เคล็ดลับการอัปเดตเรซูเม่ (Resume) ให้ปัง! พร้อมหางานสิ้นปี

เคล็ดลับการอัปเดตเรซูเม่ (Resume) ให้ปัง! พร้อมหางานสิ้นปี การอัปเดตเรซูเม่ (Resume) ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาหรือถูกเรียกสัมภาษณ์งานก่อนใคร JOBKUB ในฐานะแพลตฟอร์มหางานของประเทศไทย ขอแชร์เคล็ดลับการอัปเดตเรซูเม่ (Resume) ให้กับกลุ่มคนหางานทั้งเด็กจบใหม่ รวมถึงผู้ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ทุกคนได้เจองานที่ใช่ และได้ทำงานกับบริษัทที่ชอบตามที่คุณได้คาดหวังไว้
สารบัญ
-
เรซูเม่ (Resume) ที่ควรจัดทำมี 2 รูปแบบ
-
เคล็ดลับการอัปเดตเรซูเม่ (Resume) ให้ปัง! พร้อมหางานสิ้นปี
-
สรุป
เรซูเม่ (Resume) ที่ควรจัดทำมี 2 รูปแบบ
1. การฝากเรซูเม่ไว้บนเว็บไซต์หางานต่าง ๆ ที่คุณเชื่อถือ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสมัครงานกับบริษัทต่าง ๆ เพียงแค่คลิกกดสมัครงานผ่านเว็บไซต์หางานนั้น เรซูเม่ของคุณก็จะถูกส่งหาบริษัทนั้นทันที
2. การฝากเรซูเม่ไว้บนเว็บไซต์หางานต่าง ๆ ที่คุณเชื่อถือ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสมัครงานกับบริษัทต่าง ๆ เพียงแค่คลิกกดสมัครงานผ่านเว็บไซต์หางานนั้น เรซูเม่ของคุณก็จะถูกส่งหาบริษัทนั้นทันที
เคล็ดลับการอัปเดตเรซูเม่ (Resume) ให้ปัง! พร้อมหางานสิ้นปี
หากคุณอัปเดตเรซูเม่ (Resume) อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การทำงานที่เพิ่มเข้ามา โปรเจคความสำเร็จ ข้อมูลการติดต่อ และทักษะหรือความสามารถพิเศษ นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ควรอัปเดตให้เป็นปัจจุบัน เพราะถ้าผู้สมัครงานต้องการหางานที่ตรงตามความต้องการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผู้สมัครงานจะต้องสร้างเรซูเม่ให้มีความน่าสนใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือ HR ถูกใจ และเกิดความสนใจในตัวคุณเพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้เกิดการพิจารณาถูกเรียกสัมภาษณ์งานก่อน และมีโอกาสได้งานไวขึ้นด้วย ดังนั้น เรซูเม่ที่ดีควรระบุข้อมูลต่อไปนี้
1. ประสบการณ์การทำงานและประวัติการศึกษา
ผู้ประกอบการหรือ HR จะคัดเลือกพนักงานใหม่จากประวัติ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานที่ผ่านมาเพื่อดูถึงความเหมาะสมกับตำแหน่งที่ผู้สมัครงานนั้นได้สมัครเข้ามา เพราะฉะนั้น ควรใส่ Keywords เกี่ยวกับงานที่สมัคร จะช่วยให้ผู้ประกอบการพิจารณาได้ง่ายขึ้น ส่วนการศึกษา ควรใส่ประวัติการศึกษาสูงสุดไว้ลำดับแรก และค่อยเพิ่มประวัติการศึกษาลำดับถัดไป ไม่เกิน 2 หรือ 3 ลำดับสูงสุดเท่านั้น
2. ทักษะและความสามารถที่เหมาะสม
ผู้สมัครงานควรระบุทักษะและความสามารถให้ชัดเจน และต้องมีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร เช่น Microsoft Office, PowerBI, Photoshop, Illustrator, Dreamweaver, HTML, PHP, AutoCAD, Matlab, SPSS และ Express นอกจากนี้ ควรระบุคุณสมบัติทางด้าน Soft Skill (ทักษะทางด้านบุคคลและสังคม) ด้วย เช่น Communication, Presentation, Negotiation หรือ Leadership skill รวมถึงคุณสมบัติด้าน Meta skills (ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต) เพิ่มด้วย เช่น Growth Mindset, Teamwork, Creativity เป็นต้น
3. ประกาศนียบัตร คะแนนการสอบวัดระดับ และรางวัลต่าง ๆ
การแสดงหลักฐานด้านความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของผู้สมัครงาน ช่วยให้ผู้สมัครเป็นมีความโดดเด่น ตลอดจนทำให้ผู้ประกอบการเห็นว่า สามารถเป็นพนักงานที่จะนำพาและพัฒนาองค์กรในอนาคตได้ ซึ่งประกาศนียบัตรไม่จำเป็นต้องใส่เพียงการอบรมเกี่ยวกับวิชาการเสมอไป แต่สามารถใส่ได้ทั้งการอบรมด้านบุคลิกภาพ การเข้าสังคม และอื่น ๆ ได้ด้วย
4. ทักษะด้านภาษา
หากคุณมีความสามารถด้านภาษาอย่างน้อย 2 ภาษา คือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จะช่วยให้โปรไฟล์ของคุณโดดเด่นมากขึ้น แต่หากคุณมีความรู้ด้านภาษาอื่น ๆ การเพิ่มภาษาเข้าไปจะทำให้ผู้ประกอบการมีตัวเลือกในการประกอบการตัดสินใจมากขึ้น แนะนำให้ใส่ความสามารถภาษาที่ 2 หรือ 3 เนื่องจากกว่า 80% ของผู้ประกอบการมองหาผู้สมัครที่สามารถสื่อสารภาษาที่ 2 ได้
5. เลือกใส่รูปให้เหมาะสม
รูปภาพที่ลงในเรซูเม่ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากคนหางานหลาย ๆ คน อาจเลือกใช้รูปภาพที่ถ่ายเล่นทั่วไป ในการสมัครงาน แต่หากเป็นงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือ อย่างงานบัญชี ทนายความ พนักงานต้อนรับ อาจดูไม่ค่อยเหมาะสม และส่งผลให้คุณดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าที่ควร จึงควรเลือกใช้รูปติดบัตรหน้าตรง สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม หรือรูปที่ถ่ายใส่ชุดครุยในวันสำเร็จการศึกษาก็ได้เช่นกัน
6. ใส่ข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน
อย่าโฟกัสเพียงแค่คุณสมบัติในการทำงานที่ครบถ้วนเท่านั้น เพราะข้อมูลส่วนตัวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อกลับ และรู้ตำแหน่งที่อยู่ของคุณ ถือเป็นการรับประกันว่า คุณมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีตัวตนที่ตามเจอได้ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล์ หรือช่องทางการติดต่ออื่น ๆ และเป็นข้อมูลสำคัญที่หลายคนอาจลืมใส่นั่นเอง
7. เรซูเม่ต้องรองรับการใช้งานได้ทุกช่องทาง
การสมัครงานจำเป็นต้อง Save เรซูเม่หลาย ๆ ไฟล์ เพื่อให้เหมาะกับสิ่งที่แต่ละองค์กรต้องการ เช่น บางองค์กรอาจต้องการไฟล์เรซูเม่ในรูปแบบของไฟล์ PDF บางองค์กรต้องการในรูปแบบของลิ้งก์ Google Drive หรือบางบริษัทอาจต้องการอ่านเรซูเม่ในรูปแบบของกระดาษ ดังนั้น ผู้สมัครงานควรเตรียมเรซูเม่ให้หลายรูปแบบ เพื่อให้ง่ายต่อการส่งข้อมูลกับบริษัทที่ต้องการสมัครงานต่าง ๆ
8. เลือกผลงานที่ดีที่สุดของคุณ
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ผลงานหรือพอร์ตผลงาน โดยการคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่จะนำเสนอให้ผู้ประกอบการได้รับทราบ บางคนมีผลงานจำนวนมาก อาจส่งเป็นไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สะดวกในการเปิดดูผลงานต่าง ๆ จึงละเลยผลงานของคุณไป ดังนั้น การทำใส่พอร์ตผลงานด้วยการคัดเลือกผลงานที่ยอดเยี่ยม Save ด้วยไฟล์ที่เปิดง่าย จะทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นผลงานที่มีคุณภาพของคุณได้ง่ายกว่า
บทความแนะนำ
สรุป
เป็นอย่างไรบ้างกับ เคล็ดลับการอัปเดตเรซูเม่ (Resume) ให้ปัง! เพื่อเตรียมความพร้อมสมัครงานในสิ้นปีนี้ นับว่าเป็นช่วงที่หลายบริษัทเริ่มขยายฐานธุรกิจ จึงเกิดการเปิดรับสมัครงานจำนวนมาก อีกทั้งเป็นช่วงที่ผู้สมัครงานทุกคนควรรีบกอบโกย พยายามสมัครงานหลาย ๆ แห่งพร้อมกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ได้งานที่ไวขึ้น ที่สำคัญต้องสมัครงานให้ตรงกับความสามารถและทักษะของคุณด้วย เพื่อให้ได้งานที่เหมาะสม และสามารถทำงานได้ระยะยาว
แชร์บทความ


