ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กฎหมายแรงงาน

ทิศทางตลาดแรงงานยุค 2025 เป็นอย่างไรบ้าง?

JK
JobKub Editorial Team
27 กุมภาพันธ์ 2568
6 นาที|2 เข้าชม
ทิศทางตลาดแรงงานยุค 2025 เป็นอย่างไรบ้าง?

ทิศทางตลาดแรงงานยุค 2025 เป็นอย่างไรบ้าง? ตลาดแรงงานปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกันภาคเทคโนโลยีและดิจิทัลมีความต้องการแรงงานสูงกว่าบางอุตสาหกรรมดั้งเดิม ส่งผลต่อการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี สร้างความท้าทายสำหรับการจ้างงานที่ส่วนใหญ่เน้นไปที่ตำแหน่งงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือรายได้อย่างรวดเร็ว 

สารบัญ

 

ผลจากการเปลี่ยนแปลง และทิศทางตลาดแรงงานยุค 2025 ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มหันมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น เนื่องจากความสะดวกและการเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลาย แถมยังมี AI มาช่วย Match คนกับงานที่เหมาะสม ทำให้ผู้หางานต้องเปิดช่องทางการหางานให้มากกว่าเดิม เพื่อเข้าถึงตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่ตัวเองสนใจ เพราะฉะนั้น เรามาดูกันว่า ตำแหน่งงานที่ได้รับความนิยมและมีผู้สมัครงานสนใจมากที่สุดในประเทศไทยมีอะไรกันบ้าง?

 

สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

ทิศทางตลาดแรงงานยุค 2025 เป็นอย่างไรบ้าง?

ตำแหน่งงานในสายอาชีพนี้ประกอบด้วยหลายสาขา เช่น โปรแกรมเมอร์, นักพัฒนาซอฟต์แวร์, และวิศวกรด้าน AI หรือ Data Scientist ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานสูงมาก เพราะทุกองค์กรต่างปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

 

สายงานด้านการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) 

ทิศทางตลาดแรงงานยุค 2025 เป็นอย่างไรบ้าง?

ตำแหน่งงานในสายอาชีพนี้ประกอบด้วยหลายสาขา เช่น นักการตลาดที่มีทักษะในด้าน SEO, Content Creation, และการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดเป็นที่ต้องการ งานสายการตลาดออนไลน์กลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และพัฒนาองค์กรให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

 

สายงานขายและพัฒนาธุรกิจ (Sales & Business Development) 

ทิศทางตลาดแรงงานยุค 2025 เป็นอย่างไรบ้าง?

ตำแหน่งงานในสายอาชีพนี้ประกอบด้วยหลายสาขา เช่น พนักงานขายออนไลน์ และออฟไลน์ โดยเฉพาะ B2B และ E-commerce

 

สายงานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (Logistics & Supply Chain) 

Logistics & Supply Chain

ตำแหน่งงานในสายอาชีพนี้ประกอบด้วยหลายสาขา เช่น ผู้จัดการคลังสินค้า และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการซัพพลายเชน เนื่องจากการเติบโตของ E-commerce ทำให้ความต้องการบุคลากรในด้านนี้เพิ่มขึ้น

 

สายงานด้านการเงินและการวิเคราะห์ข้อมูล (Finance & Data Analysis)

Finance & Data Analysis 

ตำแหน่งงานในสายอาชีพนี้ประกอบด้วยหลายสาขา เช่น นักวิเคราะห์ทางการเงิน, นักบัญชี, และนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) เป็นตำแหน่งที่มีผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทุกองค์กรต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ

ต่อมา ควรทราบถึงรายได้ค่าตอบแทนของประเทศไทยกันว่า เฉลี่ยเงินเดือนอยู่ที่เรตเท่าไหร่ แต่ทั้งนี้เงินเดือนจะมีความแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ อุตสาหกรรม และตำแหน่งงาน โดยหากพูดถึงภาพรวมเงินเดือนในตลาดงานทั่วไป สามารถแบ่งคร่าว ๆ ได้ดังนี้

1. นักศึกษาจบใหม่ (Fresh Graduates) เงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000-25,000 บาทต่อเดือน โดยสายงานที่ต้องการทักษะเฉพาะ เช่น IT หรือวิศวกรรม อาจได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ย

2. สายงานระดับกลาง (Mid-level) คนที่มีประสบการณ์ 3-5 ปี เงินเดือนเฉลี่ยจะอยู่ในช่วง 30,000-50,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง เช่น การตลาด, การขาย, หรือสายงานวิเคราะห์ข้อมูล

3. สายงานระดับผู้บริหาร (Management) ตำแหน่งระดับผู้จัดการขึ้นไปจะมีเงินเดือนเฉลี่ยประมาณ 70,000-150,000 บาทต่อเดือน หรือสูงกว่านั้นในอุตสาหกรรมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เช่น การเงิน, เทคโนโลยี, และการแพทย์

สำหรับสายอาชีพที่ได้รับค่าตอบแทนสูงและมีการปรับเงินเดือนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องมักจะเกี่ยวข้องกับทักษะที่เป็นความต้องการในตลาดแรงงานและมีความเฉพาะทางสูง เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT), วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science), การเงินและการลงทุน (Finance & Investment), นักวิเคราะห์การเงิน (Financial Analyst), ที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Consultant), หรือผู้จัดการกองทุน (Fund Manager), การแพทย์และสาธารณสุข (Healthcare) แพทย์เฉพาะทาง, ทันตแพทย์, และนักวิจัยทางการแพทย์ 

ไม่เพียงเท่านี้ การตลาดดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ (Digital Marketing & E-commerce) มีแนวโน้มการเติบโตของเงินเดือน เนื่องจากธุรกิจออนไลน์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน แต่ภาพรวมการปรับเงินเดือนยังขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและผลประกอบการขององค์กรร่วมด้วย

 

ทักษะและความสามารถที่ผู้ประกอบการหลายคนต้องการมากที่สุด

ทักษะและความสามารถ

1. ทักษะการปรับตัว (Adaptability) เมื่ออยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการหลายคนโฟกัสไปที่การจ้างพนักงานที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ความสามารถในการแก้ปัญหา (Problem-Solving Skills) ไม่ว่าจะเป็นการคิดเชิงวิเคราะห์ เสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ นับว่าเป็นทักษะที่ต้องการในทุกอุตสาหกรรม

3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skills) มีความจำเป็นต่อการทำงานร่วมกันในทีมและการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในองค์กรและกับลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญ

4. ความรับผิดชอบต่อเป้าหมาย (Accountability) ต้องมีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายของทีมและองค์กร

5. ทักษะด้านเทคโนโลยี (Tech-Savviness) เพื่อการใช้งานเทคโนโลยีหรือการทำงานกับแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ กำลังเป็นสิ่งจำเป็นในหลายอุตสาหกรรม

6. มองบวก มีทัศนคติที่ดี (Positive Attitude) พนักงานที่มีพลังบวกและมุ่งมั่นพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและได้รับโอกาสเติบโตในองค์กร

7. ความสามารถในการทำงานแบบ (Multitasking) ด้วยความที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการต่างมองหาคนที่สามารถทำงานหลากหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน

8. ความเข้าใจในภาพรวมธุรกิจ (Business Acumen) พนักงานที่เข้าใจเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร พร้อมสามารถเชื่อมโยงการทำงานของตัวเองกับผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ

 

คุณสมบัติที่ควรพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

คุณสมบัติที่ควรพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

ข้อดีที่เป็นทุนเดิมของพนักงานคนไทยนั่นก็คือ ความขยัน ประนีประนอม และสามารถทำงานร่วมกันได้ แต่มีบางคุณสมบัติที่ต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อใช้แข่งขันในตลาดแรงงานไต่เต้าสูงตลาดแรงงานและเป็นที่ต้องการให้มากยิ่งขึ้น 

1. ทักษะด้านภาษาอังกฤษ (English Proficiency) ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแรงงานไทยในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหรือลูกค้าในต่างประเทศ

2. ความคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) เพื่อการวิเคราะห์และการแก้ปัญหาเชิงรุก ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในยุคที่องค์กรต้องการความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว

3. ทักษะด้านเทคโนโลยี (Digital Skills) ควรเพิ่มเชี่ยวชาญในทักษะที่ลึกซึ้ง เช่น การเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) หรือการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในเชิงธุรกิจ

4. การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทำให้การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง (Upskilling/Reskilling) เป็นสิ่งจำเป็น แรงงานไทยบางกลุ่มยังไม่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

5. มีความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง (Growth Mindset) บางครั้งแรงงานไทยยังยึดติดกับวิธีการทำงานแบบเดิม ๆ และขาดความยืดหยุ่นในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

6. ทักษะการบริหารเวลา (Time Management) การจัดลำดับความสำคัญของงานและการบริหารเวลาเป็นอีกหนึ่งจุดที่แรงงานไทยสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้

7. การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) นอกจากเรื่องภาษา ทักษะในการสื่อสารให้ชัดเจน กระชับ และเข้าใจง่ายก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา เพื่อการทำงานที่ราบรื่นและลดความเข้าใจผิด

อ้างอิงจาก: www.amarintv.com

 

บทความแนะนำ

 

สรุป

ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะทำงานตำแหน่งใดก็ตาม สามารถพัฒนาและยกระดับตัวเองให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานได้ ด้วยการผลักดันทั้งความสามารถ ทักษะในเรื่องต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานของคุณ สร้างโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ เท่านี้ก็ช่วยให้คุณกลายเป็นที่ต้องการขององค์กรต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นแล้วล่ะ ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมตามมาด้วยการเรียนรู้ และปรับตัวให้ทัน แล้วคุณจะอยู่รอดทุกยุคสมัย 

JOBKUB

แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...