ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อาชีพ

เทคนิคการเขียนประกาศงาน ดึงดูดคนที่ใช่มาสมัคร

JK
JobKub Editorial Team
12 กันยายน 2569
4 นาที|2 เข้าชม
เทคนิคการเขียนประกาศงาน ดึงดูดคนที่ใช่มาสมัคร

บริษัทใดกำลังประสบปัญหา "โพสต์ประกาศงานไปแล้ว มีคนสมัครมาเยอะมาก แต่ไม่มีใครที่ใช่เลยสักคน"

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากตลาดแรงงาน ไม่ได้เกิดจากเงินเดือนที่เสนอ และไม่ได้เกิดจากความต้องการที่สูงเกินจริง แต่มักเกิดจาก “ประกาศงาน ไม่ดึงดูดคนที่ใช่” เพราะประกาศงานที่ดี ต้องสื่อสารให้คนที่เหมาะสมรู้สึกว่า “งานนี้เป็นโอกาสสำคัญ” ด้วยเหตุนี้ ต้องเรียนรู้เทคนิคการเขียนประกาศงาน เพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีความสามารถ  และตรงกับความต้องการขององค์กรให้มากขึ้น


ก่อนจะไปถึงเทคนิคการเขียนประกาศงาน ลองมาดูกันก่อนว่า ประกาศงานทั่วไปมีปัญหาอะไรบ้าง?

ประกาศงานที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ส่วนมากเริ่มจากระบุความต้องการขององค์กร ตามด้วยรายการคุณสมบัติและ Requirement ยาว ๆ ก่อนปิดท้ายด้วยช่องทางสำหรับส่ง Resume ซึ่งมักสื่อสารจากมุมมองขององค์กรมากกว่ามุมมองของคนที่กำลังหางาน

แต่สำหรับผู้สมัคร สิ่งที่อยากรู้ไม่ได้มีแค่ว่า “ฉันมีคุณสมบัติตรงไหม?” แต่อยากรู้ว่า 

  • งานนี้ให้อะไรกับฉัน? 

  • มีโอกาสเติบโตไหม? 

  • ทีมเป็นอย่างไร? 

  • ถ้าาเลือกทำงานที่นี่ ชีวิตการทำงานจะดีขึ้นหรือเปล่า?”

เมื่อประกาศงานไม่ได้บอกข้อมูลเหล่านี้อย่างชัดเจน ผู้สมัครที่มีความสามารถและมีทางเลือกหลายแห่งก็อาจเลื่อนผ่านไป เพราะยังไม่เห็นเหตุผลที่จะสมัครงาน 


เทคนิคที่ 1: เปิดด้วยภาพที่ผู้สมัครต้องการเห็น

การดึงดูดผู้สมัครที่เหมาะสม ต้องเริ่มจากภาพของการทำงานที่ผู้สมัครจะได้สัมผัส เพื่อให้คนอ่านรู้สึกว่า “นี่อาจเป็นงานที่เหมาะกับเรา”

ตัวอย่างที่ไม่ดึงดูด:
“บริษัท ABC จำกัด เปิดรับสมัคร Marketing Specialist จำนวน 1 อัตรา”

ตัวอย่างที่น่าสนใจมากกว่า:
“ถ้าคุณชอบคิดแคมเปญสร้างสรรค์ ทดลองไอเดียใหม่ ๆ และอยากเห็นผลงานของตัวเองสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจ ตำแหน่งนี้อาจเป็นโอกาสที่คุณกำลังมองหา”

ความแตกต่างคือ ประโยคแรกเพียง “บริษัทกำลังต้องการคน” แต่ประโยคที่สองสื่อสารกับ “คนที่กำลังหางาน” โดยตรง และช่วยให้ผู้สมัครมองเห็นตัวเองกับงานได้ตั้งแต่ประโยคแรก


เทคนิคที่ 2: เล่าว่าทีมและสภาพแวดล้อมการทำงานเป็นอย่างไร

คนที่กำลังเปลี่ยนงาน ส่วนใหญ่มองหาบริษัทที่เขาอยากตื่นมาทำงานทุกเช้า ดังนั้น วัฒนธรรมองค์กรจึงสำคัญมาก แทนที่จะเขียนว่า "มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี" ซึ่งทุกบริษัทก็บอกแบบนี้หมด ให้ลองเล่าให้เห็นภาพจริง ๆ เช่น

  • เราทำงาน 4 วันในออฟฟิศ 1 วัน Work from Home พร้อมเปิดโอกาสให้แต่งกายสุภาพตามสไตล์ที่เหมาะกับการทำงานได้

  • หัวหน้าทีมของเราเติบโตมาจากตำแหน่งเดียวกับที่คุณกำลังสมัคร 

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้ผู้สมัครรู้สึกถึงความโปร่งใสและจริงใจ ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือได้ยิ่งขึ้น


เทคนิคที่ 3: ระบุสิ่งที่ผู้สมัครจะ "ได้" ไม่ใช่แค่ "ต้องทำ"

Job Description ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยสิ่งที่ผู้สมัคร "ต้องทำ" แต่มีน้อยมากที่บอกว่าผู้สมัครจะ "ได้" อะไรจากการทำงานที่นี่ ลองเพิ่มส่วน "สิ่งที่คุณจะได้รับ" เข้าไปในประกาศงาน โดยไม่ใช่แค่รายการสวัสดิการ แต่รวมถึงสิ่งที่จับต้องไม่ได้ด้วย เช่น

  • โอกาสนำเสนอไอเดียโดยตรงต่อผู้บริหาร โดยไม่ต้องผ่านหลายขั้นตอน

  • ได้เรียนรู้จากทีมที่มีประสบการณ์เฉลี่ยกว่า 10 ปีในอุตสาหกรรมนี้

  • มีงบประมาณสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองปีละ XXXXX บาท

  • ตารางทำงานที่ยืดหยุ่น คุณบริหารเวลาตัวเองได้ตราบใดที่งานเดินหน้า


เทคนิคที่ 4: เขียน Requirement ชัดเจน

รายการ Requirement ที่ยาวเกินไปทำให้ผู้สมัครไม่กล้าสมัคร เพราะรู้สึกว่าคุณสมบัติตัวเองไม่ครบ ทั้งที่ในความเป็นจริงบริษัทอาจไม่ได้ต้องการทุกข้อ แนวทางที่ดีกว่าคือ แบ่ง Requirement ออกเป็นสองส่วน

ส่วนที่จำเป็น (Must have): สิ่งที่ขาดไม่ได้จริง ๆ เช่น ทักษะหลัก ประสบการณ์ขั้นต่ำ หรือเงื่อนไขที่สำคัญ รายการนี้ควรสั้นและตรงไปตรงมา

ส่วนที่เป็นข้อได้เปรียบ (Nice to have): คุณสมบัติหรือทักษะเพิ่มเติมที่มีก็เป็นข้อดี แต่หากไม่มีก็ยังสามารถพิจารณาได้ การแยกส่วนนี้ออกจากคุณสมบัติที่จำเป็น ช่วยลดความกังวลของผู้สมัครที่มีศักยภาพ


เทคนิคที่ 5: ปิดด้วยการบอกขั้นตอนถัดไปให้ชัดเจน

ประกาศงานที่ดีควรบอกผู้สมัครให้ชัดเจนว่า เมื่อสนใจต้องทำอย่างไร และหลังจากสมัครแล้วจะมีขั้นตอนแบบไหน เพื่อให้ผู้สมัครตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และเตรียมตัวในลำดับต่อไป เพราะแทนที่จะเขียนเพียง “ผู้สนใจส่ง Resume ได้เลย” ลองระบุรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น

“ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้และรู้สึกว่า นี่คืองานที่กำลังมองหา เราอยากทำความรู้จักคุณ ส่ง Resume และ Portfolio (ถ้ามี) มาที่ [อีเมล] เราจะติดต่อกลับภายใน 3–5 วันทำการ เมื่อผ่านการพิจารณา จะนัดสัมภาษณ์รอบแรกผ่าน Video Call ใช้เวลาประมาณ 30 นาที”

การบอกขั้นตอนตั้งแต่สมัครงานไปจนถึงการสัมภาษณ์ ช่วยคลายความกังวล ทำให้มีเวลาเตรียมตัว และยังสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจและความสำคัญกับผู้สมัครอีกด้วย


เทคนิคที่ 6: ใช้ภาษาที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

ต้องการดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีพลังและความคิดสร้างสรรค์ ภาษาที่ใช้ในประกาศงานก็มีส่วนสำคัญ เพราะสามารถช่วยสื่อถึงวัฒนธรรมและบรรยากาศการทำงานขององค์กรได้

หากองค์กรมีบรรยากาศเป็นกันเองและเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ ประกาศงานก็ควรใช้ภาษาที่ดูเข้าถึงง่ายและสะท้อนความสร้างสรรค์ ในขณะที่องค์กรเป็นทางการและมีโครงสร้างชัดเจน ควรเลือกใช้ภาษาที่สุภาพและเป็นมืออาชีพ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ว่าจะเป็นองค์กรรูปแบบใดคือ คำที่กว้างและสื่อความหมายไม่ชัดเจน เช่น “มีความกระตือรือร้น” “ทำงานเป็นทีมได้ดี” หรือ “สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้” เพราะเป็นคำที่พบได้ทั่วไปในประกาศงาน ควรเปลี่ยนเป็นการระบุพฤติกรรมหรือความคาดหวังที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้สมัครเข้าใจลักษณะงานและวัฒนธรรมขององค์กรมากขึ้น


ประกาศงานที่ดี เสมือนการตลาดขององค์กร

ประกาศงานที่เขียนได้ดี ทำให้องค์กรทรงพลัง สามารถสื่อสารภาพลักษณ์ วัฒนธรรม และเพิ่มโอกาสการเติบโตขององค์กร ที่สำคัญ การเขียนประกาศงานให้ชัดเจน น่าสนใจ และสื่อสารกับคนที่ใช่ จึงเปรียบเสมือนการทำการตลาดที่ช่วยให้องค์กรโดดเด่นท่ามกลางการแข่งขันในตลาดแรงงาน

ลงประกาศงานที่ Jobkub.com เข้าถึงผู้หางานคุณภาพทั่วประเทศ พร้อมระบบที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประกาศงานของคุณเข้าถึงผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการขององค์กร jobkub.com


แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...