ความฉลาดทางอารมณ์ EQ ที่พนักงานควรมี!!

ความฉลาดทางอารมณ์ EQ ที่พนักงานควรมี!! ความฉลาดทางอารมณ์ EQ (Emotional quotient) เป็นสิ่งที่พนักงานประจำทุกคนควรมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องทำงานร่วมกับกลุ่มคนหมู่มาก ที่อาจกระทบกระทั่งจากความคิดเห็นไม่ตรงกันได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ร่วมด้วย เพื่อควบคุมพฤติกรรมที่เป็นพิษต่อคนอื่น ด้วยเหตุนี้เรามาดูกันว่า ความฉลาดทางอารมณ์ EQ ที่พนักงานควรมีคืออะไรบ้าง?
สารบัญ
-
ความฉลาดทางอารมณ์ EQ (Emotional quotient)
-
ความสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ EQ คือ
-
ความฉลาดทางอารมณ์ ที่พนักงานควรมีคืออะไรบ้าง?
-
วิธีการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ EQ?
-
สรุป
ความฉลาดทางอารมณ์ EQ (Emotional quotient)
ความฉลาดทางอารมณ์ คือความสามารถในการรับรู้ ควบคุม และจัดการอารมณ์ของตนเองได้อย่างชาญฉลาดและเหมาะสมกับสถานการณ์ มีจิตใจที่มั่นคง มองโลกในแง่ดี มีความประพฤติปฏิบัติดี มีมารยาททางสังคม นำไปสู่การเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข
เพราะฉะนั้นแล้ว ความสำคัญความฉลาดทางอารมณ์ เป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนส่งเสริม IQ หรือความฉลาดทางสติปัญญาของบุคคลให้สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ EQ ช่วยให้รับมือกับปัญหาและอุปสรรคได้อย่างมีสติ ช่วยให้ตระหนักรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น ช่วยให้สามารถควบคุม ดูแล จัดการอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความฉลาดทางอารมณ์จะช่วยให้เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีความตึงเครียด กดดัน และมีความยากลำบากให้สามารถตัดสินใจได้อย่างสงบ และช่วยให้ค้นพบทางออกให้กับปัญหาได้อย่างดี
ความสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ EQ
1.ทำให้ชีวิตการทำงานประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น
2.สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเป็นปกติสุข
3.มีวุฒิภาวะ รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี มีสติยับยั้งชั่งใจ ไม่ทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
4.มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีจิตสำนึกสาธารณะ และมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
5.มองโลกในแง่ดี มีความสุข ไม่เครียด และช่วยให้รู้สึกพึงพอใจในตนเอง
ความฉลาดทางอารมณ์ ที่พนักงานควรมีคืออะไรบ้าง?
1.Self-Awareness มีความสามารถในการตระหนักรู้อารมณ์ของตนเองที่ส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรม รู้จุดแข็งและจุดอ่อน และมีความเชื่อมั่นในตนเอง
2.Self-management มีความสามารถในการควบคุม ดูแล จัดการอารมณ์ตนเองได้ เป็นผู้ที่คิดก่อนทำ และสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามสถานการณ์ปัจจุบันได้
3.Social-Awareness เป็นผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจ รับรู้ความรู้สึกอารมณ์ของเพื่อนร่วมงาน เข้าใจธรรมชาติทางอารมณ์ และมีวิธีการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานอย่างเหมาะสม
4.Relationship management มีความสามารถพัฒนาและรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานได้ดี สามารถสื่อสารได้ชัดเจน เข้าใจง่าย ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี
5.Self-Motivation มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มีความอุตสาหะพยายาม ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
วิธีการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ EQ?
การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ คือการช่วยให้เข้าใจตนเองมากขึ้น สามารถควบคุม และจัดการอารมณ์ของตนเองได้อย่างผู้ที่มีวุฒิภาวะ ช่วยให้เข้าใจอารมณ์ที่ส่งผลต่อความคิดและการกระทำ และนำไปสู่การบริหารจัดการอารมณ์ ตลอดจนทักษะในการสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ฝึกการตั้งสติ สมาธิ
การมีสติและสมาธิช่วยให้รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง และสามารถตอบสนองอารมณ์นั้นต่อบุคคลอื่นได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ตกอยู่ในสภาวะอารมณ์โกรธ หรือเสียใจ ให้คุณพยายามระงับความโกรธ หรือความเสียใจนั้น รู้จักข่มใจและแสดงออกอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งเจรจาด้วยเหตุและผล จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากนั้นได้
2. เข้าใจความรู้สึกคนอื่น
การรับรู้ถึงอารมณ์ผู้อื่นก็เป็นคุณสมบัติสำคัญในการเป็นผู้มีความฉลาดทางอารมณ์ ให้ประเมินความรู้สึก รับรู้ และความเข้าใจของผู้อื่นต่อการสื่อสารของเราทั้งคำพูด อารมณ์ และพฤติกรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนา และสามารถปรับวิธีการสื่อสารของเราให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยอาจขอให้เพื่อนสนิท หรือผู้ใหญ่ที่สนิทประเมินวิธีการพูด การสื่อสาร รวมทั้งประเมินความรู้สึกที่ได้รับหลังจบการสนทนา พร้อมทั้งขอคำแนะนำ ติชมเพื่อนำไปพัฒนา
3. ฝึกฝนทักษะการฟัง
การฟังผู้พูดอย่างตั้งใจ จับประเด็น น้ำเสียง หรือท่าทางรวมถึงปฏิกิริยาทั้งเชิงบวกและลบถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการแสดงออกซึ่งความเคารพให้เกียรติผู้พูด และเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคล เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็ตาม คุณควรเป็นผู้ฟังที่ดีและพยายามจับใจความถึงประเด็นสำคัญ เพื่อหาข้อตกลงระหว่างกัน
4. ฝึกการสื่อสารที่ชัดเจนและตรงประเด็น
ทักษะการสื่อสารที่ดี ชัดเจนและตรงประเด็นอย่างเหมาะสม เป็นตัวบ่งชี้ความฉลาดทางอารมณ์ ช่วยให้บรรลุเป้าหมายการทำงานร่วมกัน ดังนั้น ลองฝึกการสื่อสารแบบกลุ่ม รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยไม่แบ่งแยกพรรคพวก
5. คิดบวก มองโลกในแง่ดี
ความคิดเชิงบวกเป็นพื้นฐานสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ บางครั้งตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด หากคุณคิดบวกจะช่วยให้หาทางออกให้กับปัญหาได้ และยังช่วยให้บุคคลรอบข้างสามารถสงบสติอารมณ์ได้ นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมการแก้ปัญหาและการทำงานร่วมกันเป็นทีม ในสังคมการทำงาน การแสดงความคิดเห็นเชิงลบอาจเป็นเรื่องปกติ แต่การฝึกการมองโลกในแง่บวก จะช่วยลดความตึงเครียด และช่วยให้พบทางออกของปัญหาได้
6. รับฟังคำติชม ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นผู้อื่น
เปิดใจกว้าง รับฟังคำติชม ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นจากผู้อื่นเพื่อนำมาต่อยอดพัฒนาตนเอง รวมถึงยินดีที่จะปรับปรุงวิธีการสื่อสารกับผู้อื่น แม้ความคิดเห็น หรือวิธีปฏิบัตินั้นอาจทำให้รู้สึกลำบากในการนำมาประยุกต์ใช้ แต่ผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้และเติบโต
บทความแนะนำ
สรุป
ถึงอย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่พนักงานประจำหลายคนตกอยู่ในสภาวะความเครียด ความกดดัน ทั้งในเรื่องงานและเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องทำงานภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด การมีความฉลาดทางอารมณ์ จะช่วยรับมือกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด กดดัน ให้สงบและผ่านพ้นไปด้วยดี ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จด้านการทำงาน ลองฝึกความฉลาดทางอารมณ์ โฟกัสไปที่เป้าหมาย และมุ่งมั่นจนสำเร็จถือเป็นคุณสมบัติเด่นที่พนักงานประจำทุกคนควรมี และยังช่วยส่งเสริมให้ชีวิตการทำงานของคุณราบรื่น ปราศจากปัญหารบกวนได้อย่างแน่นอน
แชร์บทความ




