6 วิธีจัดการเงินเดือน เพิ่มความมั่นคงภายใน 1 ปี

6 วิธีจัดการเงินเดือน เพิ่มความมั่นคงภายใน 1 ปี การบริการจัดการเงินเดือนเป็นเรื่องสำคัญที่พนักงานประจำทุกคนควรใส่ใจ เพราะนั่นอาจหมายถึงความมั่นคงทางการเงินในอนาคตของคุณ ทางเราจึงได้รวบรวมความรู้ดี ๆ สำหรับวิธีการจัดการเงินเดือน เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินภายใน 1 ปีมาบอกเล่า เรียกได้ว่าเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้ นำไปสู่ความยั่งยืนทางการเงินด้วย
สารบัญ
-
ความมั่นคงทางการเงิน คืออะไร?
-
ตรวจสอบการใช้เงินย้อนหลังภายใน 3 เดือนจนถึงปัจจุบัน
-
ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ดูสถานะทางการเงิน
-
เคลียร์หนี้เก่า ไม่สร้างหนี้ใหม่
-
จัดสรรค่าใช้จ่ายจำเป็น ลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง
-
ออมเงินทุกเดือน งดยืมเงินออมของตัวเอง
-
พัฒนาตัวเอง เพิ่มรายรับให้มากขึ้น
-
สรุป
ความมั่นคงทางการเงิน คืออะไร?
ความมั่นคงทางการเงิน คือ สภาวะที่มีรายได้หรือทรัพยากรอื่น ๆ ที่มั่นคงเพื่อสนับสนุนการครองชีพ และการดำรงชีวิตในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งรวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ตรงตามวันและเวลาที่กำหนด การมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงนั้นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา พร้อมวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อเก็บออม แบ่งจ่ายอย่างเหมาะสมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
สิ่งที่ช่วยให้การเงินของคุณมีความมั่นคง คุณต้องมีรายรับที่มากกว่ารายจ่าย และสถานะทางการเงินแต่ละเดือนต้องไม่ติดลบ มีเงินเหลือเก็บในทุกเดือน โดยไม่เอาเงินเก็บนั้นมาใช้จ่ายกลางเดือน เพราะฉะนั้น จึงมี 6 วิธีจัดการเงินเดือน เพิ่มความมั่นคงภายใน 1 ปี มาแนะนำ ดังต่อไปนี้
ตรวจสอบการใช้เงินย้อนหลังภายใน 3 เดือนจนถึงปัจจุบัน
การเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้เริ่มต้นจากการตรวจสอบเงินที่คุณใช้จ่ายย้อนหลัง 3 เดือน รวมถึงปัจจุบันด้วย เพื่อประเมินรายรับ-รายจ่ายว่ามีความสมดุลหรือไม่ จะได้ใช้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผนการใช้เงินในอนาคต ซึ่งวิธีตรวจสอบการใช้เงินที่ดีและง่ายที่สุด ควรทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย โดยต้องทำทุกวันให้ติดเป็นนิสัย จดบันทึกทุกอย่างลงไปแม้จะเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเล็กน้อยก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น
ค่าเดินทาง : ค่าโดยสาร ค่าวินมอเตอร์ไซค์ ค่าน้ำมันรถ
ค่ากิน : ค่าอาหารเช้า – กลางวัน – เย็น ค่าน้ำ และค่าขนม
ไม่ว่าแต่ละวันคุณจะใช้จ่ายในเรื่องใด การทำบัญชีจะช่วยให้เห็นภาพรวมการใช้เงินของตัวเองมากขึ้น จะได้เลือกตัดค่าใช้จ่ายเกินตัว เพื่อให้มีเหลือเงินเก็บออม และเงินเก็บยามฉุกเฉิน
ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ดูสถานะทางการเงิน
บัญชีรายรับ-รายจ่ายช่วยให้คุณมองเห็นสถานะการเงินของตัวเองอยู่ตลอดเวลา หากทำบัญชีแล้วสังเกตว่า รายจ่ายมีแนวโน้มว่าจะมากกว่ารายรับ ควรปรับแผนการใช้จ่ายใหม่ โดยตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อไม่ให้เงินในบัญชีติดลบ แต่ในกรณีที่ทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ไม่สามารถตัดส่วนใดออกได้และเงินไม่เหลือเก็บ สิ่งที่ช่วยพยุงคุณได้ก็คือ การหารายได้เสริม เพื่อเติมเต็มรายรับให้มากกว่ารายจ่าย ทั้งยังรองรับความมั่นคงทางการเงินในอนาคตได้อีกด้วย
เคลียร์หนี้เก่า ไม่สร้างหนี้ใหม่
เมื่อคุณมีหนี้และค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ ต้องการเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในช่วงที่รายรับไม่แน่นอน และหน้าที่การงานเริ่มสั่นคลอน ควรงดหรือชะลอการใช้จ่ายที่อาจเป็นการเพิ่มหนี้สิ้น เช่น การซื้อคอนโด ซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือแม้แต่การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เพื่อจะไม่ให้ตัวเองแบกรับภาระทางการเงินเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคต
สำหรับหนี้เก่า ควรจ่ายหนี้ให้ตรงเวลา เมื่อมีเงินเหลือจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้โปะหนี้ จะช่วยให้หนี้หมดเร็วขึ้น แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ควรมีเงินเหลือเอาไว้เพื่อใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น หรือสำรองใช้ยามฉุกเฉิน สำหรับคนที่รายรับน้อยลงจนเงินไม่พอหมุนและจ่ายหนี้ ควรขอต่อรองกับเจ้าหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย พักชำระเงินต้น หรือให้เจ้าหนี้พิจารณาเลื่อนการชำระหนี้ออกไปก่อน จะได้ไม่ผิดสัญญาการชำระหนี้จนเสียประวัติ
จัดสรรค่าใช้จ่ายจำเป็น ลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง
ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น คือ รายจ่ายที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น อาหาร 3 มื้อ, ยารักษาโรค, ของใช้ส่วนตัว (ผ้าอนามัย, แมส, สบู่, แชมพู ฯลฯ) เลือกทานอาหารราคาปกติตามทั่วไป โดยเน้นสารอาหารครบ สำหรับคนที่ต้องดูแลครอบครัวหรือมีลูกให้บวกค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้าไป และจัดสรรแบ่งเงินก้อนเอาไว้เป็นอันดับแรกหลังจากได้รับเงินเดือน
ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง คือ ค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าเสื้อผ้า ค่าเสริมสวย ค่ากระเป๋า รองเท้า รวมไปถึงค่าอินเทอร์เน็ตแพคเก็จสูง ควรลดราคาแพคเก็จเท่าที่จำเป็น แล้วพิจารณาดูว่า หากจ่ายเงินไปกับสิ่งนี้แล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์อะไร? และมีผลต่อการดำรงชีวิตหรือไม่? เพื่อให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น
ออมเงินทุกเดือน งดยืมเงินออมของตัวเอง
จัดการเงินเพิ่มความมั่นคง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “เงินออม” แม้ในช่วงนี้จะออมเงินได้ยากลำบากเพราะรายจ่ายสูงแต่รายรับน้อยลงหรือเท่าเดิม หากคุณได้รับเงินเดือนมาแล้ว ให้แบ่งเงินส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นออก ส่วนเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายจำเป็น อาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเก็บเป็นเงินออม อีกส่วนหนึ่งสำหรับค่าใช้จ่ายยิบย่อย หรือเงินฉุกเฉินในอนาคต
พัฒนาตัวเอง เพิ่มรายรับให้มากขึ้น
ไม่เพียงลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเท่านั้น ควรหาช่องทางเพิ่มรายได้ เช่น งานพาร์ทไทม์หลังเลิกงาน งานฟรีแลนซ์ งานเสริมช่วงวันหยุด เป็นต้น กรณีที่คุณสร้างผลงานน่าประทับใจ เมื่อถึงเวลาการปรับเงินเดือนควรยื่นเรื่องให้ทางเจ้านายพิจารณา แต่ถ้าไม่เป็นผลการเปลี่ยนงานใหม่สามารถเพิ่มเงินเดือนให้แก่คุณได้ พร้อมทั้งเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอนาคต เช่น ภาษาต่างประเทศ ภาษาโปรแกรม การตลาดออนไลน์ ตลอดจนสร้างตัวเองให้มีความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาให้คุณเป็นที่ต้องการขององค์กรและตลาดแรงงาน
บทความแนะนำ
สรุป
ซึ่งทั้งหมดนี้ทุกคนสามารถนำไปใช้กับตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ พนักงานฟรีแลนซ์ หรืออาชีพใดก็ตาม จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินของคุณให้ดียิ่งขึ้น และการจัดการเงินเดือนอย่างเหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในอนาคตที่คุณไม่อาจทราบได้เลยว่า ค่าคองชีพหรือข้าวของต่าง ๆ จะแพงขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ และต้องเจ็บป่วยจนเสียเงินรักษาตัวมากน้อยแค่ไหน คุณควรรีบวางแผนตั้งแต่ตอนนี้จะได้ไม่ลำบากในภายภาคหน้า
แชร์บทความ







