ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เคล็ดลับในการทำงาน

วิธีเปลี่ยนเงินทอนให้เป็นเงินเก็บ!!

JK
JobKub Editorial Team
30 พฤศจิกายน 2566
5 นาที|1 เข้าชม
วิธีเปลี่ยนเงินทอนให้เป็นเงินเก็บ!!

วิธีเปลี่ยนเงินทอนให้เป็นเงินเก็บ!! วันนี้ JOBKUB จะชวนชาวออฟฟิศทุกคนมาออมเงินอย่างชาญฉลาด เปลี่ยนเงินทอนให้กลายเป็นเงินเก็บอย่างง่ายดาย ด้วยวิธีการออมเงินที่คุณสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อเริ่มสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมปรับเปลี่ยนแนวคิดการออมเงิน หยุดการใช้เงินแบบสิ้นเปลือง

สารบัญ

 

1.ออมเงินหลังเงินเดือนออกทันที

ออมเงินหลังเงินเดือนออกทันที

เมื่อเงินเดือนออกปุ๊บ ให้หักเงินออมทันทีอย่างน้อย 10% ของเงินเดือนทั้งหมด และแจกจ่ายสิ่งที่จำเป็น เช่นค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร/เดือน หรือค่าความสุขส่วนตัว นอกจากนี้การลิสต์รายการค่าใช้จ่ายที่รออยู่ก็จำเป็นไม่น้อย เพราะจะช่วยจัดการได้ว่ารายการใดไม่จำเป็น และค่อยลดรายจ่ายในส่วนนั้นลง

วิธีออมเงินหลังเงินเดือนออกทันที มีข้อดีคือ เราสามารถออมเงินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ แต่เราไม่ควรออมเงินเกินกว่า 50% ของรายได้ เพราะอาจทำให้ไม่มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อย่าลืมว่าต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

แต่กรณีที่ไม่สามารถออมเงินหลังเงินเดือนออกได้ทันที เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายสูง คุณสามารถจ่ายสิ่งที่จำเป็นออกก่อนได้ แล้วมาดูอีกทีว่า เงินคงเหลือสำหรับใช้กินตลอดเดือนและสามารถหักเก็บได้เท่าไหร่ และในเดือนต่อไปให้พยายามลดภาระค่าใช้จ่ายนั้นลง เพื่อให้มีเงินออมมากขึ้น

 

2.ออมเงินเย็นมากกว่าเงินร้อน

วิธีเปลี่ยนเงินทอนให้เป็นเงินเก็บ!!

เงินเย็นคือ เงินที่ไม่มีต้นทุนและไม่จำเป็นต้องนำไปใช้ทำอะไร หรือเรียกได้ว่าเป็นเงินที่ไม่มีภาระ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีจำนวนเยอะ แค่อยู่ในระดับที่ทำให้รู้สึกว่าเพียงพอและอุ่นใจ โดยต้องตั้งเป้าหมายออมเงินต่อเนื่องทุกเดือน ตัวอย่างเช่น

การออมเงินเย็น : เป็นการหักเงินออมจากเงินเดือน โดยเงินส่วนนั้นไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ สามารถออมเงินไว้ใช้ในอนาคตได้ระยะยาว โดยไม่นำออกมาใช้ฟุ่มเฟือย

การออมเงินร้อน : เป็นการออมเงินส่วนที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย เช่น เดือนนี้อยากออมเงิน 10% แต่พอคำนวณจริง ๆ ยังต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็น ดังนั้น จึงต้องเอาเงิน 10% นั้นออกมาใช้จ่ายก่อน หากทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จะติดเป็นนิสัยจนไม่สามารถออมเงินได้ ด้วยเหตุนี้ คุณต้องตัดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นออกให้หมดก่อนออมเงินทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่มีภาระค่าใช้จ่ายสูง

 

3.รู้จักการจัดการเงิน

วิธีเปลี่ยนเงินทอนให้เป็นเงินเก็บ!!

สำหรับกลุ่มคนที่รายจ่ายเยอะจนไม่รู้จะจัดการอย่างไร เราแนะนำให้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย โดยการแบ่งเงินออกเป็นส่วน ๆ เช่น เงินค่าเช่าบ้าน เงินเก็บออม ค่าผ่อนรถ ฯลฯ หากมีเงินจำนวนหนึ่งเหลือจากนี้ ควรนำไปใช้กับค่าประกันชีวิต เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดเหตุไม่คาดฝัน หรืออาจนำไปเป็นเงินลงทุนบางส่วน สำหรับการต่อยอดรายได้

 

4.หยุดใช้บัตรเครดิตฟุ่มเฟือย เปลี่ยนเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน

วิธีเปลี่ยนเงินทอนให้เป็นเงินเก็บ!!

บัตรเครดิตเปรียบเสมือนดาบสองคม หากใช้งานถูกวิธีจะช่วยให้สามารถเก็บเงินได้ง่ายขึ้น สำหรับใครที่จำเป็นต้องใช้งานบัตรเครดิต ให้สำรวจโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายของเราถูกลง เช่น ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 10 เดือน หรือรับคะแนนสะสมเพื่อใช้แลกซื้อสินค้าในราคาถูก หรือเปลี่ยนเป็นเงินสดลดภาระค่าใช้จ่ายภายในบัตรเครดิต เป็นต้น

อีกทั้งการจ่ายบิลบัตรเครดิตควรตรงต่อเวลา เมื่อจ่ายไม่ครบยอดหรือจ่ายช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนด อาจโดนคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูง มีโอกาสสร้างหนี้เพิ่มอย่างไม่รู้ตัว ดังนั้นก่อนใช้บัตรเครดิต ต้องใช้สติไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และควรวางแผนการเงินให้ดีก่อนใช้เสมอ

แต่ในกรณีที่หลายคนชอบใช้บัตรเครดิตฟุ่มเฟือย ขยันรูดบัตร จับจ่ายสิ่งของตามใจชอบ หากมีเงินออมก่อนใช้เงินเกินตัว ควรพิจารณาว่า สิ่งนี้มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเก็บบัตรเครดิตไว้ใช้ยามฉุกเฉินดีกว่า

 

5.คิดก่อนซื้อ ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

คิดก่อนซื้อ ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

ด้วยความที่มีสิ่งของล่อตาล่อใจจำนวนมาก ทำให้เราอยากจ่ายเงินซื้อแบบขาดสติ โดยไม่ยับยั้งชั่งใจ แต่ถ้าคุณต้องการออมเงินควรคิดให้รอบคอบก่อนซื้อสินค้าทุกครั้ง ยกตัวอย่างเช่น ต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือ ควรเทียบสเปกและความจำเป็น เลือกคุณภาพการใช้งานระยะยาว หรือรอช่วงเวลาจัดโปรโมชั่น ลดราคาสินค้าที่ต้องการซื้อก็ช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว

 

6.จัดการเงินอย่างเหมาะ

จัดการเงินอย่างเหมาะ

เมื่อตั้งใจวางแผนเก็บออมเงินแล้ว ในบางครั้งสถานการณ์ก็ไม่เป็นใจ เพราะมีรายจ่ายเข้ามาเยอะมาก และเกิดเหตุการฉุกเฉินจนทำให้รายได้ลดลง นั่นก็คือ สิ่งของเสียหาย ต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน หรือแม้แต่ตกงาน อาจทำให้ไม่สามารถออมเงินแบบต่อเนื่องได้ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ค่อยเริ่มออมเงินใหม่ในภายหลัง และพยายามชดเชยเงินออมในช่วงระยะเวลาที่หายไปด้วย

 

7.ออมเงินกับแฟน หรือคนในครอบครัว

ออมเงินกับแฟน หรือคนในครอบครัว

สำหรับใครมีแฟนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน หรือห้องพักเดียวกัน มีโอกาสออมเงินได้มากขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายหลาย ๆ อย่างมักหารสอง จึงเหลือเงินเก็บสำหรับออมเงิน ดังนั้น ให้สร้างบัญชีร่วมกันเพื่อออมเงินของทั้งคู่ เตรียมพร้อมการซื้อบ้าน ซื้อรถ และเรื่องสร้างครอบครัวในอนาคต นับว่าเป็นการตั้งเป้าหมายระยะยาวที่สร้างความมั่นคงในชีวิต แต่ถ้าคู่ไหนมีพฤติกรรมการใช้เงิน หรือมีทัศนคติเกี่ยวกับการออมที่แตกต่างกันมากจนเกินไป ต้องพยายามพูดคุยหาข้อตกลงให้ดีเสียก่อน

 

8.วางเป้าหมายการออมเงิน

วางเป้าหมายการออมเงิน

การตั้งเป้าหมายออมเงิน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ ไปเที่ยว หรือเพื่อใช้จ่ายหลังเกษียณ เป็นวิธีช่วยให้เก็บออมเงินได้ดีขึ้น เนื่องจากจะมุ่งมั่นตั้งใจเก็บเงินมากกว่าเดิม ที่สำคัญเป้าหมายการออมไม่ควรทำให้เราใช้เงินได้น้อยเกินความจำเป็นจนใช้ชีวิตลำบาก หากเก็บเงินไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แนะนำให้หารายได้เสริมยามว่าง เพื่อให้มีเงินออมมากขึ้น

 

9.เก็บแบงก์ 50 ทุกใบ

เก็บแบงก์ 50 ทุกใบ

การเก็บออมแบงก์ 50 ทุกใบที่ได้รับจากพ่อค้าแม่ค้า เป็นวิธีการเก็บเงินอย่างมีวินัย โดยให้คุณแยกเงินในแต่ละวันออกมา 50 บาท แล้วเก็บใส่กระปุก หากลองคำนวณกันง่าย ๆ 1 เดือน มี 30 วัน เท่ากับจะมีเงินเก็บเฉลี่ยเดือนละ 1,500 บาท เงินเก็บ 1 ปี จะได้ 18,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้ง เศษเงินจากค่าอาหาร หรือค่ารถในแต่ละวัน ควรหยดกระปุกทุกวัน และหมั่นทำอย่างต่อเนื่องให้ติดเป็นนิสัย

บทความแนะนำ

สรุป

หากชาวออฟฟิศสามารถทำตามทั้ง 10 ข้อนี้ได้ จะสามารถเปลี่ยนเงินทอนให้กลายเป็นเงินเก็บได้อย่างง่ายดาย และถ้าคุณมีความรู้ด้านใดที่นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ลองเปิดช่องทางอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ด้วยยิ่งดี แต่สำหรับชาวออฟฟิศท่านไหนที่กำลังมองหางานใหม่ และต้องการสมัครงานให้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถสมัครสมาชิกกับทางเว็บไซต์ของเราได้ทันที พร้อมฝากประวัติเรซูเม่พื่อการค้นหางาน และสมัครงานตามต้องการ เพราะการเลือกตำแหน่งงาน และสถานที่ทำงานที่เหมาะสม ย่อมสร้างความมั่นคง ช่วยหนุนให้คุณมีโอกาสเก็บออมเงินได้เยอะขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ด้วยเช่นกัน

JOBKUB

แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...