อยากเปลี่ยนสายงาน แต่ไม่มีประสบการณ์ควรทำอย่างไร?

อยากเปลี่ยนสายงาน แต่ไม่มีประสบการณ์ควรทำอย่างไร? เมื่อคุณทำงานมาสักระยะแล้วรู้สึกว่า สายงานที่ทำไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง อยากเปลี่ยนสายงานใหม่ แต่ไม่มีประสบการณ์มากพอ เนื่องจากงานใหม่ที่สนใจต้องใช้ทักษะหลายแขนง จึงทำให้คิดหนักและมีความกังวลอย่างมาก แต่ทั้งนี้ ทางเราจะมาแนะนำสำหรับคนอยากเปลี่ยนงานใหม่ แต่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถทำได้ เพียงแค่มีความพร้อมทั้งกายและใจ
สารบัญ
-
ทำความเข้าใจตัวเอง
-
ศึกษาสายงานใหม่ให้ละเอียด
-
วิเคราะห์ช่องว่างทักษะ
-
เรียนรู้เพิ่มเติมแบบมีเป้าหมาย
-
สร้างผลงาน (Portfolio) แทนประสบการณ์
-
ปรับเรซูเม่และโปรไฟล์ให้ตรงกับสายงานใหม่
-
ต้องไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่
-
ใช้จุดแข็งจากสายงานเก่ามาต่อยอด
-
สร้างเครือข่าย
-
เตรียมใจและตั้งความคาดหวังให้เหมาะสม
-
สรุป
ทำความเข้าใจตัวเอง
การเปลี่ยนสายงานแบบสิ้นเชิง โดยไร้ประสบการณ์จำเป็นต้องคิดให้ถี่ถ้วน เข้าใจเหตุผลของตัวเองว่า ทำไมถึงอยากเปลี่ยนสายงาน หากสามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างชัดเจน คุณจะตั้งเป้าหมายและหาวิธีไปถึงจุดนั้นได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างเช่น:
✨ งานปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ตอบโจทย์เรื่องอะไร? เช่น รายได้ ความสุข สภาพแวดล้อม หรือสังคม
✨ ทำไมสนใจสายงานใหม่? เช่น เป็นงานที่ชอบ ทำให้รู้สึกท้าทาย หรือมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้พิจารณาตัวเองว่า มีทักษะด้านใดที่สามารถต่อยอดไปสายงานใหม่ได้บ้าง อาจจะเขียนวิเคราะห์ตัวเอง 1-2 หน้า แล้วลองอ่านทบทวน เพื่อให้เห็นภาพรวมของความคิดและความรู้สึกได้ชัดเจน
ศึกษาสายงานใหม่ให้ละเอียด
สิ่งที่ควรศึกษาก่อนเปลี่ยนสายงาน คุณต้องศึกษาลักษณะงานที่ต้องทำในแต่ละวัน ทักษะที่จำเป็น เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้บ่อย โอกาสเติบโตในอาชีพ รายได้เฉลี่ยในแต่ละระดับ สภาพแวดล้อมของคนในสายงานนั้น เพื่อพิจารณาความต้องการของตัวเองอีกที
วิธีหาข้อมูล:
✨ อ่านบทความ รีวิวสายงาน
✨ ดูคลิป YouTube เกี่ยวกับสายอาชีพนั้น ๆ
✨ พูดคุยกับคนในวงการ (Networking)
✨ เข้าไปในกลุ่ม Facebook หรือ LinkedIn ที่เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์ช่องว่างทักษะ
เมื่อรู้แล้วว่าสายงานใหม่ต้องการทักษะอะไร ให้คุณเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่เพื่อดูว่า ขาดตรงไหนบ้าง และต้องพัฒนาอะไรเพิ่มเติม พร้อมทั้งประเมินทักษะที่สายงานใหม่ต้องมี ทั้ง Hard Skills และ Soft Skills จะได้ทราบทักษะแต่ละระดับ รวมถึงความสามารถที่ควรพัฒนาให้ดีขึ้น นำไปสู่การวางแผนเรียนรู้ต่อไป
เรียนรู้เพิ่มเติมแบบมีเป้าหมาย
การเพิ่มทักษะใหม่ไม่จำเป็นต้องเรียนในสถานบันการศึกษาเสมอไป เพราะมีคอร์สออนไลน์มากมายที่ราคาไม่แพงหรือเรียนฟรี และให้ความรู้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็น YouTube Google Facebook Tiktok ซึ่งแอปพลิเคชันเหล่านี้ต่างแฝงความรู้และความบันเทิงมากมาย เพียงแค่คุณต้องใช้ให้เกิดประโยชน์เท่านั้น
สร้างผลงาน (Portfolio) แทนประสบการณ์
ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์ในสายงานใหม่ คุณต้องมีผลงานเพื่อใช้แสดงความสามารถแทน ด้วยการสร้าง Portfolio โดยไม่มีงานจริง เช่น ทำโปรเจกต์ส่วนตัว ออกแบบเว็บไซต์ วิเคราะห์ข้อมูล เข้าร่วม Hackathon หรือโปรเจกต์อาสาสมัคร เป็นต้น
ที่สำคัญ สามารถรับงานฟรีแลนซ์เล็ก ๆ เพื่อเก็บประสบการณ์ และเขียนบล็อกหรือทำวิดีโอแชร์ความรู้ที่เรียนมาก็ได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีประสบการณ์และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง Portfolio ไม่จำเป็นต้องเยอะ แต่ควรเน้นคุณภาพ และอธิบายกระบวนการคิดของคุณให้ชัดเจนดีที่สุด
ปรับเรซูเม่และโปรไฟล์ให้ตรงกับสายงานใหม่
อย่าใช้เรซูเม่แบบเดิมที่เน้นประสบการณ์ในสายเก่า แต่ให้ออกแบบเรซูเม่ใหม่ โดยเน้นจุดแข็งที่เกี่ยวข้องกับสายใหม่แทน พร้อมทั้งเน้นไปที่ทักษะใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เพื่อแสดงให้ทาง HR เห็นว่า คุณมีประสบการณ์และความสามารถสำหรับการทำงานในตำแหน่งงานนั้นจริง ๆ
ต้องไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่
หากคุณไม่มีประสบการณ์ หลายบริษัทมักให้โอกาสเข้ามาทำงานเพื่อประเมินทักษะและความสามารถคุณ อาจจะเริ่มด้วยตำแหน่งเล็ก ๆ เงินเดือนไม่สูง เมื่อใดที่ความสามารถเข้าตา และถูกใจในกระบวนการทำงาน ก็มีโอกาสผ่านโปร หรือปรับเงินเดือนให้สูงขึ้นได้
ใช้จุดแข็งจากสายงานเก่ามาต่อยอด
ถึงแม้จะไม่มีประสบการณ์ตรงในสายงานใหม่ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีประสบการณ์เลย คุณอาจมีทักษะที่ถ่ายทอดได้จากงานเดิม ตัวอย่างเช่น “คุณเคยทำงานขายมาก่อน” อาจถ่ายทอดทักษะการสื่อสารไปสู่สาย Digital Marketing ได้ หรือ “เป็นอาจารย์/ครู” อาจมีทักษะการวางแผนและการจัดการเวลา สามารถนำไปต่อยอดจัดการงานใหม่ ๆ ได้เป็นต้น
เพราะฉะนั้น เวลาสัมภาษณ์งานให้เน้นว่า มีทักษะจากงานเก่า ช่วยให้คุณปรับตัวและสร้างผลงานในสายใหม่ได้อย่างไร พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน
สร้างเครือข่าย
โลกของการเปลี่ยนสายงาน “คนรู้จัก” สำคัญมาก เพราะพวกเขาสามารถแนะนำงาน ช่วยตรวจเรซูเม่ หรือแม้แต่ดึงคุณเข้าทีมได้ หากคุณไม่มีคนรู้จัก สามารถเริ่มต้นด้วยการเข้าร่วมสัมมนา งานอีเวนต์ หรืองาน Meetup ในสายงานใหม่ การได้ทักทาย พูดคุยกับผู้คนใหม่ จะช่วยให้คุณได้เปิดโลกกว้าง และมีคำแนะนำดี ๆ อีกมากมาย ตลอดจนเข้าร่วมคอมมูนิตี้ใน Discord, Slack หรือกลุ่ม Facebook ก็ได้
เตรียมใจและตั้งความคาดหวังให้เหมาะสม
การเปลี่ยนสายงานใหม่เป็นเรื่องยากกว่าย้ายงานในสายเดิม บางครั้งต้องใช้เวลาเป็นเดือน หรือหลายปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของสายงานและเวลาในการพัฒนา ดังนั้น สิ่งที่ต้องยอมรับคือ คุณอาจต้องเริ่มใหม่ในระดับเริ่มต้น รายได้อาจลดลงช่วงแรก ความมั่นใจอาจไม่เต็มร้อยเมื่อต้องทำงานจริง จึงจำเป็นต้องเตรียมใจให้พร้อมในการต่อสู่กับการทำงาน และพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้มากกว่าเดิม
บทความแนะนำ
สรุป
สำหรับใครที่คิดเปลี่ยนสายงานใหม่ ที่ต่างจากสายงานเดิมก็อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะทุกอย่างสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ด้วยตัวคุณเอง สิ่งที่ต้องมี 3 อย่างแรกก็คือ การขยันเรียนรู้, การปรับตัว และเป้าหมายที่ชัดเจน เมื่อใดที่คุณรู้ทิศทางของตัวเองแล้ว ก็ไม่มีสิ่งที่ใดที่ยากเกินความสามารถแน่นอน
แชร์บทความ










