โดนไล่ออกจากงานกะทันหัน ควรทำอย่างไรดี!?

โดนไล่ออกจากงานกะทันหัน ควรทำอย่างไรดี!? โดนไล่ออกจากงานกะทันหัน มักสร้างความเครียด และความกังวลใจให้ไม่น้อย หลายคนเกิดผลกระทบทางการเงิน ต้องสูญเสียรายได้หลักไปโดยไม่ทันตั้งตัว ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ดังนั้น หากใครที่เผชิญกับปัญหาเหล่านี้ ทางเราขอแชร์ทริคการรับมือเมื่อโดนไล่ออกจากงานกะทันหันมาฝาก เพื่อป้องกันปัญหาค้างชำระหนี้ หรือการผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือน พร้อมทั้งวิธีการวางแผนอนาคตของตัวเองอีกด้วย
สารบัญ
-
ทริครับมือเมื่อโดนไล่ออกจากงานกะทันหัน
-
ดำเนินการแจ้งประกันสังคม
-
วิธีการวางแผนอนาคต หลังจากโดนไล่ออกจากงาน
-
สรุป
ทริครับมือเมื่อโดนไล่ออกจากงานกะทันหัน
การโดนไล่ออก หรือถูกเลิกจ้างกะทันหัน เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เนื่องด้วยพิษเศรษฐกิจที่อาจส่งผลให้บริษัทหรือโรงงานหลายแห่งต้องปิดตัวลง โดยไม่มีการแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า ทำให้พนักงานตกงานแบบกะทันหัน ดังนั้น การเตรียมรับมือกับสถาณการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ ควรเริ่มจากการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับให้ครบถ้วน ในระหว่างที่กำลังหางานใหม่ ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยอัตราค่าชดเชยจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง ดังนี้
-
ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน – 1 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างการทำงาน 30 วัน ในอัตราสุดท้าย
-
ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 1 – 3 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างการทำงาน 90 วัน ในอัตราสุดท้าย
-
ลูกจ้างทำงานมาแล้ว 3 – 6 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างการทำงาน 180 วัน ในอัตราสุดท้าย
-
ลูกจ้างทำงานมาแล้ว 6 – 10 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างการทำงาน 240 วัน ในอัตราสุดท้าย
-
ลูกจ้างทำงานมาแล้ว 10 – 20 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างการทำงาน 300 วัน ในอัตราสุดท้าย
-
ลูกจ้างทำงานมาแล้ว 20 ปีขึ้นไป นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างการทำงาน 400 วัน ในอัตราสุดท้าย
-
แหล่งที่มา : www.prd.go.th
ดำเนินการแจ้งประกันสังคม
ต่อมาต้องแจ้งประกันสังคม หรือลงทะเบียนผู้ว่างงานกับประกันสังคม ซึ่งในกรณีโดนไล่ออกหรือถูกเลิก สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลาย้อนหลัง 15 เดือน จะได้รับเงินชดเชยรายเดือนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท สามารถเช็กเงินว่างงานประกันสังคมได้ที่แอปพลิเคชัน SSO Connec หรือเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th ซึ่งลูกจ้างต้องดำเนินการลงทะเบียนภายใน 30 วันหลังจากตกงาน และต้องเป็นผู้ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย พร้อมเงื่อนไขที่ต้องรู้ดังนี้
-
ลงทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ว่างงาน โดยไม่ต้องรอหนังสือรับรองการออกจากงาน เพื่อแสดงสิทธิเบื้องต้น
-
มีความสามารถในการทำงาน และพร้อมทำงานที่เหมาะสมตามที่กรมแรงงานจัดหาให้โดยไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
-
ต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักจัดหางาน ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
-
ต้องไม่ใช้ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
-
ต้องไม่เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39
หากเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ไม่สามารถลงทะเบียนว่างงานได้ เพราะไม่คุ้มครองกรณีว่างงานเหมือนผู้ประกันตนมาตรา 33 แต่สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่อยากรับสิทธิประกันสังคมต่อสามารถยื่นประกันตนเองในมาตรา 39 ได้ ภายในระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน
วิธีการวางแผนอนาคต หลังจากโดนไล่ออกจากงาน
เมื่อถูกไล่ออกจากงาน หลายคนกังวลว่าประวัติการทำงานจะเสียหายหรือไหม? แต่ในกรณีที่พนักงานไม่ได้กระทำความผิดจะไม่ถือว่ามีประวัติการทำงานที่เสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะสาเหตุที่ถูกให้ออกจากงานนั้นเกิดจากตัวบริษัทที่มีเหตุผลบางประการที่ต้องปลดหรือลดจำนวนพนักงาน รวมถึงปิดกิจการลง หรือถ้าโดนไล่ออกเพราะกระทำความผิดพลาด ให้หาเหตุผลเข้ามาลบล้าง และปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น เพื่อเป็นคนใหม่กับสถานที่ทำงานใหม่ และให้เป็นบทเรียนสำคัญที่คุณไม่ควรกระทำซ้ำอีก ส่วนวิธีการแผนอนาคตหลังจากโดนไล่ออก มีดังนี้
1. วางแผนการใช้เงินอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่ทำให้หลายคนเครียดตอนตกงานก็คือเรื่องของเงินและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตามมา โดยเฉพาะคนที่มีภาระส่วนตัวที่จำเป็นต้องใช้ เช่น ค่ารถ ค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายส่วนตัวในแต่ละวัน เป็นต้น ก่อนอื่นคุณต้องรวบรวมเงินที่มีทั้งหมด และคำนวณว่า เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายหรือไม่ รวมถึงเงินที่ได้จากเงินชดเชยเลิกจ้างทั้งจากนายจ้างและประกันสังคม จากนั้นทำการจัดระเบียบรายรับรายจ่าย ตัดรายจ่ายส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้ง วางแผนทางการเงินให้เรียบร้อย รวมถึงใช้จ่ายอย่างระมัดระวังจนกว่าจะหางาน หรือหารายได้เสริมได้เพียงพอต่อการใช้จ่าย
2. หารายได้เสริมหรือเริ่มหางานใหม่
ระหว่างที่หางานประจำ ควรหารายได้เสริมที่สามารถทำได้ แต่ถ้าหากไม่มีความสามารถต้องฝึกฝนให้มีความชำนาญ เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น การขายของออนไลน์ หรือการขายของตลาดนัดใกล้บ้าน ด้วยการลงทุนที่พอเหมาะ วางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ และดูความต้องการของตลาดในปัจจุบันให้ดี เพื่อเลี่ยงปัญหาการขาดทุน การเงินจะได้ไม่สะดุด
3. หาสมัครงานที่เหมาะสม
ในช่วงที่หารายได้เสริม ควรหาสมัครงานประจำตามเว็บไซต์หางานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งอ่านรายละเอียดการลงประกาศรับสมัครงาน ดูความถนัด ความสามารถของตัวเองก่อนตัดสินใจสมัครงานก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการหางาน และการทำงานในอนาคต ที่สำคัญ สมัครงานหลาย ๆ แห่งพร้อมกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ได้งานเร็วขึ้นด้วย
4. มองหาเงินสำรองไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน
นอกเหนือจากการหางานแล้ว สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมก็คือ การมองหาเงินไว้สำหรับใช้จ่ายในยามฉุกเฉินถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะค่าใช้จ่ายของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน รวมถึงหลายคนอาจมองหาช่องทางสร้างรายได้อื่น ๆ ซึ่งการมองหาเงินสำรองฉุกเฉินสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ขายของใช้ที่ไม่จำเป็น ขอความช่วยเหลือจากครอบครัว เป็นต้น
5. ตัดภาระหนี้ที่ไม่จำเป็น
สำหรับใครที่ถือบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ ควรรีบปิด และเลิกใช้งาน หรือเก็บไว้ใช้ในช่วงที่จำเป็นดีที่สุด เพราะการใช้บัตรเครดิตทุกอย่างมีดอกเบี้ยที่ต้องชำระ ถึงแม้คุณจะบอกว่าผ่อน 0% แต่สุดท้ายก็ต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนอยู่ดี ดังนั้น อะไรที่ไม่จำเป็นตัดออกให้หมด
บทความแนะนำ
สรุป
ถึงอย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่โดนไล่ออก หรือถูกเลิกจ้างงาน อย่าท้อแท้กับชีวิต ทุกอย่างมีทางออก ทำตามคำแนะนำเหล่านี้ แล้วคุณจะผ่อนคลายขึ้น และอย่าลืมไปใช้สิทธิประกันสังคมให้เกิดประโยชน์ ทางเราขอเป็นกำลังใจให้แก่ทุกคนสู้ต่อไป ที่สำคัญสามารถใช้บริการ JOBKUB เพื่อการค้นหางาน และสมัครงานได้ตามต้องการ ทั้งทำงานประจำ งานพาร์ทไทม์ หรืองานออนไลน์ ตอบโจทย์คนหางานทุกประเภทอย่างแน่นอน
แชร์บทความ



