัญญาสามารถย้ายไปทำงานกับบริษัทอื่นได้ทันที ช่วยให้คุณได้พบเจอเพื่อนร่วมงานมากขึ้น
🔸 ได้รับเงินเดือนที่ชัดเจน : เงินเดือนที่พนักงานชั่วคราวจะได้รับจะมีความชัดเจนตามสัญญาที่ระบุไว้ ไม่สามารถลดเงินเดือนตามใจได้ ดังนั้น จึงมีความมั่นคงทางด้านการเงิน
ข้อเสียของพนักงานชั่วคราว
🔸 ต้องฝึกฝนความสามารถให้เร็ว : เมื่อใดก็ตามที่พนักงานชั่วคราวเริ่มต้นงานใหม่ จำเป็นต้องเรียนรู้งานให้ไว ทำงานให้เร็ว ไม่สามารถเสียเวลาเรียนรู้งานได้ เพื่อให้บรรลุความคาดหวังของบริษัท
🔸 ปัญหาด้านขวัญกำลังใจ : ขวัญกำลังใจและความสัมพันธ์กับพนักงานอาจเกิดขึ้นได้เมื่อทำงานร่วมกับพนักงานประจำในตำแหน่งเดียวกันแต่ไม่ได้รับผลประโยชน์เช่นเดียวกับพนักงานประจำเมื่อสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน อาจเกิดความไม่สบายใจ และทะเลาะกันได้ ดังนั้น พนักงานชั่วคราวต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ไว้ด้วย
🔸 ประเด็นทางกฎหมาย : พนักงานชั่วคราวต้องอ่านข้อกฎหมายของการว่าจ้างงานให้ดี เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบ และเพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม
บทความแนะนำ
สรุป
ทุกวันนี้เราต่างมีสิทธิเลือกทำงานมากขึ้น ทำให้บริษัทหลายแห่งต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งในด้านของการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อทราบถึงปัจจัยความต้องการของผู้สมัครงานทุกประเภท แต่ทั้งนี้เพื่ออนาคตของตัวเอง คุณต้องวางแผนการหางานที่เหมาะสม หากชอบการทำงานประจำให้ลุยหางานที่ตอบสนองความต้องการของตัวเอง แต่ถ้าต้องการเป็นพนักงานชั่วคราวให้อ่านเงื่อนไข และกฎหมายอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบด้วย พึงพอใจกับการเป็นพนักงานประเภทไหนให้เดินหน้าเต็มความสามารถได้เลย! มนุษย์เงินเดือน
แชร์บทความ






