พนักงานประจำก็มีเงินล้านได้ แค่เปลี่ยน 6 นิสัยนี้

พนักงานประจำก็มีเงินล้านได้ แค่เปลี่ยน 6 นิสัยนี้ หลายคนอาจเคยเห็นคลิปวิดีโอการเก็บเงินจากการทำงานประจำจนมีเงินเก็บจำนวนมากภายใน 1 ปี ผ่านช่องทาง Tiktok, Reels หรือ YouTube มาบ้าง ซึ่งบางคนมีเงินเก็บถึงหลักล้านบาท ด้วยการสร้างนิสัยทางการเงินที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องง่ายสำหรับบางคน แต่ก็อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนเช่นเดียวกัน

ฉะนั้น พนักงานประจำที่อยากมีเงินเก็บไว้สร้างอนาคตให้แก่ตัวเอง เพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง โดยที่ไม่ต้องกู้ธนาคารให้เสียดอกเบี้ยมหาศาล JOBKUB มีวิธีเก็บเงินล้านมาแนะนำ โดยเบื้องต้นต้องเปลี่ยน 6 นิสัยนี้ให้ได้เสียก่อน

สารบัญ

 

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแย่ ๆ ในการใช้เงินจากความเคยชินเป็นเรื่องที่ยาก เช่น ชอบซื้อของกินแบบเหลือทิ้ง ชอบสั่งสินค้าออนไลน์ ทาสการตลาดเห็นสินค้าราคาถูกไม่ได้ ตลอดจนใช้เงินฟุ่มเฟือยในเรื่องต่าง ๆ จนติดเป็นนิสัย เรียกได้ว่าใช้เงินซื้อความสุขแบบสิ้นเปลืองนั่งเอง หากคุณเป็นพนักงานประจำที่อยากเก็บเงิน มาลองดัดนิสัยตัวเองโดยตั้งเป้าหมายระยะสั้น 30 วัน จะได้ช่วยลบความเคยชินเหล่านี้ออกไป

 

1.ออมเงินก่อน แล้วค่อยใช้เงินทีหลัง

พนักงานประจำก็มีเงินล้านได้ แค่เปลี่ยน 6 นิสัยนี้

สิ่งสำคัญของการสร้างวินัยทางการเงิน คือการเริ่มแบ่งส่วนสำหรับเก็บออมก่อน ค่อยนำส่วนที่เหลือมาใช้จ่ายทีหลัง โดยพนักงานประจำที่ได้เป็นเงินก้อนทุกสิ้นเดือน ขอแนะนำให้แบ่งตามทริก 20 / 30 / 50 คือการแบ่งสัดส่วนเงินออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรก 20% ให้นำไปสมทบในบัญชีการออมเพื่ออนาคตก่อน จากนั้นส่วนที่เป็น 50% ให้แบ่งเป็นค่าใช้จ่าย

กรณีที่ค่าใช้จ่ายเยอะ เช่น ค่าบัตรเครดิต ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ซื้อเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น แล้วไม่สามารถหักเงิน 20%สำหรับเก็บออมได้ ให้แบ่งจ่ายหนี้ที่จำเป็นก่อน แล้วหักเก็บ 20% จากเงินที่เหลือ โดยห้ามนำออกมาใช้เด็ดขาด พยายามปิดหนี้ที่ไม่จำเป็นให้หมด เพื่อให้สามารถเก็บเงินได้มากขึ้น

 

2.เลิกตามกระแส บางอย่างไม่ต้องมีก็ได้

พนักงานประจำก็มีเงินล้านได้ แค่เปลี่ยน 6 นิสัยนี้

สื่อโซเชียลมีเดียเรียกได้ว่า มีผลต่อนิสัยของมนุษย์เป็นอย่างมาก บางทีเห็นสินค้าสวยโดนใจ หรือเพื่อนในโลกออนไลน์ซื้อของสวยงามถ่ายรูปโชว์ จากที่เราไม่เคยอยากได้ อาจเกิดกิเลสขึ้นมาจนหมดเงินไปกับการตามกระแส ดังนั้น ก่อนใช้จ่าย เราควรคำนึงถึงความจำเป็นก่อนเสมอ เพราะของนอกกายบางอย่างไม่ได้มีประโยชน์ ยิ่งเป็นของที่ราคาสูง ให้ชั่งใจอย่างน้อย 3 วัน เพื่อใช้เวลาทบทวนถึงความจำเป็น

 

3.เลิกก่อหนี้ ปิดหนี้ให้หมด

เลิกก่อหนี้ ปิดหนี้ให้หมด

พนักงานประจำมีเงินเดือนเป็นรายได้หลัก และคุณรู้ดีว่าเงินเดือนก้อนนี้ควรใช้จ่ายสิ่งจำเป็นอะไรบ้าง หากคุณไม่สามารถทำตามข้อที่ 1 ได้ ไม่ควรนำเงินในอนาคตมาสร้างหนี้เพิ่มขึ้น ด้วยการใช้บัตรเครดิตแบบฟุ่มเฟือย รูดไปก่อน ค่อยจ่ายทีหลัง พอเอาเข้าจริงสิ้นเดือนไม่มีเงินจ่าย หรือใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน จนไม่เหลือเงินเก็บ ดังนั้น บัตรเครดิตเป็นดาบสองคม มักมีประโยชน์ต่อผู้ที่ใช้เป็น และเป็นอันตรายต่อผู้ที่ใช้ไม่เห็น ซึ่งไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นต่อชีวิต

 

4.เลิกใช้เงินแบบไม่วางแผนอนาคต

เลิกใช้เงินแบบไม่วางแผนอนาคต

พนักงานประจำมักประสบปัญหาเงินเหลือไม่พอใช้ถึงสิ้นเดือน อาจเป็นเพราะคุณไม่ได้วางแผนการเงิน หรือวางแผนไม่ดีพอ จึงทำให้เหลือเงินไม่พอต่อการใช้จ่าย เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพียงเริ่มทำรายการสรุปค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน จดบันทึกค่าใช้จ่ายรายวัน-รายสัปดาห์ รวมถึงการทำงบการเงินล่วงหน้าเพื่อประเมินรายรับ-รายจ่ายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้บริหารเงินได้ดียิ่งขึ้น

 

5.เปลี่ยนนิสัยการลงทุนโดยไม่ศึกษาให้รอบคอบ

เปลี่ยนนิสัยการลงทุนโดยไม่ศึกษาให้รอบคอบ

การลงทุนเพื่อสร้างรายได้เสริมเป็นสิ่งที่ดี แต่ก่อนลงทุนทุกครั้งควรศึกษาให้รอบคอบ เพื่อให้ได้ทุนคืนและกำไรกลับมา ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนค้าขายผ่านออนไลน์ ต้องดูว่า ตลาดในช่วงนี้เป็นอย่างไร ถึงแม้จะขายสินค้าตามกระแส สักวันกระแสนั้นต้องดับแน่นอน หรือเลือกลงทุนกองทุนต่าง ๆ โดยศึกษาให้ละเอียดด้วยตัวเอง ทำความเข้าใจ พร้อมทั้งดูรายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ พร้อมวางแผนการลงทุนให้รอบด้าน ทางที่ดีควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

 

6.เปลี่ยนนิสัยการเก็บเงินบัญชีเดียว

เปลี่ยนนิสัยการเก็บเงินบัญชีเดียว

พนักงานประจำที่มีบัญชีเดียวใช้ทั้งออมเงินและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาจทำให้คุณเผลอใช้เงินเก็บโดยไม่รู้ตัวได้ เพราะฉะนั้นควรแยกบัญชีเงินออม และเงินสำหรับใช้จ่ายออกจากกัน รวมถึงควรแยกบัญชีตามจุดประสงค์ในการออมเงิน เช่น แบ่งบัญชีสำหรับใช้จ่าย, บัญชีสำหรับออมเพื่อลงทุน และบัญชีสำหรับออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เป็นต้น

 

เคล็ดลับเก็บเงินล้าน สำหรับพนักงานประจำ

เคล็ดลับเก็บเงินล้าน สำหรับพนักงานประจำ

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า ถึงแม้จะเลิก 6 นิสัยแย่ ๆ ทั้งหมดนี้ได้แล้ว แต่ด้วยเงินเดือนที่มีจำกัด จะสามารถเก็บเงินได้อย่างไร JOBKUB จึงมีเคล็ดลับเก็บเงินล้าน สำหรับพนักงานประจำมาแนะนำเพิ่มเติมดังนี้

1.เซฟตัวเองและป้องกันความเสี่ยง

การมีเงินทุนสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงด้านการเงิน เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน การมีเงินสำรองไว้สักก้อนจึงอุ่นใจกว่า โดยควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน สำหรับใช้อย่างน้อย 6-12 เดือน เผื่อไว้ในกรณีขาดรายได้ หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น หากคุณมีรายรับ 20,000 บาทต่อเดือน และรายจ่ายรวมต่อเดือน 12,000 บาท (รวมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว) จะคงเหลือ 8,000 บาท ให้คุณสำรองเงินฉุกเฉิน 3,000 บาท/เดือน เก็บ 5,000 บาท ภายใน 6 เดือนคุณจะมีเงินสำรอง 18,000 บาท เงินเก็บ 30,000 บาท โดยไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยใด ๆ

และภายใน 1 ปี คุณจะมีเงินสำรองฉุกเฉิน 36,000 บาท มีเงินเก็บ 60,000 บาท โดยภายในระยะเวลาที่เก็บออมเงิน ควรหาที่ฝากเงินประจำที่ได้ดอกเบี้ยสูง หรือเลือกลงทุนกับกองทุกที่ให้ผลกำไรระยะยาว จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บมากขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ ในยุคที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ควรรับเงินช่องทางเดียว นอกจากทำงานประจำแล้ว ควรหาอาชีพเสริมที่ไม่ต้องลงทุนจำนวนมาก เช่น ใช้ความรู้ตัวเองให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเปิดคอร์สสอนออนไลน์ หรือรับติวนอกสถานที่ 2-3 ชั่วโมง/วัน หรือขายอาหารส่งตามสถานที่ทำงาน หรือขายยามเช้าก่อนไปทำงาน เป็นต้น ถึงแม้จะเหนื่อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาย่อมคุ้มค่ากับความเหนื่อยแน่นอน

2.ชำระหนี้ฟุ่มเฟือยให้หมด

พนักงานประจำที่เป็นหนี้บัตรเครดิต ให้ปิดหนี้โดยเร็ว คุณลองคิดดูว่า ในแต่ละเดือนที่ต้องจ่ายค่าบัตรเครดิต 1,000-3,000 บาท/เดือน หากนำเงินส่วนนี้มาเก็บออมได้ ใน 6 เดือน หรือ 1 ปี จะมีเงินเก็บมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น โดยปกติออมเงิน 5,000 บาท หลังจากปิดหนี้หมดแล้วจะมีเงินเก็บเพิ่ม 3,000 บาท

5,000+3,000 = 8,000 บาท/เดือน

ภายใน 1 มีเงินเก็บ 96,000 บาท

จะเห็นได้ว่า เงินออมนั้นมากขึ้นหลังจากปิดหนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

3.ใช้จ่ายค่าคิดเท่าที่จำเป็น

ใน 1 วันจำเป็นต้องทานอาหารอย่างน้อย 3 มื้อ หากคุณต้องการประหยัดค่าอาหารจริง ๆ ให้ซื้อของสดทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ที่จำเป็นแช่ไว้ภายในตู้เย็น จ่ายตลาดสด 1 ครั้งเพื่อกักตุนอาหารไว้ทานหลาย ๆ มื้อ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น วางแผนใช้จ่ายวันละ 100 บาท หากคุณจ่ายตลาด 300 บาท (ได้เนื้อหมู 1 กก., ไก่ 1 กก., ผัก 4-5 ชนิด, ผลไม้ 2-3 ชนิด) จะทำให้คุณมีอาหารไว้ทานระยะยาวมากกว่า 3 วันแน่นอน โดยทานในปริมาณที่พอเหมาะ ยิ่งค่าครองชีพสูง การซื้ออาหารจานเดียว 40-50 บาท ใน 1 วันอาจมากกว่า 100 บาทก็ได้ ดังนั้น การซื้อของสดเพื่อตุนทำอาหารจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

บทความแนะนำ

สรุป

ถ้าหากพนักงานประจำสามารถทำตามคำแนะนำทั้งหมดได้ เชื่อว่าต้องออมเงินได้มากเลยล่ะ อีกทั้งต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายร่วมด้วย เพื่อไม่ให้ใช้เงินเกินตัวตามแพลนที่ตั้งไว้ พยายามคำนวณเพื่อลดค่าใช้จ่าย แทนการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้วย อีกทั้ง การสร้างอาชีพเสริมก็เป็นอีกทางเลือกในการช่วยเพิ่มเงินออมในแต่ละเดือน นับว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แบบสูงสุด

JOBKUB

ฝากความคิดเห็น