เคล็ดลับ! เสริมแรงจูงใจ เติมไฟ ให้พนักงาน

เคล็ดลับ! เสริมแรงจูงใจ เติมไฟ ให้พนักงาน เมื่อต้องนั่งทำงานเดิม ๆ เป็นเวลานาน ก็อาจเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย และหมดไฟในการทำงานได้ ซึ่งพบเจอได้บ่อยกับกลุ่มพนักงานออฟฟิศหรือมนุษย์เงินเดือน และเพื่อขจัดปัญหาการหมดไฟทำงานของพนักงาน ทางเรามีเคล็ดลับมาฝากผู้บริหารหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เสริมแรงจูงใจ เติมไฟให้พนักงานของคุณอยากทำงานมากขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการรักษาคนมีความสามารถให้อยู่กับบริษัทไปนาน ๆ ด้วย
สารบัญ
-
มอบสวัสดิการที่เหมาะสม
-
ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีขึ้น
-
การทำงานที่ยืดหยุ่น
-
เพิ่มการสื่อสารที่ชัดเจน
-
ให้เกียรติด้านการทำงาน และเรื่องส่วนตัว
-
สร้าง Work Life Balance ที่สมดุล
-
ส่งเสริมและสนับสนุนพนักงานให้เหมือนคนในครอบครัว
-
เป็นกลาง มีความยุติธรรมให้แก่พนักงาน
-
สรุป
มอบสวัสดิการที่เหมาะสม
สิ่งสำคัญที่มีส่วนช่วยสร้างแรงจูงใจ เติมไฟในการทำงานได้ดีก็คือ การมอบสวัสดิการที่อำนวยความสะดวกด้านการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม รวมไปถึงยังเป็นการซื้อใจพนักงานให้อยากทำงานต่อไปเรื่อย ๆ เพราะทุกคนล้วนอยากได้รับการดูแลที่ดีจากบริษัท และสวัสดิการชั้นดีที่จะช่วยเติมไฟให้แก่พนักงาน ซึ่งมีดังต่อไปนี้
🔸 ทริปประจำปีของบริษัท
🔸 คอร์สเรียนเสริมทักษะ
🔸 เบี้ยเลี้ยงอาหารกลางวัน
🔸 สวัสดิการด้านสุขภาพที่ครอบคลุม
🔸 สวัสดิการด้านการทำงาน เช่น โอที, เบี้ยขยัน
🔸 สวัสดิการลา หยุด ตามกฎหมายที่กำหนด และให้ความยืดหยุ่นตามสมควร
ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีขึ้น
สภาพแวดล้อมเดิม ๆ อาจทำให้พนักงานหมดไฟได้ โดยเฉพาะบริษัทบางแห่งที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ส่งผลให้บรรยากาศหม่นหมองมากขึ้น จนพนักงานหลายคนรู้สึกเบื่อ ลามไปจนถึงการลาออกในที่สุด ดังนั้น ผู้บริหาร หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรทราบถึงปัญหาอย่างตรงจุด เพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง พร้อมทั้งเสริมความสะดวกด้านการทำงาน และการประสานงานให้ราบรื่นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพยายามสร้างกิจกรรมช่วยลดความเครียด สร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลายที่ไม่กดดัน หาเวลาคุยเล่นหรือให้พนักงานได้ผ่อนคลายระหว่างวันบ้าง
การทำงานที่ยืดหยุ่น
ปรับรูปแบบการทำงานให้มีความยืดหยุ่นขึ้น ด้วยการลองทำงานเป็น Hybrid Work ให้พวกเขาได้สลับวันเข้าทำงาน เช่น เข้าออฟฟิศ 3 วัน และ Work From Anywhere เป็นเวลา 2 วัน เป็นต้น เปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน ไม่ให้รู้สึกซ้ำซากจำเจหรือรู้สึกกดดันมากเท่ากับการนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องของเวลาการเข้า-ออกงานที่ยืดหยุ่นด้วยเช่นกัน เพราะการที่พนักงานรีบเดินทางมาทำงานให้ทันเวลา หรือกังวลว่าหากมาสายจะต้องโดนหักเงิน ก็อาจเป็นการสร้างแรงกดดันจนหมดไฟไปเลยก็ได้
เพิ่มการสื่อสารที่ชัดเจน
การประสานงาน ตลอดจนการแจกจ่ายงาน ต้องใช้การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาอย่างชัดเจน เพื่อให้มีความเข้าใจระหว่างกันมากขึ้น ป้องกันความผิดพลาด ทำให้งานราบรื่นมากยิ่งขึ้น นับว่าเป็นหนึ่งในแรงจูงใจในการทำงาน เพราะเมื่อมีการสื่อสารภายในองค์กรที่ชัดเจน เข้าใจจุดหมายที่ตรงกัน ย่อมส่งผลให้การขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนไม่สร้างความวุ่นวายภายในบริษัทอีกด้วย
ให้เกียรติด้านการทำงาน และเรื่องส่วนตัว
เรื่องพื้นฐานที่สำคัญควรให้เกียรติระหว่างกัน ทั้งในด้านการแสดงออก กิริยาท่าทาง การพูดคุย ไม่เลือกปฏิบัติว่าเพศอะไร และต้องแสดงให้เห็นว่าทุกคนล้วนมีความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรทั้งสิ้น เพื่อให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพ ความเท่าเทียมกัน ทำให้ภาพรวมของบริษัทออกมาดูดี และเป็นสถานที่น่าทำงานมากขึ้น ลดปัญหาการหมดไฟได้ดีเลยทีเดียว
สร้าง Work Life Balance ที่สมดุล
ไม่เพียงให้ความยืดหยุ่นด้านการทำงานเท่านั้น Work Life Balance ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเราต้องห้ามลืมว่า ทุกคนล้วนต้องมีชีวิตส่วนตัว ควรเคารพเวลาส่วนตัวของพนักงานหรือเพื่อนร่วมงาน ไม่คุยเรื่องงานหรือสั่งงานนอกเวลางานอย่างเด็ดขาด หากไม่มีเรื่องด่วนจริง ๆ เพราะถือเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่หลายคนหมดไฟในการทำงาน รวมไปถึงควรเสริมในเรื่องเวลาพักผ่อนให้พนักงานด้วย เช่น
🔸 ไม่กำหนดเวลาพักผ่อนแค่ช่วงเที่ยงเท่านั้น
🔸 สามารถพักผ่อนได้ เมื่องานเสร็จเร็วกว่าปกติ
🔸 เพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปี
ส่งเสริมและสนับสนุนพนักงานให้เหมือนคนในครอบครัว
การสร้างแรงจูงใจที่ดี ทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขามีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จได้ ถือเป็นการสร้างแรงจูงใจให้พวกเขามีไฟในการทำงาน และผลิตผลงานที่มีประสิทธิภาพออกมาได้ หากมีพนักงานทำงานดี ควรชื่นชมยินดีกับผลงานนั้น และมอบรางวัลให้ตามสมควร จะช่วยทำให้พนักงานเกิดความภูมิใจ ได้รู้สึกถึงการเป็นครบครัวเดียวกัน ถือเป็นแรงจูงใจชั้นดีให้อยากทำงานทุกวัน
เป็นกลาง มีความยุติธรรมให้แก่พนักงาน
เมื่อเกิดปัญหาภายในบริษัท ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน หรือตัวพนักงานเอง ทางบริษัทควรรีบแก้ปัญหาความขัดแย้งนั้นไม่ให้บานปลาย ด้วยการเรียกพนักงานมาคุยอย่างมีเหตุผล ปราศจากการใช้อารมณ์ ตักเตือนด้วยคำพูดที่เหมาะสม พร้อมคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่สำคัญต้องเข้าใจพนักงานแต่ละคน ตลอดจนเรื่องการประเมินผลงาน โดยเฉพาะหัวหน้างานจะต้องเป็นคนที่ไม่ลำเอียง ไม่มีลูกรักลูกชัง ไม่เลือกปฏิบัติ แต่ต้องพร้อมมอบความเป็นธรรมให้แก่ทุกคน ให้คะแนนการประเมินตามผลงานอย่างตรงไปตรงมา
บทความแนะนำ
สรุป
ถึงแม้ภายในบริษัทของคุณจะมีพนักงานจำนวนมาก การวางแผนดูแลพนักงานให้ทั่วถึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ควรใส่ใจพนักงานอย่างเท่าเทียม เพราะทุกวันนี้สุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กับเงินเดือน การทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญที่สามารถซื้อใจคนที่มีความสามารถให้อยู่องค์กรไปได้นาน ๆ สำหรับพนักงานคนใดที่ต้องการขยับขยายสายงาน ออกไปเติบโตอย่างมั่นคง สามารถหางานที่ใช่ได้จากเว็บไซต์ของเรา หรือฝากประวัติ Resume ได้ทันที เพื่อเปิดโอกาสการได้งานที่รวดเร็วขึ้น
แชร์บทความ






