6 วิธีสร้างการเรียนรู้ เสริมศักยภาพ เติบโตในสายงาน

6 วิธีสร้างการเรียนรู้ เสริมศักยภาพ เติบโตในสายงาน การมี Passion ในการทำงาน นำไปสู่ความมุ่งมั่นกระตือรือร้น และหลงใหลในการทำงาน เพื่อคว้าความสำเร็จนั้นมาครอบครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานประจำคนใดที่ต้องการเติบโตในหน้าที่การทำงานควรสร้าง Passion ที่ดีให้แก่ตนเอง หมั่นเรียนรู้ มุ่งสู่ความก้าวหน้าให้ได้มากที่สุด
สารบัญ
-
6 วิธีสร้างการเรียนรู้ เสริมศักยภาพ เติบโตในสายงาน
-
ชื่นชอบการทำงานของตัวเอง
-
พัฒนาความสามารถให้โดดเด่น
-
มีมนุษยสัมพันธ์ในออฟฟิศ
-
คอยช่วยเหลือคนอื่น
-
พยายามสร้างผลงานที่ดี
-
ไม่สร้างความเดือนร้อน หรือให้ตัวเองเสียชื่อเสียงในแง่ลบ
-
สรุป
นอกจากนี้ การเรียนรู้ไม่เพียงเพิ่มทักษะความสามารถให้ตัวคุณเท่านั้น ยังส่งผลดีต่อองค์กรที่ต่างต้องการคนที่มีทักษะเพียบพร้อมต่อการปฏิบัติงาน เพราะฉะนั้นการทำงานเพื่อความก้าวหน้าของคุณเอง สิ่งที่คุณไม่ควรเมินก็คือ การพัฒนาตัวเองในการทำงาน (Self-Improvement at work) การเพิ่มพูนทักษะเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นการพัฒนาศักยภาพให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มความเป็นมืออาชีพในตำแหน่งงานนั้นมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถก้าวหน้าในการทำงานไปในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม
6 วิธีสร้างการเรียนรู้ เสริมศักยภาพ เติบโตในสายงาน
ทุกวันนี้ การหางาน เป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากมีกลุ่มคนตกงานจำนวนมาก ทำให้เกิดการแข่งขันหางานที่ดุเดือด โดยมีอัตราว่างงานในไตรมาส 1 ปี 2567 เพิ่มขึ้นระดับ 1.01% จากระดับ 0.81% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 ขณะที่ผู้มีงานทำลดลงเล็กน้อยที่ -0.1% โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 39.6 ล้านคน เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อคุณมีโอกาสได้ทำงานประจำอยู่ การพัฒนาตนเองในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ
อีกทั้ง มีหลายองค์กรที่เปิดรับเทรนด์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้เปิดรับกลุ่มนักศึกษาจบใหม่จำนวนมาก เพื่อใช้ทักษะความสามารถที่แปลกใหม่ มีไอเดียการทำงานที่แตกต่างจากคนยุคก่อน เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างยอดเยี่ยม ดังนั้น หากคุณอยู่ในฐานะพนักงานประจำไม่อยากถูกปลดประจำการเพราะเด็กรุ่นใหม่ที่ไฟแรงกว่า ต้องสร้างการเรียนรู้ เสริมศักยภาพที่ดีให้แก่ตนเอง เพื่อการเติบโตในสายอาชีพของคุณด้วย 6 วิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
1. ชื่นชอบการทำงานของตัวเอง
การมี Passion ในการทำงาน มีความรู้สึกทางอารมณ์ รัก หรือหลงใหลในงานที่ทำ และมีความมุ่งมั่นกระตือรือร้นให้งานนั้นประสบความสำเร็จ จะช่วยให้คุณมีกำลังใจและไม่รู้สึกเหนื่อย ฉะนั้น สิ่งแรกที่คุณควรวิเคราะห์ตัวเองก็คือ ต้องรู้ว่าตำแหน่งที่เราทำมีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กรบ้าง แล้วจะช่วยพัฒนาให้องค์กรเติบโตได้อย่างไร เพราะนี่ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เรามีแรงบันดาลใจในการอยากพัฒนาตนเองในการทำงาน อีกทั้ง หากเราไม่รู้คุณค่าของตัวเองและงานที่ทำ อาจทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสำคัญในองค์กร และมองไม่เห็นอนาคตที่เติบโตกับที่นี่ อาจกลายเป็นสาเหตุทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของคุณลดลง เสี่ยงถูกแทนที่จากคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความกระตือรือร้นมากกว่าได้
2. พัฒนาความสามารถให้โดดเด่น
การปรับเลื่อนตำแหน่งในองค์กร เหล่าผู้บริหารมักมีคนที่ปักธงไว้ในใจแล้ว โดยต้องมีความสามารถมากพอที่จะผลักดันให้รับตำแหน่งสูง ๆ และสามารถรับผิดชอบงานนั้นได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นหากคุณต้องการแซงหน้าหรือโตเร็วกว่าคนอื่น ต้องกล้าที่จะออกจากกรอบ แสดงตัวตนและสร้างความโดดเด่นให้ผู้บริหารเห็นว่า เราก็มีศักยภาพไม่แพ้คนอื่น เช่น สร้างความโดดเด่นในแง่ของภาษา หรือมีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการทำงานเพื่อตอบโจทย์ยุค Digital Tranformation เป็นต้น หรือพยายามหาจุดเด่นและทักษะใหม่ ๆ ที่คิดว่าช่วยพัฒนาองค์กรให้เติบโตในท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดได้
3. มีมนุษยสัมพันธ์ในออฟฟิศ
การเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงาน ที่ต้องอาศัยการติดต่องานต่าง ๆ เป็นหลัก รวมไปถึงการขอความช่วยเหลือ ดังนั้น หากเราทำตัวดีกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน เพื่อนร่วมทีม หรือเพื่อนต่างแผนก ก็จะช่วยทำให้เราได้รับคะแนนบวกเสริมเข้าไปอีก เมื่อเวลาเกิดปัญหาจะได้ขอความช่วยเหลือ ให้ก้าวผ่านอุปสรรคนั้นได้อย่างราบรื่น เพราะกลุ่มคนเหล่านั้นคงพร้อมที่จะหยิบยื่นมือเข้ามาช่วยอย่างเต็มใจ
4. คอยช่วยเหลือคนอื่น
หากคุณทำงานหรือรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเดดไลน์แล้ว เมื่อมีเวลาเหลือไม่ควรลังเลที่ช่วยเหลือคนอื่นในทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อแสดงว่าคุณเป็นคนมีน้ำใจและเสียสละ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงงานด้านอื่น ๆ ขององค์กร เช่น กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ ผู้บริหารก็อาจเล็งเห็นได้ว่าคุณก็มีความสามารถด้านอื่น ๆ มีจิตอาสาที่ดีต่อองค์กรและเพื่อนร่วมงาน
5. พยายามสร้างผลงานที่ดี
ทุกวันนี้พนักงานประจำหลายคนต่างทำงานไปวัน ๆ เพื่อรอรับเงินเดือน โดยไม่พยายามเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้ไม่ส่งผลด้านความก้าวหน้าสักเท่าไรนัก ทางที่ดีควรต้องตั้งใจทำงานทุกชิ้นออกมาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ อย่าคิดเพียงแค่ว่า ทำงานให้เสร็จไปโดยไม่เพิ่มศักยภาพของงานให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรเจคต์ที่คุณรับผิดชอบ ควรตั้งใจทำเป็นพิเศษ เพื่อให้การพรีเซนต์งานของตัวเองมีความน่าสนใจต่อที่ประชุม เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่องค์กร
6. ไม่สร้างความเดือนร้อน หรือให้ตัวเองเสียชื่อเสียงในแง่ลบ
การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นถือเป็นสิ่งที่จำเป็น อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงเลยก็คือ อย่าทำให้ตัวเองมีเรื่องเสื่อมเสียจนเป็นที่นินทาของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเรื่องจุกจิก ก็ไม่ควรให้เกิดขึ้นเด็ดขาด เช่น การผิดกฎของบริษัท การทุจริตในหน้าที่ การแย่งผลงานคนอื่น การลอกงานคนอื่น หรือการร่วมวงนินทาคนอื่น เป็นต้น
บทความแนะนำ
สรุป
นอกจากสร้างการเรียนรู้ เสริมศักยภาพให้เติบโตในสายงานแล้ว สิ่งสำคัญคุณต้องรู้จุดด้อยของตัวเองด้วย ยอมรับในข้อผิดพลาด และรูปแบบการทำงานที่ไม่สอดคล้องกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ตัวอย่างเข่น คุณทำงานไม่มีประสิทธิภาพ หรือทำงานล่าช้า จนส่งผลกระทบต่อเพื่อนร่วมงาน ควรปรับปรุงและพัฒนาจุดด้อย และเสริมจุดเด่นเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ เพื่อการเติบโตในสายงานอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับพนักงานประจำคนใดที่ต้องการหางานใหม่ หรือมองงานที่ช่วยพัฒนาอนาคตของคุณให้ดียิ่งขึ้น สามารถหางาน สมัครงานผ่านเว็บไซต์ JOBKUB ได้ทุกเวลาตามที่คุณต้องการ ซึ่งมีตำแหน่งงานให้เลือกสมัครงานมากมาย และรองรับทุกความต้องการได้ทุกสายอาชีพ เพียงแค่สมัครสมาชิกกับทางเว็บไซต์ ก็มีสิทธิ์สมัครงานผ่านเว็บไซต์ JOBKUB ได้ทันที
แชร์บทความ







