ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ไลฟ์สไตล์

คุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีเป็นอย่างไร?

JK
JobKub Editorial Team
5 ตุลาคม 2567
5 นาที|2 เข้าชม
คุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีเป็นอย่างไร?

คุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีเป็นอย่างไร? คุณภาพชีวิตในการทำงาน (Quality of Working Life) เป็นสิ่งสำคัญในยุคนี้มาก เพราะคนทำงานคือหนึ่งในทรัพยากรที่มีค่าต่อองค์กร การสร้างคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีสิ่งแรกสภาพแวดล้อมและบรรยากาศต้องมีความเหมาะสมและเอื้อต่อการทำงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกดีต่องาน มีความมั่งคง จนเกิดความสุข และส่งผลดีทั้งตัวพนักงานและองค์กรในอนาคต

สารบัญ

 

องค์ประกอบสำคัญเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต

 

เมื่อใดที่ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกดีต่องาน มีความมั่งคง ย่อมส่งผลดีต่อตัวพนักงานและองค์กร ทั้งในเรื่องของการจัดการคุณภาพชีวิตภายในองค์กร การวางแผนด้านคุณภาพชีวิต มีการจัดกลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานด้านต่าง ๆ ทั้งในด้านลักษณะงาน บุคลากร และสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อการดำเนินงาน ทำให้ผลิตงานที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีสามารถแบ่งได้เปน 8 ข้อดังต่อไปนี้

 

1. เงินเดือน / ค่าตอบแทนที่เหมาะสม

คุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีเป็นอย่างไร?

การปฏิบัติงานที่ได้รับค่าจ้าง เงินเดือน ค่าตอบแทน และผลประโยชน์อื่น ๆ อย่างเหมาะสม และเพียงพอกับการมีชีวิตอยู่ได้ตามมาตรฐานที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ส่งผลให้คุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงานมีความสุข และพร้อมทำงานในทุกบริบทตามความขอบเขตที่เหมาะสม

 

2. สิ่งแวดล้อมถูกลักษณะและปลอดภัย

คุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีเป็นอย่างไร?

พนักงานไม่ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมของการทำงานที่ไม่เหมาสะม ซึ่งจะก่อให้เกิดสุขภาพไม่ดี นั่นคือ สภาพการทำงานต้องไม่เสี่ยงภัยจนเกินไป และผู้ทำงานต้องรู้สึกสะดวก และสามารถทำงานได้อย่างสบายใจตลอดวัน

 

3. มีโอกาสได้พัฒนาความรู้

มีโอกาสได้พัฒนาความรู้

การมีโอกาสได้ทำงานที่มีความสำคัญและมีความหมาย พร้อมทั้งได้พัฒนาขีดความสามารถของบุคคลในการทำงานนี้ เป็นการให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษา อบรม การพัฒนาการทำงานและอาชีพของบุคคล ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงคุณภาพชีวิต ทำให้พนักงานสามารถทำหน้าที่ได้โดยใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่

 

4. ลักษณะงานที่ส่งเสริมความมั่นคง

ลักษณะงานที่ส่งเสริมความมั่นคง

นอกจากใช้ทักษะหรือความสามารถที่มีเพื่อทำงานอย่างเต็มที่แล้ว การได้รับความรู้และทักษะใหม่ ๆ ช่วยให้พนักงานมีโอกาสก้าวหน้า และมีความมั่นคงในอาชีพ พร้อมทั้งมีแนวทางหรือโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ที่สูงขึ้น ตลอดจนเป็นที่ยอมรับทั้งของเพื่อนร่วมงานและสมาชิกในครอบครัว

 

5. สร้างความสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น

สร้างความสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น

ทุกรูปแบบการทำงานไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตาม ถึงแม้จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง แต่การอยู่ร่วมกันในสังคมองค์กร ต้องมีส่วนร่วมระหว่างกัน เพื่อความสำเร็จในการทำงาน มีการยอมรับและร่วมมือทำงานด้วยดี รวมถึงโอกาสที่เท่าเทียมกันในความก้าวหน้าที่ตั้งอยู่บนฐานของระบบคุณธรรม

 

6. เคารพสิทธิส่วนบุคคล

เคารพสิทธิส่วนบุคคล

การบริหารจัดการที่พนักงานควรได้รับสิทธิในการปฏิบัติตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายและแสดงออกในสิทธิซึ่งกันและกัน หรือเป็นการกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกัน โดยวัฒนธรรมในองค์การหรือหน่วยงานจะส่งเสริมให้เกิดการเคารพสิทธิส่วนบุคคลมีความเป็นธรรมในการพิจารณาให้ผลตอบแทนและรางวัล รวมทั้งโอกาสที่แต่ละคนจะได้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย มีเสรีภาพในการพูด และความเสมอภาค

 

7. ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานโดยส่วนรวม

ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานโดยส่วนรวม

การเปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้ชีวิตในการทำงานและชีวิตส่วนตัวนอกองค์กรอย่างสมดุล นั่นคือต้องไม่ปล่อยให้พนักงานได้รับความกดดันจากการปฏิบัติงานมากเกินไป สามารถทำได้ด้วยการกำหนดชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ต้องคร่ำเคร่งอยู่กับงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือได้ใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างเพียงพอ

 

8. เป็นที่ยอมรับของสังคม

เป็นที่ยอมรับของสังคม

การทำงานทุกรูปแบบที่ได้รับผิดชอบนั้น นับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรได้รับการยอมรับต่อองค์กร ทั้งในด้านผลผลิต การรักษาสภาพแวดล้อม เพื่อให้เกิดคุณค่าต่อการทำงาน เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

เพราะฉะนั้นแล้ว การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในสถานที่ทำงานนั้น ควรได้รับความร่วมมือทั้งสองฝ่าย คือ ในส่วนของนายจ้างหรือฝ่ายองค์กร และฝ่ายลูกจ้างหรือพนักงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องมีแนวทางในการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของการมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีร่วมกัน และเกิดความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ ปัจจัยจูงใจ ก็เป็นองค์ประกอบหรือสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานโดยตรง โดยสร้างคำชื่นชม ยินดีในผลงานและความสามารถของตนเอง เพื่อให้พนักงานเกิดแรงจูงใจตั้งใจทำงานจนสุดความสามารถ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานได้ดียิ่งขึ้น และปัจจัยเหล่านี้ได้แก่

  • การได้รับการยอมรับ นับถือ จากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน กลุ่มเพื่อน และบุคคลอื่นทั่วไป ซึ่งการยอมรับนี้บางครั้งอาจแสดงออกในรูปของการยกย่องชมเชย
  • ลักษณะงานที่มอบหมายตรงตามทักษะ และขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ 
  • สร้างความพึงพอใจจากการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบงานใหม่ ๆ โดยงานนั้นต้องถูกการยินยอมพร้อมใจรับผิดชอบด้วย 
  • ความก้าวหน้าในตำแหน่งการงาน คือ การเปลี่ยนแปลงในสถานะหรือตำแหน่งของบุคคลในองค์กร แต่ในกรณีที่พนักงานย้ายตำแหน่งจากแผนกหนึ่งไปยังอีกแผนกหนึ่งขององค์กร โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ถือเป็นเพียงการเพิ่มโอกาสให้ความรับผิดชอบมากขึ้น เรียกได้ว่า เป็นการเพิ่มความรับผิดชอบ แต่ไม่ใช่ความก้าวหน้าในตำแหน่งการงานอย่างแท้จริง
  • มอบผลตอนแทนที่พึงพอใจระหว่างกันทั้งสองฝ่าย ตามความสามารถในการทำงาน และผลงานอย่างเหมาะสม

 

บทความแนะนำ

 

สรุป

การสร้างคุณภาพชีวิตการทำงาน เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่ง คุณภาพชีวิตในการทำงานที่เกิดจากลักษณะของความพึงพอใจในการทำงานนั้น ส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติงาน และยังเป็นสิ่งจูงใจให้เกิดความต้องการทำงาน ซึ่งนำไปสู่ประสิทธิภาพและเกิดการเพิ่มผลผลิตขององค์การ หรือที่เรียกว่า บรรลุเป้าหมายของทั้งตัวพนักงานและองค์กร และสำหรับพนักงานคนใดที่พอใจกับการทำงานในปัจจุบันแล้ว ให้ตั้งใจพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ ส่วนใครที่ต้องการหางานใหม่ สามารถเข้ามาหางาน สมัครงานผ่านเว็บไซต์ของเราได้ พร้อมซัพพอร์ตให้ทุกคนหางานที่ใช่ ได้งานที่ชอบตามที่คาดหวังไว้

JOBKUB

แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...