6 ตำแหน่งงานที่ทุกองค์กรต้องมี!

6 ตำแหน่งงานที่ทุกองค์กรต้องมี! ถึงแม้โลกของการทำงานจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเท่าใดก็ตาม ก็ยังคงมีบางตำแหน่งงานที่จำเป็นสำหรับทุกองค์กร เช่น แผนกทรัพยากรบุคคล, การเงินและการบัญชี, การตลาด, การขาย, ไอที และการบริการลูกค้า เป็นต้น สำหรับใครที่กำลังมองหางานมั่นคง และเป็นตำแหน่งงานที่อยู่ทน อยู่นาน ทุกสถานการณ์ ทางเราจึงได้รวบรวม 6 ตำแหน่งงานที่ทุกองค์กรต้องมีมาบอกเล่าให้ทุกคนได้ทราบ เพื่อเป็นทางเลือกสายอาชีพในอนาคตของคุณ
สารบัญ
รูปแบบโครงสร้างแต่ละแบบที่มีความเหมาะสมกับองค์กร
ตำแหน่งพนักงานภายในองค์กรสามารถแบ่งออกได้หลายระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ (Entry-Level) ไปจนถึงระดับผู้บริหาร (Executive-Level) โดยแต่ละระดับมีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างกัน และเพื่อให้คุณเข้าใจโครงสร้างขององค์กรได้ดียิ่งขึ้น มาดูรูปแบบโครงสร้างแต่ละแบบที่มีความเหมาะสมกับองค์กรดังต่อไปนี้
⭐ โครงสร้างองค์กรแบบลำดับขั้น (Hierarchical Structure)
โครงสร้างรูปแบบนี้ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจนที่สุด โดยด้านบนไล่จากตำแหน่งใหญ่สุด CEO ลงล่างมาเรื่อย ๆ ซึ่งการจัดตำแหน่งแบบนี้จะทำให้ทุกคนทราบว่า ใครทำหน้าที่อะไร และควรประสานงานหรือติดต่อแผนกที่เกี่ยวข้องไหนดีที่สุด เพิ่มแรงดึงดูดให้กับพนักงานหวังการเลื่อนขั้น และมีความเชี่ยวชาญตามตำแหน่งที่ดำเนินการในปัจจุบัน
⭐ โครงสร้างองค์กรตามสายงาน (Functional Structure)
รูปแบบโครงสร้างองค์กรที่พบเห็นกันส่วนใหญ่มีลักษณะโครงสร้างที่จัดตั้งขึ้นแบบมีลำดับชั้นการบังคับบัญชา โดยมีการจัดหน่วยงานย่อยตามหน้าที่ เช่น หน่วยงานผลิต ขาย จัดซื้อ บัญชีการเงิน HR เป็นต้น
⭐ โครงสร้างองค์กรแบบเมทริกซ์ (Matrix Structure)
โครงสร้างการทำงานที่สมาชิกในทีมสามารถรายงานต่อผู้นำหลายคนในองค์กรแบบเมทริกซ์ ไม่ว่าจะทำงานจากระยะไกลหรือภายในองค์กร การรายงานต่อผู้จัดการโครงการและหัวหน้าแผนก เพื่อบริหารจัดการรูปแบบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
⭐ โครงสร้างตามหน่วยงาน (Divisional Structure)
สำหรับออฟฟิศขนาดใหญ่มักเลือกใช้โครงสร้างตามหน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะดำเนินการเป็นหน่วยกึ่งอิสระ โดยหน่วยงานมักถูกกำหนดตามผลิตภัณฑ์ ตลาด หรือภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ และแต่ละหน่วยจะมีทรัพยากร วัตถุประสงค์ของตนเองที่ชัดเจน
⭐ โครงสร้างแบบเครือข่าย (Network Structure)
รูปแบบของโครงสร้างนี้อาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์แทนที่จะเป็นลำดับชั้น เหมาะสำหรับออฟฟิศที่ว่าจ้างงานบางส่วนภายนอกและรักษาพนักงานหลักขนาดเล็ก โครงสร้างแบบเครือข่ายมีความคล่องตัวและสามารถปรับตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลง
⭐ โครงสร้างองค์กรแบบทีม (Team-based Structure)
โครงสร้างนี้ถูกจัดทำเพื่อทำลายลำดับชั้นแบบเดิม ๆ เน้นการแก้ปัญหา ความร่วมมือ และให้อำนาจการควบคุมกับพนักงานมากขึ้น โดยที่ทางพนักงานทุกคนจะได้รับมอบอำนาจเต็มที่ ทำงานได้อย่างอิสระในการปฏิบัติงานตามแนวทางและความคิดของตนเอง
⭐ โครงสร้างองค์กรแนวนอนหรือแบนราบ (Horizontal or Flat Structure)
เป็นโครงสร้างที่เรียบง่าย โดยมีตำแหน่งใหญ่สุดอยู่ด้านบน ที่เหลืออยู่ด้านล่างโดยมีการระบุตำแหน่งของตัวเอง ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีความเท่าเทียมกัน จึงทำให้คนในทีมมีความรับผิดชอบกันมากขึ้น และยังสามารถที่จะติดต่อกับฝ่ายอื่น ๆ เพื่อขยายความรู้เพิ่มเติมได้
ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : www.ktc.co.th
6 ตำแหน่งงานที่ทุกองค์กรต้องมี
ต่อมา 6 ตำแหน่งงานที่ทุกองค์กรต้องมี ไม่ว่าจะเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี โลกออนไลน์ ก็ไม่สามารถขาดตำแหน่งงานเหล่านี้ได้ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น โดยแต่ละตำแหน่งงานมีบทบาทหน้าที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะมีตำแหน่งงานใดบ้างนั้นมาดูกัน
1. ผู้บริหาร (Management Department)
ผู้บริหารเป็นกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กร โดยประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับสูง (C-Level) เช่น CEO, CFO, COO ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย วางแผนธุรกิจ และการตัดสินใจที่สำคัญต่าง ๆ
2. ตำแหน่งงานทรัพยากรบุคคล (Human Resources หรือ HR)
ตำแหน่งสำคัญในการบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร ให้เป็นไปตามโครงสร้างขององค์กร พร้อมดูแลเกี่ยวกับการสรรหา อบรมพนักงาน เงินเดือนและสวัสดิการ วัฒนธรรมองค์กร และกิจกรรมต่าง ๆ ของพนักงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ตำแหน่งงานการเงินและบัญชี (Finance & Accounting)
ตำแหน่งงานด้านการเงิน มีความสำคัญต่อองค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อวางแผนการจัดระเบียบ การควบคุมกำกับกิจกรรมทางการเงินในบริษัท เช่น การจัดซื้อ และใช้ประโยชน์จากเงินทุนขององค์กรให้มีคุณภาพ และเป็นผลดีต่อองค์กรมากขึ้น
4. ตำแหน่งงานการตลาด (Marketing Department)
การตลาดมีบทบาทสำคัญเพื่อส่งเสริมธุรกิจและพันธกิจขององค์กร คอยประสานงานและจัดทำเอกสารทั้งหมดที่เป็นตัวแทนของธุรกิจ ฝ่ายการตลาดมีหน้าที่ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้า นักลงทุน พร้อมทั้งเป็นตำแหน่งที่ช่วยสร้างผลกำไรให้แก่องค์กร
5. ตำแหน่งงานขาย (Sales Department)
ตำแหน่งงานนี้มีหน้าที่หลักในการนำเสนอสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ บทบาทของพนักงานขายไม่ได้จำกัดแค่การขายสินค้า แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า การรับฟังความคิดเห็น และความต้องการของลูกค้า เพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น
6. ตำแหน่งงานไอที (Information Technology – IT)
สายงานไอทีมีหน้าที่ช่วยเหลือองค์กรในด้าน IT เช่น การสอนการใช้งานระบบ, Computer, Network, Server, Internet ตลอดจนอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ รวมถึงการใช้งาน Application การลงโปรแกรม การดูแลระบบอื่น ๆ ภายในองค์กรด้วย
บทความแนะนำ
สรุป
ทั้งนี้ บางองค์กรอาจมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่จำเป็นอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ และการทำงาน เช่น ตำแหน่งงานบริการลูกค้า นักวิจัยและพัฒนา วิศวกรรม นักวิทยาการข้อมูล เป็นต้น ซึ่งทุกตำแหน่งงานล้วนมีความสำคัญและเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า เพราะฉะนั้นแล้ว เส้นทางความก้าวหน้าในสายงานของตนเองย่อมเป็นสิ่งสำคัญ จำเป็นต้องวางแผนพัฒนาทักษะและความรู้ใหม่ ๆ เพื่อรองรับการทำงานในอนาคต สู่ตำแหน่งงานที่สูงขึ้นได้อย่างมั่นใจ
แชร์บทความ


