ทริค!! หางานที่ถูกใจ ได้งานชัวร์

ทริค!! หางานที่ถูกใจ ได้งานชัวร์ มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อย ที่กำลังตามหางานที่ถูกใจ บางคนสมหวัง บางคนยังไม่สมหวังตามที่ต้องการ แต่สำหรับใครที่ต้องการหางานที่ถูกใจ ได้งานที่ชอบทำ ทางเรามีทริค!! สมัครงานที่ถูกใจ ได้งานชัวร์มาแนะนำ ด้วยการสร้างความแตกต่าง ให้คุณเป็นผู้สมัครงานที่โดดเด่นกว่าใคร เพราะฉะนั้น เรามาดูกันว่าทริคเหล่านี้มีอะไรบ้าง เพื่อเป็นการเตรียมตัวสมัครงานให้ได้งานที่ถูกใจมากที่สุด
สารบัญ
-
ค้นหาทักษะ ความสามารถของตัวเองให้เจอ
-
เขียน Resume ให้โดดเด่น ดึงดูดผู้ประกอบการ
-
วางแผนการหางานที่ถูกใจ
-
ศึกษาข้อมูลของบริษัทที่คุณสมัครงาน
-
เตรียมตัวซักซ้อมก่อนสัมภาษณ์งานจริง
-
สรุป
1. ค้นหาทักษะ ความสามารถของตัวเองให้เจอ
สำหรับกลุ่มคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ และผู้สมัครงานที่มีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว ส่วนใหญ่เริ่มหางานจากสิ่งที่เรียนจบมา หรือจากงานเก่าที่เคยทำมา แต่ทั้งนี้ เพื่อหางานที่ถูกใจ และได้งานชัวร์ ควรหาคุณสมบัติเด่นในตัวคุณ รวมถึงความสนใจที่คุณมี เพื่อสร้างความแตกต่างในการหางานให้กับตัวเอง เพราะถ้าคุณมองแต่สิ่งที่คุณเรียนจบมา อาจกว้างมากเกินไป บางครั้งเรียนจบการตลาดมา ไม่ได้แปลว่าคุณต้องทำ งานด้านการตลาดเสมอไป
ลองเริ่มต้นหาสิ่งที่สนใจ ทักษะและความสามารถที่คุณมี เพื่อจำกัดตำแหน่งงานที่กำลังหาอยู่ให้แคบลง และเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โอกาสเจองานที่ใช่ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย และยิ่งทำงานในสิ่งที่ชอบคุณจะมีความสุขในการทำงานทุก ๆ วัน โดยไม่รู้สึกเหนื่อย หรือท้อแท้เลยล่ะ
2. เขียน Resume ให้โดดเด่น ดึงดูดผู้ประกอบการ
เชื่อว่ามีหลายคนที่เขียน Resume แค่ฉบับเดียว แต่เอาไปสมัครงานกับทุก ๆ บริษัท ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เนื่องจาก Resume เป็นสิ่งแรกที่ผู้ประกอบการได้เห็น ก่อนติดต่อนัดสัมภาษณ์งาน จึงควรเขียน Resume ให้โดดเด่น และดึงดูดผู้ประกอบการให้มากที่สุด ถ้าคุณเป็นผู้สมัครงานที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน ให้เขียน Resume เน้นไปทักษะและคุณสมบัติที่มี บวกกับกิจกรรมในมหาวิทยาลัยที่เคยร่วม ประสบการณ์ฝึกงาน หรือประสบการณ์ทำงานนอกเวลาต่าง ๆ มาปรับใช้กับตำแหน่งงานที่คุณจะสมัคร เพื่อให้ Resume ของคุณดูน่าสนใจมากขึ้น
นอกจากตัวเนื้อหาใน Resume ต้องมีความน่าสนใจ และเพื่อยกระดับ Resume ให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น น่าเปิดอ่าน ก็คือ การสร้างความครีเอทีฟ โดยการใส่ลูกเล่นด้วยภาพ สีสัน จัดองค์ประกอบให้เหมาะสมน่าอ่าน เป็น Resume ที่ไม่ใช่มีแค่ตัวหนังสือสีขาวดำเรียบ ๆ แบบแต่ก่อน เมื่อคุณเขียน Resume เรียบร้อยแล้ว ตรวจทานให้แน่ใจว่าเรียบร้อยดี ข้อมูลสอดคล้องเชื่อมโยงกันดี ไม่มีการพิมพ์ตก สะกดผิด อาจจะให้เพื่อน ๆ หรือคนอื่นช่วยออกความเห็นแนะนำและติชม สำหรับการปรับปรุง Resume ให้ดียิ่งขึ้น
3. วางแผนการหางานที่ถูกใจ
หลังจากที่คุณทราบตำแหน่งงาน และประเภทงานที่สนใจ พร้อมจัดทำ Resume เสร็จเรียบร้อยควรวางแผนในการหางาน และสมัครงาน สำหรับคนที่ส่งใบสมัครงานไปแล้ว อย่าลืมติดตามความคืบหน้าด้วย เพื่อป้องกันเอกสารตกหล่น ส่วนช่องทางสำหรับการหางานขอแนะนำ JOBKUB เว็บไซต์หางาน สมัครงานชั้นนำ ที่คุณสามารถสร้างโปรไฟล์หางาน ฝาก Resume เพื่อเปิดโอกาสให้งานตามหาคุณ แทนที่คุณจะเป็นฝ่ายตามหางานเพียงฝ่ายเดียวแล้ว เพราะเมื่อผู้ประกอบการต้องการหาคนทำงาน ก็จะมาค้นหาโปรไฟล์ผู้สมัครงานในระบบของเว็บไซต์ โดยคุณต้องแน่ใจว่าคุณกรอกข้อมูลในโปรไฟล์ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะระบบจะคัดกรอง และเลือกแสดงโปรไฟล์ของผู้สมัครงานที่ตรงกับความต้องการให้กับผู้ประกอบการได้เลือก ถ้าข้อมูลที่คุณกรอกไว้ในโปรไฟล์ ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ โอกาสการได้งานที่ใช่ ก็อยู่ไม่ไกลแล้วล่ะ
นอกจากปล่อยให้โปรไฟล์ของคุณทำงาน เพื่อหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมแล้ว คุณควรตามหาโอกาสด้วยตัวเองอีกทางหนึ่งด้วย โดยค้นหาตำแหน่งงานที่สนใจ จากประกาศงานของเว็บไซต์ แล้วใช้โปรไฟล์ฉบับเดียวกันนี้เพื่อสมัครงานได้ และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงต้องหาสิ่งที่คุณสนใจ และทักษะที่คุณมีให้เจอ ก็เพื่อที่คุณจะสมัครงานได้ตรงกับความต้องการ และให้ได้งานที่ใช่กับคุณมากที่สุด อีกทั้ง JOBKUB มี Resume ให้คุณได้ดาวน์โหลดฟรี แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งคุณสามารถนำ Resume นี้ไปใช้สมัครงานได้ตามต้องการ ลดปัญหาการจัดทำ Resume ให้เสียเวลา ช่วยให้คุณมีโอกาสค้นหางานได้เยอะยิ่งขึ้น
4. ศึกษาข้อมูลของบริษัทที่คุณสมัครงาน
หากคุณถูกติดต่อให้เดินทางไปสัมภาษณ์งาน หรือสัมภาษณ์งานผ่านออนไลน์ คุณควรหาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่คุณสมัคร และข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณจะร่วมงานด้วยในอนาคต ควรหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด พยายามเจาะลึกลงไปในรายละเอียด คุณอาจจะเข้าไปหาข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัท อ่านบทความความเคลื่อนไหว หรือข่าวล่าสุดของบริษัท รวมถึงไปดูโปรไฟล์ของพนักงานแต่ละคนในบริษัท เพราะข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณมีแต้มต่อ ได้คะแนนจากผู้สัมภาษณ์งาน แต่ต้องตอบอย่างระมัดระวังในการพูดอย่างเป็นกลาง
สิ่งที่คุณควรทำคือ นำข้อมูลที่ได้มาคิด วิเคราะห์ เพื่อที่คุณจะพูดเกี่ยวกับบริษัทได้อย่างลื่นไหล และเป็นธรรมชาติ ในขณะสัมภาษณ์งานให้คุณหาจังหวะนำข้อมูลที่หามาได้นี้ สร้างจุดเด่นให้กับตัวคุณ เช่น ถ้าบริษัทนี้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่อยู่พอดี แล้วคุณสมัครงานในตำแหน่งพนักงานขาย หรืองานการตลาด คุณอาจจะพูดถึงแนวคิดบางอย่าง หรือวิธีการที่จะทำให้สินค้าตัวนี้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ จะช่วยให้คุณดูมีความน่าสนใจมากขึ้นด้วย
5. เตรียมตัวซักซ้อมก่อนสัมภาษณ์งานจริง
เตรียมร่างคำตอบสัมภาษณ์งานไว้ แล้วซ้อมพูดคำตอบที่คุณเตรียมไว้ เพื่อให้การตอบคำถามสัมภาษณ์งานดูเป็นธรรมชาติ และราบรื่นที่สุด ก่อนอื่นให้คุณหาตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์งาน แล้วลิสต์ไว้ เพื่อมาเตรียมคำตอบ ตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์งานที่เจอบ่อย ๆ ก็เช่น “ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้รู้จักหน่อย” หรือ “ทำไมเราถึงต้องเลือกคุณเข้าทำงาน แทนที่จะเลือกคนอื่น” เมื่อคุณร่างคำตอบไว้เรียบร้อยแล้ว ให้เอาคำตอบนั้นมาซ้อมพูด ซ้อมตอบให้คล่องปาก เมื่อเจอกับสถานการณ์จริงจะได้ไม่ตื่นเต้น หากคุณต้องสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์ คุณควรซ้อมเรื่องวิธีการพูด โทนเสียง และน้ำเสียงที่ใช้ ให้ฟังดูมีความมั่นใจ และหากคุณต้องสัมภาษณ์งานแบบเห็นหน้ากัน ตัวต่อตัว คุณควรซ้อมทั้งเรื่องของการพูด และเรื่องของท่าทางที่แสดงออกมาตอนพูดตอบคำถามสัมภาษณ์งาน ให้ดูมีความมั่นใจ และเป็นมืออาชีพด้วย จะทำให้คุณได้คะแนนตรงนี้เพิ่ม โอกาสที่จะได้งานก็เพิ่มขึ้นด้วย
บทความแนะนำ
สรุป
เป็นอย่างไรบ้างกับ ทริค!! หางานที่ถูกใจ ได้งานชัวร์ทั้งหมดนี้ หวังว่าคุณจะนำไปใช้เพื่อค้นหางานที่ใช่สำหรับตัวเอง ซึ่งทาง JOBKUB พร้อมซัพพอร์ตให้คุณได้เข้ามาค้นหางาน สมัครงานที่ชอบได้ตามต้องการ พร้อมทั้งสามารถสร้าง Resume ของตัวเองได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมี Template ให้เลือกถึง 10 แบบ สามารถดาวน์โหลดแบบที่ชอบไปใช้สมัครงานได้ตามต้องการ ตอบโจทย์กลุ่มหางานทุกประเภทอย่างแน่นอน
แชร์บทความ





