เตือนภัย!! 10 โรคร้ายใกล้ตัวพนักงานประจำ

เตือนภัย!! 10 โรคร้ายใกล้ตัวพนักงานประจำ พนักงานประจำที่กำลังประสบปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงการเป็นโรคร้ายได้ และ 10 โรคร้ายใกล้ตัวพนักงานประจำที่ว่านี้มีอะไรบ้าง และต้องดูแลตัวเองอย่างไร เรามาหาความรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย

สารบัญ

 

ทำไมกลุ่มพนักงานประจำที่นั่งทำงานภายในออฟฟิศ มีโอกาสเสี่ยงโรคร้ายได้มากถึง 10 โรค ก็เพราะว่าเกิดจากพฤติกรรมการทำงานและการใช้ชีวิตระหว่างทำงาน เช่น เกิดความเครียดหรือความกดดัน พักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารที่ไม่มีประโชน์ เป็นต้น นำไปสู่ปัญหาสุขภาพ และเสี่ยงเกิดโรคร้ายมากมาย

 

1.โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)

เตือนภัย!! 10 โรคร้ายใกล้ตัวพนักงานประจำ

โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นโรคที่พนักงานประจำหลายคนมักประสบบ่อยที่สุด ซึ่งมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เนื่องจากการใช้งานกล้ามเนื้อมัดเดิมในรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการหดเกร็ง รวมทั้งกล้ามเนื้อบางส่วนถูกยืดค้างอยู่ในท่าเดิม จึงก่อให้เกิดอาการปวด ชา หรือกล้ามเนื้ออักเสบตามร่างกายแบบเรื้อรัง โดยเฉพาะคอ บ่า เอว หลัง ข้อมือ และนิ้วมือ (โรคนิ้วล็อก)

ด้วยเหตุนี้ พนักงานประจำที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน 8-9 ชั่วโมงต่อวัน ควรปรับพฤติกรรมการทำงาน ห้ามนั่งท่าเดิมตลอดทั้งวัน ติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยไม่ได้ลุกหรือขยับ ให้หันมายืดเส้นยืดสาย หรือเดินขยับร่างกายบ้าง และปรับท่านั่งการทำงานให้เหมาะสม และไม่ควรเพ่งมองจอคอมพิวเตอร์นานจนเกินไปด้วย

 

2.โรค CVS (Computer Vision Syndrome)

เตือนภัย!! 10 โรคร้ายใกล้ตัวพนักงานประจำ

พนักงานประจำเกือบทุกคนที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน มักมีปัญหาสายตาเป็นประจำ ไม่ว่าจะปวดตา ตาแห้ง สายตาพร่า โฟกัสได้ช้าลง ฯลฯ ปัญหาสายตาเหล่านี้ เราเรียกรวมกันว่าโรค CVS หรือโรคสายตาที่มาจากการใช้คอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งอาการอาจจะดูเหมือนไม่ร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้อาจทำให้สายตาสั้น กระจกตาอักเสบ หรืออาจกลายเป็นโรคต้อหิน ที่ทำให้ตาบอดได้ เพราะฉะนั้น ควรหาเวลาพักสายตาระหว่างวันบ้าง มองออกไปดูธรรมชาติ หรือต้นไม้สีเขียวด้านนอกออฟฟิศ เพื่อพักสายตาและความเหนื่อยล้า

 

3.โรคเครียด (Acute Stress Disorder)

โรคเครียด

เป็นภาวะที่พนักงานประจำหลายคนต้องเผชิญกับแรงกดดันจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ภายในออฟฟิศ ซึ่งภาวะดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายและจิตใจ ซึ่งก่อให้เกิดอาการเครียด บางคนกลายเป็นคนเก็บกด ซึมเศร้า จนส่งผลกระทบต่อร่างกายระยะยาว

ร้ายแรงที่สุดอาจทำให้นอนไม่หลับ กินข้าวไม่ได้ เริ่มมีอารมณ์โมโหก้าวร้าว เรียกได้ว่าส่งผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งความเครียดเหล่านี้อาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ และโรคอื่น ๆ ตามมา และสิ่งที่จะระบายความเครียดเหล่านี้ได้ดีที่สุดก็คือการหากิจกรรมสนุก ๆ ได้ไปท่องเที่ยวพักผ่อน ปล่อยวางเรื่องการทำงานหลังเลิกงาน และใช้วันหยุดเสพความสุขให้เต็มที่

 

4.โรคไมเกรน (Migraine)

โรคไมเกรน

โรคนี้เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล การคิดมาก เก็บทุกอย่างหรือปัญหาต่าง ๆ มาคิดวนไปวนมาจนเกิดความเครียด ใช้สมองมากเกินไป บวกกับพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น กลายเป็นโรคยอดฮิตของพนักงานประจำเลยก็ว่าได้ สังเกตสัญญาณของโรคไมเกรนได้จากการปวดหัวเรื้อรัง ในลักษณะปวดตุบ ๆ ข้างเดียว และมักตามมาด้วยอาการไม่พึงประสงค์ เช่น คลื่นไส้อาเจียน ตาไม่สู้แสง ทนเสียงดัง ๆ ไม่ได้

เพราะฉะนั้น ระหว่างที่นั่งทำงานประจำภายในออฟฟิศ ควรจัดท่านั่งที่เหมาะสมให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายมากที่สุด ไม่ให้เกิดอาการเกร็งตัว คอ บ่า หรือไหล่ ซึ่งอาจส่งผลให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอจนเกิดโรคไมเกรนได้

 

5.โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (urinary tract infection หรือ UTI)

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

พนักงานประจำหลายคนมักตั้งใจนั่งทำงานอย่างสุดความสามารถ หรือต้องทำงานแข่งขันกับเวลาเพื่อให้งานนั้นสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ไม่มีเวลาปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่รู้หรือไม่พฤติกรรมเช่นนี้ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้

สำหรับพนักงานประจำที่มีอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย ปัสสาวะบ่อย-ถี่ รู้สึกถ่ายปัสสาวะไม่สุด ปวดแสบขณะปัสสาวะ หรือในบางครั้งมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ จึงควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน

 

6.โรคอ้วน (Obesity)

โรคอ้วน

พฤติกรรมการกินของพนักงานประจำ มักกินจุกจิก กินไปทำงานไป มีขนม ของหวาน ชาไข่มุก น้ำอัดลม วางอยู่บนโต๊ะทำงานเต็มไปหมด แถมยิ่งเครียดก็ยิ่งกินเยอะขึ้น ไม่ออกกำลังกาย เพราะไม่ค่อยมีเวลาว่างอีก จึงทำให้พนักงานประจำหลายคนเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้ง่าย ไม่เพียงน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น แขนขาใหญ่ขึ้น ลงพุงเท่านั้น อาจเกิดภาวะการนอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

 

7.กรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD)

กรดไหลย้อน

พนักงานประจำ มักเป็นโรคกรดไหลย้อนกันเยอะขึ้น เนื่องจากการกินอาหารไม่เป็นเวลา เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ความเครียดสะสม รวมทั้งบางออฟฟิศชอบปาร์ตี้สังสรรค์กินเลี้ยงบ่อย ทั้งของมัน ของทอด น้ำอัดลม รวมทั้งเหล้า-บุหรี่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้

กรดไหลย้อน ทำให้มีอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ ลามขึ้นมาบริเวณหน้าอกหรือลำคอ หลังจากทานอาหารมื้อหนัก และมีอาการเรอมีกลิ่นเปรี้ยว สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน หลอดอาหารส่วนปลายคลายตัวโดยที่ยังไม่กลืนอาหาร ดังนั้น เวลาทานอาหารต้องค่อย ๆ ทาน และเคี้ยวให้ละเอียดไม่ควรเร่งรีบในการรับประทานอาหารด้วย

 

8.โรคเบาหวาน (Diabetes)

โรคเบาหวาน

พนักงานประจำหลายคนติดหวาน ไม่ว่าจะชานมไข่มุก ชาเขียว น้ำอัดลม หรือแม้กระทั่งกาแฟ (ที่ใส่น้ำตาล) บางคนกินน้ำหวานติดต่อกันทุกวัน จนเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานสูงมาก รวมไปถึงการทานของเค็มจัด ของมัน ของทอดก็มีส่วนที่ทำให้เป็นโรคอ้วน จนนำไปสู่โรคเบาหวานได้ด้วย

อาการของโรคเบาหวานเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง คือ รู้สึกรับประทานเก่งขึ้น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย ถ้าระดับน้ำตาลสูงนาน ๆ และยังไม่ได้รับการรักษาจะมีน้ำหนักตัวลดลงตามมา อาการของภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง เช่น ตามัว ไตวาย ชาปลายมือปลายเท้า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง และสิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน ที่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยทันที

 

9.โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

โรคความดันโลหิตสูง

พนักงานประจำที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ก็คือ คนที่ไม่ค่อยได้ขยับตัวหรือออกกำลังกาย มีพฤติกรรมการกินผิด ๆ และความเครียดสะสม โดยโรคความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่แรงดันของเลือดที่มีต่อผนังเลือดสูง จนส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย

โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่น่ากลัวมาก เพราะมักไม่แสดงอาการผิดปกติอะไรออกมาให้เราสังเกต แต่จะทำร้ายระบบภายในไปเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ จึงควรหมั่นตรวจสุขภาพประจำปี

 

10.โรคหัวใจ (Heart Disease)

โรคหัวใจ

พนักงานประจำส่วนใหญ่มักทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ไม่ค่อยได้ลุกเดิน และไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย รวมทั้งพฤติกรรมการกินก็ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ รวมทั้งโรคหัวใจด้วย ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ แบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เป็นต้น ปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดมีอัตราการเสียชีวิตสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ดังนั้น พนักงานประจำคนไหนไม่อยากเป็นโรคหัวใจ ต้องควบคุมน้ำหนักตัว รับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการบริโภคสารที่มีอันตราย ลดความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำ

บทความแนะนำ

สรุป

หลังจากที่ทราบโรคร้ายใกล้ตัวแล้ว พนักงานประจำทุกคนต้องพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะวิธีการนั่งทำงานที่เหมาะสม ลุกนั่งให้บ่อยขึ้น พักสายตาจากการทำงาน พร้อมทั้งต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นออกกำลังกาย หรือยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อผ่อนคล้ายกล้ามเนื้อและความเหนื่อยล้า ที่สำคัญที่สุด ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับใครที่กำลังมองหางาน สมัครงานประจำสามารถลงทะเบียนสมัครสมาชิก พร้อมฝากประวัติเรซูกับทางเว็บไซต์ของเราได้ เพื่อเปิดโอกาสในการหางานได้ง่ายขึ้น และเปิดโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ ที่กำลังมองหาพนักงานประจำได้พบเจอเรซูเม่าของคุณ และทำการติดต่อนัดสัมภาษณ์ในลำดับต่อไป

JOBKUB

ฝากความคิดเห็น