ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เงินเดือน

5 แนวทางที่มนุษย์เงินเดือน ต้องลงทุนเพื่อตัวเอง

JK
JobKub Editorial Team
19 พฤศจิกายน 2567
4 นาที|1 เข้าชม
5 แนวทางที่มนุษย์เงินเดือน ต้องลงทุนเพื่อตัวเอง

5 แนวทางที่มนุษย์เงินเดือน ต้องลงทุนเพื่อตัวเอง ทุกคนมีสิทธิ์สร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง และไม่สามารถทำงานกินเดือนไปได้ตลอดชีวิต เพราะเราไม่รู้เลยว่า อนาคตวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร สิ่งไหนที่ลงมือทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดี ควรรีบไขว่ขว้า และทำให้สุดฝีมืออย่างรอบคอบ ดังนั้น ทางเราจึงมี 5 แนวทางที่มนุษย์เงินเดือน ต้องลงทุนเพื่อตัวเอง เป็นการสร้าง “ความมั่งคั่ง” ทางด้านการเงิน และอนาคตของคุณ

สารบัญ

 

ลงทุน “ความรู้”

5 แนวทางที่มนุษย์เงินเดือน ต้องลงทุนเพื่อตัวเอง

ทรัพยากรที่มี “คุณค่า” ที่สุดก็คือ “ตัวคุณเอง” เพื่อให้คุณมีประโยชน์ต่อองค์กร, ต่อลูกค้า, ต่อนายจ้าง และต่อธุรกิจมากยิ่งขึ้น ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตัวเอง ด้วยการ “ลงทุนในความรู้” ไม่ว่าจะเป็นการหยั่งลึกความรู้ในสิ่งที่ตนถนัด การเสริมทักษะเพื่อเติมความสามารถ นำมาสู่การพัฒนาตัวเองด้านการทำงาน และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้แก่บริษัท ซึ่งจะช่วยให้คุณมีโอกาสเติบโตได้อย่างมั่นคง และช่วยสร้างประวัติการทำงานที่ดีอีกด้วย

 

ลงทุน “สุขภาพ”

5 แนวทางที่มนุษย์เงินเดือน ต้องลงทุนเพื่อตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็น “สุขภาพกาย” หรือ “สุขภาพใจ” ล้วนมีผลต่อการทำงาน สร้างรายได้ และการดำเนินชีวิตของคนเราทั้งนั้น และหากมองดูบุคคลผู้ประสบความสำเร็จ และเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของโลกหลายคน ก็พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า พวกเขามีสุขภาพที่ดี ทั้งภายนอกและภายใน การลงทุนด้านสุขภาพมีหลายประการ เช่น การซื้อประกันสุขภาพ ประกันชีวิต การซื้ออาหารที่ดี และมีประโยชน์ให้แก่ตนเอง 

เพราะฉะนั้นแล้ว….

เมื่อหิว…เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีประโยชน์ต่อร่างกาย

เมื่อป่วย…เลือกเข้าใจร่างกาย ว่ากำลังส่งสัญญาณเตือน เพื่อหยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายร่างกาย

เมื่อทุกข์…เลือกโฟกัสสิ่งที่จะทำให้ตนมีความสุข ด้วยการพัฒนาสุขภาพใจของตนเองให้ดีขึ้น

 

ลงทุน “ที่อยู่อาศัย”

ลงทุน “ที่อยู่อาศัย”

หนี้ก้อนใหญ่ที่สุด และกินเวลามากที่สุดในชีวิตเราทุกคนก็คือ “หนี้บ้าน” ดังนั้น หากคุณอยากสร้างวินัยในการเก็บออม และลงทุนให้กับตัวเอง “บ้าน” (แนวราบ หรือ แนวสูง) คือจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะข้อดีของอสังหาริมทรัพย์ในวันนี้มีหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น 

  • เสี่ยงน้อย (กว่าหุ้น) ผลตอบแทนจูงใจ (กว่าฝากเงิน)
  • ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ (เพราะราคาบ้านเปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจ)
  • ต้นทุนต่ำ (ดอกเบี้ยบ้านต่ำมาก เมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น แต่ต้องเลือกสถาบันการเงินที่เหมาะสม)
  • เงินลงทุนไม่เยอะ (ผ่อนต่อเดือนน้อยมาก ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการผ่อนกับทางสถาบันการเงิน)
  • ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ (ถ้าปล่อยเช่า) ฯลฯ

อีกทั้ง “บ้าน” เป็นปัจจัย 4 ที่ควรมีเพื่อสร้างความอุ่นใจมากกว่าเช่าอยู่ แต่ทั้งนี้ ต้องเลือกราคาบ้านที่ตอบโจทย์ทางด้านการเงินของคุณด้วย เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระในอนาคต

 

ลงทุน “หุ้น”

ลงทุน “หุ้น”

ในเมื่อเราทำงาน “ความเสี่ยงต่ำ” ก็ควรลงทุน “ความเสี่ยงสูง” เพราะ “มนุษย์เงินเดือน” มีความมั่นคงมากกว่าคนที่ทำอาชีพอิสระ หรือ นักธุรกิจ เพราะมีรายได้ที่แน่นอน โอกาสไม่มีงานทำน้อย ความเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้างต่ำ มีสิทธิ์ลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ ได้ตามต้องการที่ทางกฎหมายกำหนด ดังนั้น มนุษย์เงินเดือนควรให้เงินทำงานหนักแทนเราด้วยการ “ลงทุนความเสี่ยงสูง” เนื่องจากความเสี่ยงย่อมคู่กับโอกาสเสมอ เช่น ลงทุนในกองทุน หรือหุ้นพื้นฐานดี เงินจะได้งอกเงย แต่ต้องเลือกลงทุนกับบริษัทหรือสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือด้วย ที่สำคัญศึกษาทำความเข้าใจก่อนลงทุนเสมอ 

 

ลงทุน “เก็บออมเงิน”

ลงทุน “เก็บออมเงิน”

วิธีออมเงินแบบจริงจัง คือการแบ่งสัดส่วนของเงินตั้งแต่ที่ได้มา ซึ่งการแบ่งเงินออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนจะช่วยให้เราบริหารการใช้เงินได้อย่างรอบคอบและออมเงินได้มากยิ่งขึ้น เพราะรู้ว่าเงินส่วนใดใช้ได้ และเงินส่วนใดต้องเก็บออมไว้ โดยการแบ่งสัดส่วนเงินมีสูตรที่นิยมใช้กันคือ 50-30-20 ซึ่งจะแบ่งเงินออกเป็น “ค่าใช้จ่ายประจำวัน-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว-เงินสำหรับเก็บออม” สามารถยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้

🔶 เงินเดือน 30,000 บาท สามารถแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน คือ 

  1. 50% คือ 15,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่จำเป็นต้องมี เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง และค่าอาหาร
  2. 30% คือ 9,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของสะสม หรือปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ 
  3. 20% คือ 6,000 บาท เป็นเงินส่วนที่ต้องเก็บออมไว้นั่นเอง

วิธีการออมเงินอย่างชาญฉลาดสำหรับขาช้อปทั้งหลายคือ การพยายามลดนิสัย “โอนไว จ่ายเร็ว” และหันมาถามตนเองก่อนจับจ่ายว่า สิ่งของที่กำลังจะซื้อนั้น จำเป็นจริงหรือไม่ รวมถึงควรหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และเปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ ร้าน เพื่อให้ได้ของที่ต้องการในราคาที่คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และมีเงินเหลือไว้เก็บออมได้มากขึ้น

 

บทความแนะนำ

 

สรุป

นอกจากนี้ มนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจเคยมีตัวแทนประกันชีวิตจากสถาบันต่าง ๆ ติดต่อเข้ามาขายประกันเป็นจำนวนมาก และรู้สึกสิ้นเปลืองที่จะลงทุนซื้อไปโดยใช่เหตุ ต่างปฏิเสธไปทันทีที่รู้ว่ามาขายประกัน แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การเลือกซื้อประกันมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะยามฉุกเฉินเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ เงินประกันสามารถคุ้มครองและชดเชยได้มากเลยทีเดียว แต่ต้องเลือกซื้อประกันจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ศึกษาในเรื่องของความคุ้มครองและเงื่อนไขการรับประกันให้ถี่ถ้วน พร้อมทั้งดูรีวิวจากผู้ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้คุณได้ประกันชีวิตที่เหมาะสมที่สุด 

เพราะฉะนั้นข้อสรุป 5 แนวทางที่มนุษย์เงินเดือน ต้องลงทุนเพื่อตัวเอง เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราควรใส่ใจ และนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคง และเป็นบรรทัดฐานความก้าวหน้าในอนาคตของตัวเอง ส่วนใครที่กำลังมองหางานใหม่ หรือต้องการไต่เต้าความก้าวหน้าด้านการทำงาน สามารถฝากประวัติ Resume และค้นหางานที่ต้องการได้ที่เว็บไซต์ของเรา JOBKUB ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ค้นหางานง่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามที่คุณต้องการ ตอบโจทย์กลุ่มคนหางานทุกประเภท

JOBKUB

แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...