เคล็ดลับเก็บเงิน แบบฉบับคนชอบใช้เงิน เห็นผล 100%

เคล็ดลับเก็บเงิน แบบฉบับคนชอบใช้เงิน เห็นผล 100% ใคร ๆ ก็อยากรวย อยากมีเงินเก็บกันทั้งนั้น แต่เมื่อพูดถึงการเก็บเงินสำหรับผู้ที่ทำงานประจำแล้ว อาจกลายเป็นเรื่องยากทันที เพราะในแต่ละเดือนต่างคนต่างมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็น หรือบางเดือนสิ่งของพัง สูญหาย ทำให้ต้องนำเงินที่จะเก็บออกมาใช้จ่าย และสิ่งนี้เองจึงเป็นปัญหาหนักใจของหลาย ๆ คน ทางเราจึงขอแนะนำเคล็ดลับเก็บเงิน แบบฉบับคนชอบใช้เงิน ที่สามารถเก็บเงินได้จริงและเห็นผล 100% จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาดูกัน!!
สารบัญ
-
เคล็ดลับเก็บเงิน แบบฉบับคนชอบใช้เงิน เห็นผล 100%
-
หักเงินเดือน 10% เพื่อเก็บออม
-
เก็บเงินตามลำดับวันใน 1 ปี
-
เก็บเงินใส่กระปุกที่เปิดยากหรือห้ามเปิด
-
เก็บเงินจากส่วนลด หรือเงินทอน
-
เก็บออมเงินเฉพาะแบงก์ 50 ให้ครบปี
-
เก็บเงินตามตารางออมเงิน
-
ตั้งเงื่อนไขการออมเงิน
-
เก็บออมเงินแข่งกับคนในครอบครัว
-
สรุป
เคล็ดลับเก็บเงิน แบบฉบับคนชอบใช้เงิน เห็นผล 100%
1. หักเงินเดือน 10% เพื่อเก็บออม
เคล็ดลับแรก เมื่อเงินเดือนออกให้หักเงิน 10% ทันที ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือน 20,000 บาท หักออมไว้ก่อนเลย 2,000 บาท หากใครที่รายจ่ายรัดตัวจริง ๆ อาจเริ่มออมเดือนละ 10% หรือ 5% ก่อนได้ ที่สำคัญ คุณสามารถนำเงินออมนั้นไปเปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง แยกกับบัญชีเงินเดือนได้ เพื่อให้เงินออมสามารถงอดเงยให้มากขึ้น
2. เก็บเงินตามลำดับวันใน 1 ปี
วิธีเก็บเงินโดยไล่ตามลำดับวันใน 1 ปีไปเรื่อย ๆ เช่น วันที่ 20 เก็บ 20 บาท วันที่ 200 เก็บ 200 บาท ซึ่งข้อดีนี้ในช่วงแรก ๆ จะเก็บจำนวนเงินน้อย ทำให้มีแรงจูงใจในการเก็บเงิน นอกจากนี้เมื่อรู้ว่าวันต่อ ๆ ไปต้องเก็บเงินจำนวนเท่าไหร่ก็มีเวลาเตรียมตัวอีกด้วย แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะช่วงเดือนท้าย ๆ ของการออมเงิน ต้องเก็บเงินเยอะ อาจเก็บต่อเนื่องยาก และวิธีการเก็บเงินนี้ไม่เหมาะกับคนที่รายได้ยังไม่มากพอ
3. เก็บเงินใส่กระปุกที่เปิดยากหรือห้ามเปิด
สำหรับคนที่เก็บเงินไม่อยู่ และชอบใช้เงินจนเคยตัว ลองทำตามวิธีนี้ โดยการหาภาชนะที่เป็นกระปุกเปิดยาก หรือไม่มีช่องให้เปิดออกได้ยิ่งดี โดยเลือกกระปุกขนาดใหญ่ เพื่อสามารถหยอดทั้งเหรียญและธนบัตรได้ทั้งปี หรือหากมีเด็ก ๆ ที่บ้าน สิ่งนี้ก็เป็นวิธีออมเงินสุดคลาสสิกที่ยังใช้ได้ดีเลยทีเดียว
4. เก็บเงินจากส่วนลด หรือเงินทอน
หากคุณนำเงินไปใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะซื้อเสื้อผ้า รองเท้า อาจจะกำเงินไป 300 บาท แต่หน้าร้านมีส่วนลดพิเศษเหลือ 250 บาท และเหลือเงินอีก 50 บาท ให้นำเงินนี้ไปเก็บออม ซึ่งวิธีออมเงินนี้ทำให้คุณมองหาส่วนลดต่าง ๆ ก่อนใช้จ่ายมากขึ้น ประหยัดเงินในกระเป๋าและได้ออมเงิน แต่อาจเก็บได้น้อยและได้จำนวนเงินไม่แน่นอน ควรใช้เป็นวิธีการออมเงินเสริมมากกว่า
5. เก็บออมเงินเฉพาะแบงก์ 50 ให้ครบปี
เคล็ดลับเก็บเงินหรือธนบัตรฉบับละ 50 บาททุกใบที่ได้รับ สำหรับวิธีออมเงินแบบนี้แนะนำว่าให้เก็บสะสมไว้จนครบปีแล้วค่อยนับ จะรู้สึกตื่นเต้นกับการเก็บเงินมากขึ้น บางคนแค่เก็บสะสมแบงก์ 50 บาท ได้เงินเก็บร่วมหมื่นเลยทีเดียว ทำให้เราได้สนุกไปกับการออมเงิน แต่แบงก์ 50 นั้นค่อยข้างหายาก ควรเพิ่มวิธีการออมรูปแบบอื่น ๆ ด้วย
6. เก็บเงินตามตารางออมเงิน
เคล็ดลับการเก็บออมเงินด้วยการทำตารางออมเงิน วางเป้าหมายไว้ชัดเจน เช่น ใน 6 เดือนควรเก็บเงินให้ได้ 15,000 บาท แล้วสร้างตารางขึ้นมาพร้อมกำหนดว่าแต่ละวัน หรือแต่ละเดือนต้องเก็บเงินจำนวนกี่บาท เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ซึ่งวิธีนี้ ทำให้คุณได้วางแผนการเก็บเงินล่วงหน้าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เป็นสูตรวิธีออมเงินที่เหมาะกับคนที่มีรายได้รายวัน แต่ถ้าหากไม่มีเป้าหมายการเก็บเงินที่ชัดเจน ก็อาจทำให้ท้อหรือขี้เกียจได้
7. ตั้งเงื่อนไขการออมเงิน
หลายคนค่าใช้จ่ายเยอะหลายทาง จึงไม่ค่อยมีแรงจูงใจ ลองใช้วิธีการเก็บเงินแบบฮาร์ดคอร์สักหน่อย โดยตั้งเงื่อนไขกับตัวเอง เช่น วันนี้กินเกินงบ พรุ่งนี้ต้องกินให้น้อยลง น้ำหนักขึ้น 1 กิโลกรัม เก็บเงิน 500 บาท เป็นต้น นับว่าเป็นวิธีออมเงินที่สร้างแรงจูงใจให้เก็บเงินและเปลี่ยนพฤติกรรมที่ตัวเองได้ดีเลยทีเดียว แต่อย่าโกงตัวเอง หรือกดดันมากเกินไป เพราะจะทำให้การเก็บเงินไม่สนุก
8. เก็บออมเงินแข่งกับคนในครอบครัว
ลองชวนคนในครอบครัว หรือเพื่อน ๆ มาแข่งกันออมเงินกันดูจะดีไม่น้อย เป็นอีกวิธีการเก็บเงินที่น่าสนุก ได้สานสัมพันธ์ แถมมีเงินออมกันทั้งครอบครัวด้วย นอกจากนี้ อาจตั้งของรางวัลเมื่อมีคนเก็บเงินได้เยอะกว่า เช่น เลี้ยงข้าว หรือให้อีกฝ่ายที่แพ้มอบของรางวัลให้ เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : krungthai.com
บทความแนะนำ
สรุป
รูปแบบการเก็บออมเงินมีหลายวิธีมาก หากคุณมองเพียงแค่ว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้มีเงินเก็บ จะทำให้คุณเกิดความเครียดเมื่อไม่เป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ทั้งนี้ ลองทำตามเคล็ดลับทั้งหมดของเรา เพื่อสร้างความสนุก และความท้าทายให้แก่ตัวเอง แต่หัวใจสำคัญของการออมเงินคือ ต้องตั้งเป้าหมายที่ไม่หักโหมเกินไป และมีวินัยต่อตนเอง ส่วนใครที่เงินเดือนชนเดือน หรือค่าใช้จ่ายมาก ไม่สามารถเก็บออมเงินได้ สิ่งที่คุณทำได้ก็คือ รีบปิดจบค่าใช้จ่ายเหล่านั้น เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้รถ หนี้บ้าน หยุดฟุ่มเฟือย หรือหางานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ด้วยยิ่งดี จะช่วยเพิ่มโอกาสการเก็บเงินได้มากขึ้น ซึ่งเงินเก็บมีคุณค่าต่ออนาคต สามารถเป็นเงินสำรองในช่วงฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้งานจริง ๆ ได้ ดังนั้น ถ้าคุณเห็นคุณค่าของการออมเงิน คุณก็จะมีแรงบันดาลใจการออมเงินเพิ่มมากขึ้น
แชร์บทความ








