ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เงินเดือน

“มนุษย์เงินเดือน” vs “เจ้าของกิจการ” ข้อดี-ข้อเสีย

JK
JobKub Editorial Team
16 มกราคม 2568
5 นาที|1 เข้าชม
“มนุษย์เงินเดือน” vs “เจ้าของกิจการ” ข้อดี-ข้อเสีย

“มนุษย์เงินเดือน” vs “เจ้าของกิจการ” ข้อดี-ข้อเสีย ถ้าให้เลือกระหว่าง มนุษย์เงินเดือน” vs “เจ้าของกิจการ หลายคนอาจอยากเป็นเจ้าของกิจการมากกว่า เพราะไม่ต้องรองรับอารมณ์ใคร มีอิสระในการทำงานมากกว่า แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตการทำงาน ลองหยุดอ่านบทความนี้ให้ดีก่อน เพราะทางเราได้รวบรวม ข้อดี-ข้อเสียของทั้ง 2 สายอาชีพทั้ง “มนุษย์เงินเดือน” หรือ “เจ้าของกิจการ” มาให้ทุกคนได้พิจารณา เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับคุณได้มากที่สุดด้วย

สารบัญ

 

มนุษย์เงินเดือน มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

“มนุษย์เงินเดือน” vs “เจ้าของกิจการ” ข้อดี-ข้อเสีย 

ข้อดีของ “มนุษย์เงินเดือน”

🌼 รับเงินเดือนคงที่ มีรายรับทุกเดือน

เมื่อใดที่ทำงานครบเดือน หรือครบตามที่ทางบริษัทกำหนดคุณจะได้รับเงินเดือนทันที ทำให้คุณสามารถบริหารเงินได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องกังวลว่า เดือนนี้จะมีจ่ายค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถหรือไม่ เป็นต้น

🌼 มีแผนการทำงานที่ชัดเจน 

ข้อนี้สามารถมองให้กลายเป็นเรื่องที่ดีได้ เพราะมนุษย์เงินเดือนจะมีหน้าที่การทำงานที่ชัดเจน มีแผนงานที่ต้องทำให้แต่ละเดือน ทำให้ไม่ต้องใช้สมองคิดหรือวางแผนใด ๆ ให้ซับซ้อน 

🌼 วันหยุด วันพักร้อนชัดเจน

วันหยุดพิเศษต่าง ๆ ประจำปี รับรองว่าเป๊ะ ไม่ว่าจะเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ หรือแม้แต่วันลาพักผ่อน ลาป่วย ลากิจ สามารถลาได้เลย ทำให้เราวางแผนการใช้ชีวิตได้ง่ายมากขึ้น

🌼 ไม่ต้องกลัวล้มละลาย

การทำงานบริษัทช่วยสร้างความมั่นคงได้ในระดับหนึ่ง หากคุณเลือกบริษัทที่ใหญ่โต มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจนั้น โอกาสที่คุณจะถูกเลิกจ้างมีความเสี่ยงน้อยมาก ๆ แต่ถ้าบริษัทจำเป็นต้องปิดกิจการคุณก็ยังได้เงินสมทบหลังถูกเลิกจ้างได้ตั้งหลังอีกด้วย

🌼 มีเวลาว่างที่ชัดเจน

อย่างที่มนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คนทราบดีว่า การทำงานบริษัทจะมีวันหยุดที่ชัดเจน ทำให้คุณสามารถจัดสรรวันพักผ่อน และมีเวลาว่างไปทำสิ่งอื่น ๆ ได้มากมาย ทำให้ชีวิตมีความบลานซ์มากยิ่งขึ้น

 

ข้อเสียของ “มนุษย์เงินเดือน”

🌻 ต้องทำตามเป้าหมายที่บริษัท

ถึงแม้มนุษย์เงินเดือนจะมีแผนการทำงานที่ชัดเจน แต่นั่นแลกมาด้วยการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ อาจกลายเป็นความกดดันให้สำหรับบางคนได้

🌻 อยู่ใน comfort zone

หลายคนรู้สึกถึงความสบาย มีความคุ้นชินกับกรอบการทำงาน ไม่ต้องดิ้นรนทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่สำหรับใครที่ทำงานประจำมาเป็นระยะเวลานาน อาจรู้สึกเบื่อ หมดไฟในการทำงาน ไม่สามารถหยุดงานพักใจนาน ๆ ได้ สิ่งนี้ก็อาจกลายเป็นปัญหาได้เช่นเดียวกัน 

🌻 สุขภาพเสียง่าย

มนุษย์เงินเดือนจำเป็นต้องทำงานภายในบริษัทเป็นเวลานาน บางคนนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดวัน เสี่ยงเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมได้ง่าย ก่อให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดขา ไขข้อต่าง ๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ประกอบกับการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ยิ่งทำให้สุขภาพเสียง่ายขึ้นไปอีก เพราะมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มักเร่งรีบในตอนเช้า กินอะไรก็ได้ตามใจชอบ จนกลายเป็นปัญหาสะสมในระยะยาว

🌻 ใช้ชีวิตแบบจำเจ 

เมื่อใดที่คุณต้องทำงานซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย และหมดไฟในการทำงานได้ ซึ่งนั่นเป็นปัญหาต่อการทำงาน และการใช้ชีวิต ตลอดจนทำให้คุณเกิดความเครียดได้ และการทำงานซ้ำ ๆ จำเจ เป็นอะไรที่มนุษย์เงินเดือนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

🌻 เจอสังคม Toxic 

การทำงานทุกประเภทต้องเจอกลุ่มคนมากมาย ได้พบเจอสังคมใหม่ ๆ และสิ่งที่ต้องเจอต่อมาก็คือ สังคม Toxic คนประเภทที่เป็นพิษต่อผู้อื่น มักพูดในด้านลบของคนอื่น นินทาว่าร้าย ให้เกิดเรื่องบาดหมาง หรือผิดใจระหว่างกัน และสิ่งนี้ก็เป็นข้อเสียต้องพบเจอเกือบทุกบริษัท

 

เจ้าของกิจการ มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

“มนุษย์เงินเดือน” vs “เจ้าของกิจการ” ข้อดี-ข้อเสีย 

ข้อดีของ “เจ้าของกิจการ”

🌼 มีอิสระทางความคิด

สำหรับใครที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วยความฝัน การเป็นเจ้าของธุรกิจ สามารถจัดสรรตารางเวลาได้เอง แต่ทั้งนี้ต้องมีความรับผิดชอบอย่างสูง ไม่เช่นนั้นอาจจะพังก็เป็นได้

🌼 ไม่ต้องรองรับอารมณ์ใคร

เจ้าของกิจการเป็นใหญ่ที่สุด สามารถเลือกพนักงานหรือเพื่อนร่วมงานได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องคอยรองรับอารมณ์ใคร มีความเป็นอิสระ 

🌼 ทำตามความฝัน

เป็นงานที่รัก และอยากทำ จะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำงาน และจะอยากทำงานอย่างเต็มที่ เพราะเป็นงานของตัวเอง แต่อย่างที่บอกต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้ด้วย เพราะรายได้ไม่แน่นอน

🌼 วันหยุด วันพักร้อนเป็นอิสระ

คุณสามารถหยุดงานเมื่อใดก็ได้ตามความต้องการ บางคนถึงขั้นทำงานตลอดเวลาไปพร้อมกับการพักผ่อนก็มี ทำให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ โดยไม่มีอะไรมาปิดกั้นคุณได้

 

ข้อเสียของ “เจ้าของกิจการ”

🌻 แบกรับความเสี่ยงขาดทุน มีรายจ่ายตลอดเวลา

เรื่องผลประกอบการ กำไร เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจคาดหวังอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ต้องแบกรับความเสี่ยงตรงนี้อย่างแน่นอน อีกทั้งการเริ่มต้นธุรกิจ ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนพอสมควร แตกต่างกันไปตามขนาดของธุรกิจนั่นเอง

🌻 ต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้า

คนที่เจ้าของกิจการต้องเอาใจก็คือ “ลูกค้า” เพราะกิจการสามารถอยู่ได้เพราะลูกค้า ดังนั้น ต้องหาวิธีเอาใจลูกค้า เพื่อให้เกิดผลตอบรับในทางที่ดี นำไปสู่ยอดขายตามที่ต้องการ

🌻 รายได้ไม่แน่นอน

การทำงานธุรกิจส่วนตัว คุณต้องพยายามสร้างยอดขาย หรือผลกำไรให้ได้ในแต่ละเดือน ดังนั้น จึงทำให้คุณต้องทำงานหนักทุกวัน และต้องหากลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดผลประโยชน์ที่ดีต่อกิจการ 

🌻 เสี่ยงล้มละลาย

การเปิดกิจการใด ๆ ก็ตามต้องดูความต้องการของตลาดเป็นหลักด้วย ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ 100% เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการความคุ้มค่ามากขึ้น ดังนั้น หากคุณบอกว่า สิ่งที่ตัดสินใจหันมาทำธุรกิจส่วนตัวเพราะเป็นความใฝ่ฝัน แต่ความฝันนั้นต้องเข้าใจความต้องการของตลาด พร้อมลงทุนโปรโมทให้เป็นที่รู้จักในแวดวงกว้าง ซึ่งเริ่มแรกจำเป็นต้องใช้ต้นทุนที่ค่อนข้างสูง

🌻 การแข่งขันสูง

ในยุคนี้เศรษฐกิจไม่นิ่ง มีแต่ดิ่งลงทำให้สิ่งของต่าง ๆ มีราคาที่แพงขึ้น ตลอดจนมีหลายคนเปิดกิจการส่วนตัวกันเป็นว่าเล่น มีสินค้าจำหน่ายภายในประเทศไทยแทบทุกชนิด ดังนั้น คุณต้องแข่งขันให้กิจการของตัวเองเป็นที่รู้จักให้ได้ นั่นกลายเป็นความท้าทายที่ทำให้คุณหนักใจ หากไม่มีความโดดเด่นมากพอ โอกาสที่กิจการล้มละลายเป็นได้สูงมาก

 

บทความแนะนำ

 

สรุป

เพราะฉะนั้นแล้ว การทำงานทั้ง 2 ประเภทนี้ค่อนข้างมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หากคุณมั่นใจแล้วว่า ตัวเองมีดีมากพอ ต้องกล้าตัดสินใจและปรับตัวให้เท่าทันยุคสมัยนี้ให้ได้ เพื่อการเอาตัวรอดในสังคม และความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็น “มนุษย์เงินเดือน” หรือเจ้าของกิจการ” ก็ตาม 

JOBKUB

แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...