เคล็ดลับยื่นภาษีปี 69 สำหรับพนักงานประจำ
เคล็ดลับยื่นภาษีปี 69 สำหรับพนักงานประจำ ทุกต้นปี หลายคนต้องเตรียมตัว “ยื่นภาษี” ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด โดยการยื่นภาษีปี 2569 นี้ เป็นการรายงานรายได้ที่เราได้รับปี 2568 ตามที่กฎหมายกำหนด ใครที่มีรายได้ก็ต้องยื่นทุกคน ไม่ว่ารายได้นั้นจะมากหรือน้อยก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาโดนเรียกค่าปรับย้อนหลัง หรือดอกเบี้ยกรณียื่นผิดหรือยื่นช้า
สารบัญ
-
ภาษียื่นผ่านแบบฟอร์ม 2 แบบหลัก
-
สิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นภาษี
-
ขั้นตอนการยื่นภาษีผ่านระบบ e-Filing
-
ขั้นตอนการกรอกข้อมูลยื่นภาษี คุณสามารถทำตาม 5 ขั้นตอน
-
สรุป
ปัจจุบันเราสามารถยื่นผ่านระบบ e-Filing ทำออนไลน์ทั้งระบบได้เลย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของร้านเล็ก ๆ ก็ทำเองได้ที่บ้าน ประหยัดเวลา และไม่ต้องเดินทางไปสรรพากรให้เสียค่าใช้จ่าย
ภาษียื่นผ่านแบบฟอร์ม 2 แบบหลัก
1. ภงด.91 สำหรับพนักงานประจำรายได้จากที่เดียว เช่น เงินเดือน, โบนัส หรือค่าคอมมิชชั่น
2. ภงด.90 สำหรับฟรีแลนซ์ เจ้าของร้าน ผู้มีรายได้หลายทาง เช่น ค่าจ้าง, ค่าบริการ, รายได้ออนไลน์ หรือค่าเช่า ฯลฯ
ถ้าเป็นพนักงานประจำ ส่วนใหญ่จะได้เอกสาร 50 ทวิจากบริษัท ซึ่งบอกไว้เลยว่ามีรายได้เท่าไหร่ และถูกหักภาษีไว้แค่ไหนแล้ว ส่วนฟรีแลนซ์ ค้าขาย รับจ้าง จำเป็นต้องรวมเอกสารเอง เช่น ใบหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้า เป็นต้น
สิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นภาษี
เอกสารรายได้
🔹 50 ทวิ จากนายจ้าง
🔹 ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (สำหรับฟรีแลนซ์)
🔹 รายได้อื่น เช่น ค่าเช่า, ค่าโฆษณา, รายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ ฯลฯ
เอกสารค่าลดหย่อน
🔹 ค่าลดหย่อนส่วนตัว (มีให้ทุกคนอัตโนมัติ)
🔹 ค่าลดหย่อนคู่สมรส / บุตร
🔹 เบี้ยประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ
🔹 กองทุน SSF / RMF / กบข. / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
🔹 ดอกเบี้ยบ้าน
🔹 การบริจาค (บางประเภทลดหย่อนได้มากกว่า 1 เท่า)
ช่องทางชำระหรือรับเงินคืน
🔹 เลขบัญชีธนาคาร (ใช้สำหรับรับเงินคืนภาษี)
ขั้นตอนการยื่นภาษีผ่านระบบ e-Filing
1. เข้าเว็บไซต์ www.rd.go.th
2. ล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชน
3. เลือกแบบฟอร์ม ภงด.90 หรือ ภงด.91
4. กรอกข้อมูลรายได้ + ค่าลดหย่อนต่าง ๆ
5. ระบบจะคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ
6. ตรวจสอบ และกดยืนยันการยื่น
7. ชำระภาษี (ถ้าต้องจ่าย) หรือรอรับเงินคืน
8. หากมีเอกสารครบ ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งกำหนดส่งภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
ขั้นตอนการกรอกข้อมูลยื่นภาษี คุณสามารถทำตาม 5 ขั้นตอน
1. กรอกข้อมูลผู้เสียภาษี
ระบบจะแสดงหน้าแพลตฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขบัตรประชาชน), ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, สถานที่ติดต่อ (สถานที่ตามบัตรประชาชน), ร้านค้า/กิจการส่วนตัว (ถ้ามี), สถานะในปัจจุบัน (โสด หม้าย และสมรส) เมื่อกรอกข้อมูลครบเรียบร้อย ให้คลิกขั้นตอนถัดไป
2. กรอกเงินได้
ระบบแสดงหน้ารายได้จากแหล่งต่าง ๆ เช่น เงินเดือน, ฟรีแลนซ์-รับจ้างทั่วไป-วิชาชีพอิสระ, ทรัพย์สินการทำธุรกิจ, การลงทุน และมรดก เป็นต้น
สำหรับพนักงานประจำให้เลือกรายได้จากเงินเดือน โดยคลิกระบุข้อมูล แล้วกรอกรายละเอียดต่าง ๆ เช่น รายได้ทั้งหมด, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของนายจ้าง และกดบันทึก หากมีรายได้อื่น ๆ ด้วย อย่าลืมกรอกให้ครบ ซึ่งเราควรคำนวณให้พร้อมก่อนเข้าระบบจะได้ง่ายมากขึ้น
3. กรอกค่าลดหย่อน
เมื่อคุณยื่นภาษี สามารถกรอก “ค่าลดหย่อน” เพื่อช่วยลดจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายได้ โดยสิ่งที่ใช้ลดหย่อนได้มีดังนี้:
⭐ ค่าลดหย่อนพื้นฐาน
🔹 ค่าลดหย่อนส่วนตัว ทุกคนจะได้รับโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องยื่นขอ
🔹 ถ้าคุณมีคู่สมรสที่ไม่มีรายได้เลย สามารถนำมาลดหย่อนได้
🔹 ถ้ามีบุตร สามารถใช้ลดหย่อนได้ตามจำนวนบุตรที่อายุไม่เกินเกณฑ์
⭐ ค่าลดหย่อนสำหรับครอบครัว
🔹 หากคุณดูแลบิดา-มารดา ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และท่านมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ สามารถนำมาใช้ลดหย่อนได้
🔹 คุณซื้อประกันสุขภาพให้บิดา-มารดา สามารถใช้ลดหย่อนได้เช่นกัน
สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าคุณดูแลครอบครัวในด้านค่าใช้จ่ายและสุขภาพ คุณจะมีสิทธิลดหย่อนเพิ่มขึ้น
⭐ ค่าลดหย่อนจากการทำงาน
🔹 ประกันสังคมที่จ่ายทุกเดือน นำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
🔹 ถ้าคุณทำงานประจำ และมีเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. ระบบจะนำมาหักลดหย่อนให้อัตโนมัติ
🔹 สำหรับฟรีแลนซ์ ถ้ามีการวางแผนลงทุนในกองทุนลดหย่อน จะช่วยลดภาษีได้เยอะขึ้น
⭐ ลดหย่อนจากประกันชีวิตและสุขภาพ
🔹 หากคุณซื้อประกันชีวิต และประกันสุขภาพของตัวเอง สามารถนำเงินที่จ่ายค่าเบี้ยประกันมาตัดภาษีได้
🔹 สิทธิส่วนนี้มีเพดานรวม ซึ่งระบบ e-Filing จะช่วยคำนวณให้ ไม่ต้องกังวลว่าจะคิดผิด
⭐ ลดหย่อนจากการลงทุน
สำหรับคนที่อยากลดภาษีและลงทุนไปพร้อมกัน แนะนำ:
🔹 กองทุน SSF (เพื่อเก็บออมระยะยาว และใช้ลดภาษีได้)
🔹 กองทุน RMF (เน้นเก็บไว้ใช้หลังเกษียณและลดภาษีได้เช่นกัน)
ซึ่งทั้งสองตัวนี้ช่วยลดภาษี + วางแผนอนาคตไปพร้อมกัน ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากสำหรับผู้มีรายได้
⭐ ลดหย่อนจากการบริจาค
🔹 หากคุณบริจาคให้โรงพยาบาล โรงเรียน หรือองค์กรที่ได้รับการรับรอง สามารถนำมาใช้ลดภาษีได้
🔹 บางประเภทลดหย่อนได้มากกว่าจำนวนที่บริจาคจริง (รัฐสนับสนุนเพื่อส่งเสริมกิจกรรมสาธารณประโยชน์)
4. ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน
หลังจากที่กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ครบทุกขั้นตอนแล้ว ควรตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมดอีกครั้ง หากยื่นไม่ครบหรือกรอกผิด อาจโดนประเมินเพิ่ม, ค่าปรับ, ดอกเบี้ย หรือเงินคืนช้ากว่าเดิม การตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียดจะช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาของคุณ
5. กดยืนยันข้อมูล
หากคุณตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้กดยืนยันการยื่นภาษี ถือเป็นอันสำเร็จ ซึ่งจะเห็นได้ว่า แต่ละขั้นตอนนั้นไม่ยุ่งยาก หากคุณมีข้อมูลหรือเอกสารการยื่นภาษีครบ ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีก็ดำเนินการยื่นภาษีเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถเตรียมเอกสารให้พร้อมแล้วยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้เลยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม ของทุกปี
📌 ขอบคุณข้อมูลที่อ้างอิงจาก: www.muangthai.co.th
บทความแนะนำ
สรุป
ถึงอย่างไรก็ตาม การเตรียมเอกสารและตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนยื่นภาษี เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยลดความผิดพลาดและป้องกันการเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น ยิ่งเราเก็บหลักฐานรายได้และค่าลดหย่อนไว้อย่างเป็นระบบ ก็ยิ่งยื่นได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น หากพบข้อผิดพลาดให้รีบแก้ไขไม่ต้องกังวล เพราะสามารถยื่นแบบแก้ได้ภายหลัง สรุปแล้ว การตรวจทานอย่างละเอียดจะช่วยให้การยื่นภาษีเป็นเรื่องเบาและเป็นระเบียบมากขึ้นในทุกปี







