เคล็ด (ไม่) ลับ…สมัครงาน ให้โดนเรียกภายใน 1 สัปดาห์

เคล็ด (ไม่) ลับ…สมัครงาน ให้โดนเรียกภายใน 1 สัปดาห์ หลายคนที่หางานอยู่ในช่วงนี้ อาจใช้วิธีร่อนใบสมัครไปหลาย ๆ บริษัทแล้วรอให้บริษัทที่เรายื่นใบสมัครไปนั้นติดต่อกลับมานัดสัมภาษณ์งาน หากคุณรอเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ทิศทางก็จะไม่ทราบว่า “เมื่อไหร่ทางบริษัทนั้นจะติดต่อกลับมา” ซึ่งในบทนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ… สมัครงานให้โดนเรียกสัมภาษณ์เร็วสุดภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อเป็นแนวทางการสมัครงานที่ดีให้แก่ทุกคน
สารบัญ
-
ทำความรู้จักบริษัทที่ต้องการสมัครงาน
-
เข้าใจความต้องการของตัวเอง
-
จัดทำ Resume ให้น่าสนใจ
-
สมัครงานผ่านเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
-
ฝึกการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน
-
สรุป
ก่อนที่คุณจะร่อนใบสมัครงาน ควรศึกษาข้อมูลตัวเอง และบริษัทนั้น ๆ อย่างรอบคอบ พร้อมจัดทำ Resume หรือ Performance หรือแม้กระทั่งการเขียนหนังสือขอสมัครงานให้มีความน่าสนใจ โดย Resume ต้องกระชับ อ่านเข้าใจง่าย มีข้อมูลบ่งบอกถึงตัวคุณครบถ้วน หลักจากเตรียมความพร้อมตัวเองเรียบร้อยแล้ว ค่อยเดินหน้ากดสมัครงานที่ต้องการและเหมาะสมต่อทักษะและความสามารถได้ทันที
1. ทำความรู้จักบริษัทที่ต้องการสมัครงาน
🎈 ความเป็นมาของบริษัท
ศึกษาความเป็นมาของบริษัทนั้น ๆ รวมไปถึงใครเป็นเจ้าของหรือผู้บริหาร ตลอดจนภายในบริษัททำอะไรบ้าง โดยดูจากเว็บไซต์หลักหรือโซเชียลมีเดียโดยตรงของทางบริษัท เช่น บริษัทสัญชาติอะไร เป็นองค์กรเดี่ยวหรือเป็นสาขา เป็นบริษัท Startup หรือระดับ Enterprise ก่อตั้งนานหรือยัง เป็นต้น เพื่อเตรียมความพร้อม และเข้าใจถึงตัวองค์กร
🎈 เป้าหมายของบริษัท และวิสัยทัศน์
พิจารณาว่า บริษัทนั้นมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์เป็นอย่างไร ให้คุณค่ากับสิ่งใดก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าความคิดของคุณตรงกับทางบริษัทนั้นหรือไม่ หากเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ไม่ตรงกัน เมื่อได้ทำงานจริงความคิดเห็นอาจไม่ตรงกัน จนเกิดความไม่สบายใจได้
🎈 วัฒนธรรมองค์กร และบรรยากาศการทำงาน
บรรยากาศการทำงาน รวมไปถึงวัฒนธรรมองค์กร เพื่อนร่วมงาน และสถานที่ทำงาน นั้นเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คุณหรือไม่ หากทำงานเหมือนอยู่ในคุก ต้องก้มหน้าทำงานเป็นหุ่นยนต์ อาจทำให้เกิดความกดดัน และอึดอัดได้
2. เข้าใจความต้องการของตัวเอง
คุณต้องทราบความต้องการของตัวเอง และรู้จักตัวเองให้มากพอเพื่อให้แน่ใจว่า พร้อมที่จะมุ่งหน้าเดินไปสู่เป้าหมายกับแนวทางของบริษัทหรือไม่ ไม่เพียงเท่านี้ ความคิด ความรู้ ความสามารถ เหมาะสมกับตำแหน่งงาน และบริษัทนั้นหรือไม่ และสามารถนำสิ่งเหล่านี้ถ่ายทอดไปสร้างผลงานให้กับบริษัทได้อย่างไร
🎈 ตำแหน่งงาน ตรงกับความสามารถหรือไม่
ก่อนสมัครงานต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนถึงคุณสมบัติของตนเองที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ภายในตำแหน่งงานนั้น หากมีบางหน้าที่ไม่สามารถทำได้ ต้องกลับมาพิจารณาใหม่ว่า ควรสมัครงานในตำแหน่งนี้ต่อไปหรือไม่!!
🎈 คาดหวังอะไรกับการทำงาน
นอกจากเงินเดือนที่ต้องการแล้ว คุณคาดหวังอะไรจากการทำงานนี้บ้าง เช่น การฝึกฝน การพัฒนาทักษะตัวเอง ตลอดจนเป้าหมายการใช้ชีวิตในการทำงาน เพราะฉะนั้น สิ่งที่คาดหวังจากงานจึงไม่ได้มีแค่เรื่องค่าตอบแทน แต่เหมารวมถึงการเรียนรู้จากองค์กรและการพัฒนาทักษะตัวเองในทุกวัน
🎈 ทำไมถึงสนใจบริษัทแห่งนี้
นอกจากความสามารถ และทักษะที่มีเหมาะสมต่อการทำงานในบริษัทแห่งนี้แล้ว คุณให้ความสำคัญและอยากเข้าทำงานที่นี่จริง ๆ หรือไม่ และทำไมต้องเป็นบริษัทนี้ เชื่อว่าทุกคนมีคำตอบในใจ เช่น สถานที่ทำงานใกล้บ้าน, มีเนื้องานบางส่วนที่ช่วยพัฒนาให้ตัวเองสามารถเรียนรู้ได้เยอะขึ้น, ค่าตอบแทนที่จะได้รับ, ความมั่นคงของตนเองและองค์กร เป็นต้น
3. จัดทำ Resume ให้น่าสนใจ
การเขียน Resume ให้น่าสนใจเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะทุกบริษัทมักพิจารณาคัดเลือกพนักงานจาก Resume เป็นอันดับแรก ดังนั้น หากต้องการได้งานที่สมัครนี้จริง ๆ ควรคัดกรอง Resume ให้น่าสนใจ อ่านเข้าใจง่ายภายใน 7 วินาที โดยใส่ข้อมูลอย่างครบถ้วน ดังต่อไปนี้
⭐ ชื่อ-นามสกุล : ต้องสะกดคำถูกต้อง เพราะหากพลาดแล้วจะกลายเป็นจุดผิดที่ยิ่งใหญ่
⭐ ช่องทางการติดต่อ : ไม่ควรเขียนช่องทางติดต่อมากจนเกินไป เน้นใส่เบอร์โทร และอีเมล
⭐ Summary/Profile : เป็นการแนะนำตัวคร่าว ๆ ให้บริษัทรู้จักว่า คุณเป็นใคร มีเป้าหมายอะไรในการทำงาน โดยต้องสั้น กระชับ เข้าใจง่าย ภายใน 30 วินาที
⭐ ประวัติการทำงาน : เป็นสิ่งสำคัญสุดในเรซูเม่ เพราะประสบการณ์บ่งบอกได้ว่า คุณเคยรับมือกับสถานการณ์แบบไหนมาบ้าง มีศักยภาพในการทำงานมากน้อยแค่ไหน
⭐ ทักษะ/ความสามารถ : หัวใจสำคัญของเรซูเม่อีกอย่างก็คือ การโชว์ทักษะและความสามารถที่คุณมี
⭐ ประวัติการศึกษา : สามารถเริ่มระบุตั้งแต่มัธยม ไปจนถึงมหาวิทยาลัยได้เลย ซึ่งเป็นส่วนที่ละเอียดอ่อน เพราะทางบริษัทจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติจากสิ่งที่เรียนจบมา
4. สมัครงานผ่านเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
เลือกสมัครงานผ่านเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ JOBKUB เว็บไซต์หางาน หาผู้สมัครงาน ที่ทันสมัย ใช้งานง่าย ด้วยรูปแบบเว็บไซต์ที่เข้าใจง่าย สะดวกต่อการใช้งานทั้งในรูปแบบสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ กดสมัครงานด้วยปลายนิ้ว ใบสมัครของคุณจะถูกส่งไปยังบริษัทนั้นทันที
JOBKUB เป็นแหล่งที่รวบรวมตำแหน่งงานทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยไว้ภายในเว็บไซต์ให้ทุกคนได้เลือกสมัครงานตามความเหมาะสม ไม่เพียงเหมาะสำหรับผู้หางานเท่านั้น บริษัทอื่น ๆ ที่ต้องการหาผู้สมัครงาน สามารถเลือกชมโปรไฟล์ผู้ที่ฝากประวัติผ่าน JOBKUB ได้ทันที ซึ่งตอบโจทย์คนที่กำลังมองหางานอย่างมาก
5. ฝึกการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน
สิ่งที่ควรทราบต่อมาคือ คำถามที่อาจเจอขณะสัมภาษณ์งาน ต้องซักซ้อมให้คล่องด้วยคำพูดที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา พร้อมทั้งต้องยกตัวอย่างประกอบการตอบคำถามนั้น ๆ เพื่อให้เป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น
🎈 ทำไมถึงสมัครงานกับบริษัทเรา!?
แนวทางการตอบ: ต้องการใช้ความสามารถและทักษะที่มีต่อยอดและพัฒนาตัวเอง โดยตำแหน่งงานในบริษัทแห่งนี้ได้ตรงตามความต้องการ และเป็นงานที่ท้าทาย และอยากทำให้ดีที่สุด พร้อมยกตัวอย่างประกอบด้วยว่า คุณมีทักษะทางด้านไหนบ้างที่จะทำงานในตำแหน่งงานนั้น ๆ
🎈 ทำไมคุณถึงลาออกจากงานเก่า!?
แนวทางการตอบ: ควรตอบความเป็นจริงให้มากที่สุด สั้น กระชับ ได้ใจความชัดเจน ไม่พาดพิงบริษัทเก่า หลีกเลี่ยงการวิจารณ์ที่ทำงานและเจ้านายเก่า เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูแย่ แต่กรณีที่คุณลาออกจากที่เก่าเพราะเจอเรื่องราวอันเลวร้ายมา ควรตอบด้วยการมองโลกในแง่ดี เช่น ต้องการมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ เนื่องจากการทำงานที่เก่าทำให้เราได้เรียนรู้ในจุด ๆ นั้นมากพอที่จะนำไปต่อยอดเพิ่มเติมได้แล้ว ซึ่งเล็งเห็นว่า ตำแหน่งนี้มีเนื้องานที่น่าสนใจ พร้อมนำประสบการณ์ที่มีมาต่อยอดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
บทความแนะนำ
สรุป
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับการสมัครงานให้โดนเรียกสัมภาษณ์ ซึ่งคุณต้องพิจารณาตัวเองอย่างถี่ถ้วน ทั้งในเรื่องของเป้าหมาย สิ่งที่คาดหวัง ทัศนคติของคุณกับองค์กร ตลอดจนทักษะความสามารถที่คุณมี เหมาะสมแก่การทำงานในตำแหน่งงานนั้นหรือไม่ ที่สำคัญควรมีเรซูเม่ที่ดึงดูด HR หรือผู้บริหารให้เกิดความสนใจในตัวคุณมากที่สุด และจะช่วยเพิ่มโอกาสการถูกเรียกสัมภาษณ์งานรวดเร็วยิ่งขึ้น
แชร์บทความ





