ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อาชีพ

วิธีรับมือหลังตกงาน ตั้งตัวให้ไว เดินหน้าให้เร็ว

JK
JobKub Editorial Team
17 สิงหาคม 2567
5 นาที|1 เข้าชม
วิธีรับมือหลังตกงาน ตั้งตัวให้ไว เดินหน้าให้เร็ว

วิธีรับมือหลังตกงาน ตั้งตัวให้ไว เดินหน้าให้เร็ว “การตกงาน” เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากเจอ สำหรับมนุษย์เงินเดือน การเตรียมพร้อม สภาพจิตใจและร่างกาย เพื่อรับแรงกระแทกหลังจากตกงานอย่างมีสติเป็นสิ่งที่สำคัญ เราไม่ควรเสียเวลานั่งเศร้า ให้รีบหางานใหม่ ต่อสู้เพื่อทางรอดของตัวเองและครอบครัวในอนาคต

สารบัญ

 

วิธีรับมือหลังตกงาน ตั้งตัวให้ไว เดินหน้าให้เร็ว

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งตกงานอย่างไม่ทันตั้งตัว จนรู้สึกเคว้งคว้าง อาจทำให้ช่วงเวลานั้นไม่รู้ว่าควรตั้งหลักอย่างไรดี ดังนั้น ทางเราจึงมีวิธีรับมือหลังตกงานที่สามารถนำไปปรับใช้ได้มาบอกเล่า ดังต่อไปนี้

1. ตั้งสติ ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์

วิธีรับมือหลังตกงาน ตั้งตัวให้ไว เดินหน้าให้เร็ว

เมื่อตกงานไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ทุกคนจะทำความเข้าใจได้ทันที และไม่ใช่ทุกคนที่จะรับมือกับมันได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ทำงานมานาน หรือเป็นมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ ล้วนต้องปรับตัวจากความเครียดเรื่องรายได้จากการทำงาน สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุดก็คือ การตั้งสติ และพยายามทบทวนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่า คุณต้องทราบสาเหตุของการตกงานบ้างแล้ว ดังนั้น ให้ยอมรับมันให้ได้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และเพิ่มพูนทักษะความสามารถ ซึ่งในระหว่างที่ต้องหางานใหม่ ไม่ควรสร้างภาระหนี้เพิ่ม และเพื่อให้ไม่เครียดจนเกิดไป อาจปรึกษาเพื่อนหรือผู้ที่มีประสบการณ์เพื่อแสวงโอกาสใหม่ อย่าหยุดนิ่งหรือจมไปกับความทุกข์นาน

 

2. มองโลกในแง่บวก

วิธีรับมือหลังตกงาน ตั้งตัวให้ไว เดินหน้าให้เร็ว

ไม่ว่าคุณจะตกงานด้วยสาเหตุใดก็ตาม ให้มองโลกในแง่บวกเข้าไว้ว่า ในระหว่างนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่เราได้พักผ่อน ลองหาโอกาสออกไปใช้ชีวิต หาสิ่งใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง ไม่จมอยู่กับปัญหา ใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัว หรือคนที่รักเพื่อฮีลใจตัวเองให้แข็งแกร่ง สำหรับผู้ที่ลาออกจากงานอย่างกะทันหัน อาจมีความเครียดทวีคูณ จนบางครั้งนำไปสู่การคิดสั้น บางคนที่มีภาวะเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว ต้องไม่อยู่คนเดียว การพูดคุยเพื่อระบายความรู้สึกกับเพื่อนจะช่วยให้ดีขึ้น อีกทั้ง ในช่วงที่ตกงานอย่าทะนงตัว อย่าปฏิเสธงาน ถึงแม้จะได้เงินเดือนไม่เท่าเดิมก็ตาม เพราะสุดท้ายค่าใช้จ่าย คือ สิ่งที่จะต้องผ่านไปแต่ละเดือน

 

3. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

วิธีรับมือหลังตกงาน ตั้งตัวให้ไว เดินหน้าให้เร็ว

เมื่อคุณมีโอกาสได้หยุดงาน ก็เสมือนได้พักร่างกาย ให้ใช้โอกาสนี้หาอะไรทำที่มีประโยชน์ เช่น การออกกำลังกาย เมื่อร่างกายแข็งแรง คุณก็จะพร้อมกลับไปเริ่มต้นใหม่เรื่องงานได้อย่างเต็มที่ เพราะบางคนทำงานหนักมาตลอด ให้เวลาได้อยู่กับตัวเอง จะได้กระปรี้กระเปร่า ไม่นั่งจมอยู่กับปัญหาความวิตกกังวลมากไป ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่าย ช่วงตกงานนี้ต้องระวังอย่าตามใจตัวเองมากเกินไป หรือทางที่ดีหางานเสริมทำตามความถนัดของตัวเอง เช่น ขายของออนไลน์ ทำอาหารหรือขนมขาย หรือสร้างงานฝีมือ เป็นต้น

 

4. ใช้สิทธิประกันสังคมให้เกิดประโยชน์

ใช้สิทธิประกันสังคมให้เกิดประโยชน์

ประกันสังคมที่ต้องจ่ายทุกเดือนมีประโยชน์ต่อมนุษย์เงินเดือนทุกคน ดังนั้น การออกจากงานด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ อย่าลืมเช็กสิทธิ์ที่พึงจะได้ โดยสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ที่เว็บไซต์ของประกันสังคม จะได้ไม่พลาดสิทธิประโยชน์ของตัวเองที่พึ่งจะได้ เช่น เงินชดเฉย เงินว่างงาน เป็นต้น

ลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินชดเชย

สำหรับมนุษย์เงินเดือนซึ่งเป็นผู้ประกันตนให้ไปขึ้นทะเบียนกรณีว่างงาน และรายงานตัวเพื่อรับผลประโยชน์ ในปัจจุบันมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ทำผ่านระบบออนไลน์ได้เลย หลักเกณฑ์ที่จะมีสิทธิ คือ เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน (ถูกเลิกจ้างหรือลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา) โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย

ถูกเลิกจ้าง “ค่าชดเชย” สิทธิที่ลูกจ้างต้องได้

เงินที่นายจ้างต้องชดเชย แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ และตามกฎหมายลูกจ้างต้องได้รับเงินชดเชย ดังนี้

กรณีถูกเลิกจ้าง : ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ดังนี้

  • ลูกจ้างทำงานมาแล้ว 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่เกิน 6 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน
  • ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน

กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา

  • ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 3,000 บาท

 

5. พัฒนาความรู้ ความสามารถของตัวเอง

พัฒนาความรู้ ความสามารถของตัวเอง

คุณจะเป็นคนเก่ง หรือไม่เก่ง ในการทำงานหรือแม้แต่การใช้ชีวิตจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มสกิล หรือทักษะของตัวเองอยู่เสมอ อาจลองหาคอร์ด อบรมเพิ่มทักษะให้มากขึ้น ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เรียนรู้การใช้สื่อออนไลน์ทำเงิน ทำอาหาร การลงทุนด้านการเงิน เป็นต้น พร้อมทั้งพัฒนาในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้และมีความจำเป็นต้องนำไปใช้กับงานในอนาคต เพื่อเพิ่มโอกาสหางานให้มากยิ่งขึ้น

 

6. ไม่หยุดนิ่งนาน เดินต่อให้เร็วที่สุด

ไม่หยุดนิ่งนาน เดินต่อให้เร็วที่สุด

ถึงแม้คุณจะเสียใจกับการถูกเลิกจ้าง อาจจะใช้เวลาว่างพักใจตัวเองสักพัก แต่อย่าพักนาน ให้พยายามหางานใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะการว่างงานนาน อาจทำให้ HR บริษัทใหม่สงสัยได้ว่า ในระหว่างที่คุณไม่ได้ทำงานเป็นเพราะอะไร และอาจทำให้คุณรู้สึกอึกอัดใจที่จะตอบได้ แต่ในกรณีที่คุณพยายามหางานทำแล้วแต่ไม่ได้สักที ให้ช่วงที่ว่างงานให้รับงานฟรีแลนซ์ หรือสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้แก่ตัวเองเพิ่ม เพื่อไม่ให้เรซูเม่ถูกเว้นว่างนาน

 

บทความแนะนำ

 

สรุป

ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะต้องเจอเหตุการณ์สะเทือนใจแค่ไหน ทุกคนย่อมมีทางออก เพียงแค่ต้องตั้งสติ รับมือกับเหตุการณ์นั้นให้ทัน และเดินหน้าให้ไว อย่าจมอยู่กับความทุกข์นาน ส่วนมนุษย์เงินเดือนคนใดที่ต้องการหางานใหม่ JOBKUB แพลตฟอร์มหางาน พร้อมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ สามารถเข้ามาฝากประวัติเรซูเม่ เพื่อเปิดโอกาสการหางานให้ง่ายยิ่งขึ้น และค้นหางานจากเว็บไซต์ของเราได้ มีอัปเดตงานใหม่ทุกวัน ช่วยเพิ่มโอกาสการหางานที่สะดวกและรวดเร็ว

JOBKUB

แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...