“เด็กฝึกงาน” สำคัญอย่างไรต่อองค์กร

“เด็กฝึกงาน” สำคัญอย่างไรต่อองค์กร การรับเด็กฝึกงาน ซึ่งมีให้เห็นในหลายองค์กร ไม่ใช่เพียงเพราะนโยบายของบริษัทเท่านั้น การรับเด็กฝึกงานช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาหาประสบการณ์จากการทำงานจริง ประกอบกับทางองค์กรได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ จากเด็กรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาองค์กรในด้านต่าง ๆ ดังนั้น มาดูกันว่า “เด็กฝึกงาน” มีความสำคัญอย่างไรต่อองค์กรบ้าง และทำไมจึงต้องรับรับเด็กฝึกงาน!?
สารบัญ
-
ความสำคัญของเด็กฝึกงานต่อองค์กร
-
เคล็ดลับพัฒนาเด็กฝึกงานให้มีคุณภาพ มีความเหมาะสมต่อองค์กรในอนาคต
-
สรุป
ความสำคัญของเด็กฝึกงานต่อองค์กร

1. มีผู้ช่วยทำงานเพิ่มขึ้น
แต่ละแผนกมีหน้าที่การทำงานที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงเนื้อหางานมีค่อนข้างเยอะ การรับเด็กฝึกงานสามารถช่วยแบ่งเบาการทำงานได้มากเลยทีเดียว แต่ในช่วงแรกอาจต้องสอนงานน้อง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้งานอย่างถูกต้อง แต่ทั้งนี้ เด็กฝึกงานหลายคนไฟแรง ทำให้งานบางอย่างเสร็จเร็วมากขึ้น ถึงแม้เด็กฝึกงานจะไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน แต่อาจมีความสามารถบางอย่างที่ช่วยแบ่งเบาภาระการทำงาน หรือช่วยให้คุณทำงานออกมาสำเร็จได้อย่างราบรื่น อีกทั้ง เด็กฝึกงานบางคนมีความเก่งไม่เหมือน คุณอาจได้เด็กที่มีความสามารถและศักยภาพมาช่วยงานได้อย่างเต็มที่
2. พนักงานและองค์กรได้เรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ
การทำงานต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รูปแบบการทำงานไม่ล้าหลัง เพื่อความสำเร็จในอนาคต เพราะการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการทำงานมีความสำคัญอย่างมาก พนักงานประจำบางคนอาจตามยุคสมัยใหม่ไม่ทันเท่านักศึกษาฝึกงานซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และวิธีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากเด็กฝึกงานนั่นก็คือ การพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ หรือหาแนวทางใหม่ ๆ ร่วมกัน หรืออาจจะมอบหมายงานให้เด็กฝึกงานลองฝีมือ เพื่อดูเชิงก็ได้เช่นกัน ตลอดจนการมีส่วนร่วมในห้องประชุม การวางแผนงาน และเปิดโอกาสพูดแสดงความคิดเห็น
3. พนักงานได้ฝึกทักษะด้านการเป็นผู้นำ
ทักษะการเป็นผู้นำอาจสร้างได้จากสถานการณ์จริง เมื่อพนักงานหรือทีมงานขององค์กรคุณได้ทำงานกับนักศึกษาฝึกงาน ก็เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำความรู้จัก พูดคุย และสอนงานนักศึกษาฝึกงานเหล่านั้น ซึ่งการที่พนักงานมีโอกาสได้เป็นที่ปรึกษาและสอนงานน้อง ๆ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อทั้งบริษัทและพนักงานของตัวเอง
ตั้งแต่ขั้นตอนการคอยสอนเด็กฝึกงาน แนะนำรูปแบบการทำงานที่จำเป็น ตลอดจนการทำงานในแต่ละขั้นตอน จนกระทั่งงานออกมาสำเร็จได้ จะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะด้านการเป็นผู้นำที่ดี และทักษะการสื่อสารให้กับพวกเขา ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า หากพนักงานของคุณมีทักษะด้านการเป็นผู้นำ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงาน ทำให้บริษัทเติบโตมากขึ้น รวมไปถึงทำให้พนักงานของคุณได้เรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น นำมาสู่กันพัฒนาชิ้นงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นด้วย
4. องค์กรอาจได้พนักงานประจำที่มีความสามารถ
การรับเด็กฝึกงานถึงแม้จะต้องเสียเวลาในการสอนงาน ใช้เวลาและพลังไม่น้อย ซึ่งเด็กฝึกงานที่เคยเข้ามาเรียนรู้ระบบการทำงานและวัฒนธรรมบริษัทของคุณ ช่วงที่เข้ามาฝึกงานก็เป็นเหมือนช่วงทดลองงานและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะได้ทดสอบว่าเขามีความสามารถมากแค่ไหน เข้ากับคนในทีมได้หรือไม่ และถ้าคุณแน่ใจว่าความสามารถและลักษณะนิสัยของเขาเหมาะที่จะทำงานอยู่ในองค์กร ก็สามารถพูดคุยและเสนอให้เขาเข้ามาทำงานกับคุณภายหลังจากจบการศึกษาได้ทันที เพราะฉะนั้นแล้ว ระหว่างที่สอนงานต่าง ๆ คุณจะได้เห็นถึงศักยภาพของเด็กฝึกงานมากขึ้น
5. ลดภาระหน้าที่การทำงาน
ทุกองค์กรต่างคาดหวังรับเด็กฝึกงานเพื่อเข้ามาช่วยทำงาน และลดภาระหน้าที่การทำงานให้น้อยลง แต่ก่อนที่จะก้าวไปถึงตรงนั้นต้องสอนงาน และให้เด็กฝึกงานคุ้นเคยกับรูปแบบการทำงานขององค์กรคุณให้ได้เสียก่อน ซึ่งเด็กฝึกงานบางคนมีการเรียนรู้เร็ว สามารถถ่ายเทงานให้ทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ ความสามารถของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน คุณต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ร่วมด้วย และมอบหมายงานที่เป็นความถนัดของเขาให้แทน หรือให้ฝึกทำงานในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสมก็ได้เช่นกัน
เคล็ดลับพัฒนาเด็กฝึกงานให้มีคุณภาพ มีความเหมาะสมต่อองค์กรในอนาคต

1. คัดเลือกเด็กฝึกงานที่ตรงกับความต้องการ
การหาเด็กฝึกงานไม่ต่างกับการหาพนักงานใหม่ โดยสิ่งแรกที่ควรทำในการหานักศึกษาฝึกงานคือ คิดว่าทักษะ คุณสมบัติ หรือลักษณะนิสัยแบบไหนที่คุณต้องการ และคิดว่ามีประโยชน์ต่อองค์กรของคุณมากที่สุด เพราะจะช่วยให้คุณสามารถค้นหาคนที่เหมาะสมได้มากที่สุด
เมื่อได้คุณสมบัติของเด็กฝึกงานที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปมองหาช่องทางที่จะทำให้คุณได้เด็กฝึกงานที่มีคุณภาพและมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ ด้วยการลงประกาศผ่านทางเว็บไซต์หางาน หรือติดต่อไปที่มหาวิทยาลัยและคณะที่คุณต้องการโดยตรง รวมถึงการติดต่อผ่านทางองค์กรที่เป็นสื่อกลางในการช่วยประสานงานระหว่างนักศึกษาที่ต้องการหาที่ฝึกงานและบริษัทที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาฝึกงาน
2. สอนงาน เพื่อดึงศักยภาพของเด็กฝึกงานออกมาอย่างเต็มที่
การสอนงานให้เด็กฝึกงาน เริ่มแรกควรแนะนำบริษัทในเรื่องต่าง ๆ ที่ควรรู้ และสอบถามความต้องการของเด็กฝึกงานว่า มีจุดประสงค์ที่จะเรียนรู้ด้านใดเป็นพิเศษ เพื่อพัฒนาความสามารถในส่วนนั้นให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น เพราะหากคุณให้ทำงานในส่วนที่ไม่ถนัดหรือไม่ชอบ จะเป็นการกดดัน และทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพได้ ตลอดจนให้เขาเรียนรู้ และฝึกทักษะในการทำงานจริง โดยมอบหมายงานให้เด็กฝึกงานได้ใช้ความสามารถไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาศักยภาพและทักษะในการทำงานของเขาด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการฝึกงาน เมื่อเด็กฝึกงานมีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นแล้ว ลองมอบหมายงานส่วนอื่น ๆ ให้เขาฝึกเพิ่มเติมด้วยก็ได้ คุณจะได้เห็นศักยภาพของเขาเพิ่มมากขึ้น
บทความแนะนำ
-
หางานพาร์ทไทม์ (Part Time) รายได้เสริมค่าตอบแทนสูง
-
ทำงานโรงงาน ดีอย่างไร?
-
สมัครงานตัวแทนประกันชีวิต มีข้อดีอะไรบ้าง?
สรุป
ถึงอย่างไรก็ตาม การรับเด็กฝึกงานอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้ามองการณ์ไกลแล้วถือว่าเปิดโอกาสให้เขาได้เข้ามาเรียนรู้ และหาประสบการณ์ใหม่ ๆ บางทีคุณอาจได้พนักงานใหม่ที่มีความสามารถเหมาะสมกับองค์กรของคุณก็ได้ ทั้งยัง ได้ฝึกพนักงานของคุณไปในตัวสำหรับการสอนงาน หรือเรียนรู้งานไปพร้อมกับเด็กรุ่นใหม่ ทำให้มีมุมมองที่กว้างมากขึ้นนั่นเอง
แชร์บทความ
