ข้ามไปยังเนื้อหาหลักข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อาชีพ

ทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่า!?

JK
JobKub Editorial Team
2 มีนาคม 2567
5 นาที|1 เข้าชม
ทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่า!?

ทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่า!? หลังจากเรียนจบ สิ่งที่หลายคนมุ่งหวังก็คือ การทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ ซึ่งรูปแบบการทำงานที่ได้รับความนิยมในสมัยนี้คงหนีไม่พ้นการทำงานประจำ และการทำงานฟรีแลนซ์ ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกทำงานรูปแบบใด ย่อมไม่มีผิดและไม่มีถูก ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

 

สารบัญ

 

ทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ ล้วนต้องอาศัยความพยายาม ความตั้งใจ และความขยันหมั่นเพียรด้วยกันทั้ง 2 ประเภท แต่งานทั้ง 2 ประเภทนี้ต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียไม่เหมือนกัน ทางเราจึงมาเจาะลึกเรื่องราวการทำงานประจำ และงานฟรีแลนซ์ เพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจเลือกทางเดินได้ด้วยตัวเอง

 

การทำงานประจำ

ทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่า!?

ลักษณะงานจะมีเวลาการทำงานที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น ทำงานวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 09.00-18.00 น. หากต้องทำงานหลังจากเวลาที่ระบุไว้ จะมีค่าล่วงเวลา (OT) ให้เพิ่มเป็นกรณีพิเศษ โดยคุณจะถือเป็นพนักงานประจำของบริษัทนั้น ๆ มีการทำสัญญาอย่างชัดเจน ด้านรายได้นั้นจะมาได้รูปแบบของเงินเดือน ที่มีการตกลงกันตั้งแต่ในขั้นตอนของการสัมภาษณ์ก่อนเริ่มงาน ซึ่งจะมีรายได้ที่เท่ากันในทุกเดือน ส่วนรายได้พิเศษอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสวัสดิการของบริษัทนั้น ทำงานประจำมีวันหยุดชัดเจน เช่น วันเสาร์-อาทิตย์ รวมไปถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ประจำปี นอกจากนี้ยังมีวันหยุดให้พนักงานตามกฎหมายด้วย เช่น วันลาพักร้อน, ลากิจ, ลาป่วย และอื่น ๆ ที่ถือเป็นสิทธิที่เป็นพนักงานประจำพึงได้รับ

ถ้ารูปแบบการทำงานโดยรวมของพนักงานประจำ แต่ละตำแหน่งจะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบงานตามที่ได้รับมอบหมายให้แล้วเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด หากทำงานไม่ทันต้องอยู่เลยเวลา บางครั้งก็อาจจะไม่ได้รับ OT เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของพนักงานเอง นอกจากนี้พนักงานประจำยังมีโอกาสได้รับเงินเดือนขึ้นทุกปี ตามโครงสร้างของแต่ละบริษัท ซึ่งหัวหน้าจะเป็นผู้ประเมินผลงานของแต่ละคนตามความสามารถ รวมไปถึงโบนัสเพิ่มเติมอีกด้วย

 

ข้อดีของงานประจำ ข้อเสียของงานประจำ
มีความมั่นคงและปลอดภัย ต้องทำงานตามเวลาที่กำหนดเวลา ขาดอิสระ
มีรายได้แน่นอนทุกเดือน ทำงานตาม Routine และต้องทำตามคำสั่ง
มีสวัสดิการและโบนัสรองรับ เงินเดือนมีเรตตายตัว และต้องรอปรับขึ้นเป็นรายปี
มีสังคมในการทำงาน พบปะเพื่อนใหม่ มีวันหยุดที่แน่นอนก็จริง แต่ก็มีจำนวนจำกัด
มีโอกาสเรียนรู้งานจากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน ต้องทำงานตามเวลาที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด
มีวันหยุดที่ชัดเจน มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพราะต้องออกทำงานทุกวัน
ทำธุรกรรมทางการเงินง่าย เช่น ขอสินเชื่อ กู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ อาจได้ปรับตำแหน่งช้า หรือเงินเดือนขึ้นช้า
มีคนจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ เช่น ภาษี ประกันสังคม อาจเจอปัญหาในที่ทำงาน วุ่นวายใจ
มีโอกาสสร้างคอนเนคชันใหม่ ๆ

 

การทำงานประจำ เหมาะกับใคร!?

ทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่า!?

ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานประจำมีรายได้ที่มั่นคงทุกเดือน มีการกำหนดเวลาการทำงาน วันหยุดทุกอย่างไว้ชัดเจน สำหรับคนที่ชอบความมั่นคง สามารถใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎระเบียบได้ งานประจำอาจจะเหมาะกับคุณ แต่ต้องอย่าลืมยุคสมัยนี้เปลี่ยนไป บางบริษัทก็พยายามสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ขึ้น เช่น เรื่องเวลาเข้างาน หรือการ WFH ต่าง ๆ การนัดประชุมนอกสถานที่ไม่ยึดติดกับการทำภายในออฟฟิศเพียงอย่างเดียว เป็นต้น

นอกจากนี้ การทำงานประจำต้องเป็นคนที่โอเคกับการมีหัวหน้า หรืออยู่ภายใต้บังคับบัญชาคนอื่น รวมไปถึงต้องทำงานกับผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งเพื่อนร่วมทีมแผนกเดียวกัน คนต่างแผนก รวมไปถึงลูกค้าจากบริษัทอื่น ๆ สามารถพบปะสังสรรค์กับกลุ่มคนหมู่มาก เพื่อให้ตัวเองอยู่ในสังคมการทำงานประจำได้แบบไม่มีปัญหา

 

การงานฟรีแลนซ์

ทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่า!?

ลักษณะงานมีความอิสระสูง โดยคุณสามารถรับงานตามความต้องการได้ หรือไม่ต้องขึ้นตรงหรือพนักงานกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ถือเป็นงานอิสระที่คนในยุคปัจจุบันหันมาสนใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่รักความอิสระเสรี ในส่วนของค่าจ้างนั้น ต้องใช้ทักษะในการต่อรอง ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างเราและผู้ว่างาน และขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้ ตลาดงานฟรีแลนซ์ มักมีการกำหนดเรตเงินคร่าว ๆ ไว้บ้างตามแต่ละสายงาน ที่สำคัญทำงานฟรีแลนซ์ต้องอาศัยทักษะการทำงานไม่ต่างจากงานประจำ เพราะต้องรังสรรค์ผลงานออกมาให้ดีที่สุดเช่นกัน เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ว่าจ้าง ยิ่งรับงานเยอะมากเท่าไหร่ โอกาสสร้างรายได้ก็เยอะตามไปด้วย

งานฟรีแลนซ์สามารถกำหนดเวลาการทำงานได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ต้องเสียเวลาตื่นแต่เช้าเดินทางไปเข้าออฟฟิศ อยากทำงานตอนไหนก็ได้ จะนั่งทำงานตอนดึก หรือเอางานไปทำนอกสถานที่ได้ตามความสะดวก และหยุดทำงานได้ตามต้องการ

 

ข้อดีของงานฟรีแลนซ์ ข้อเสียของงานฟรีแลนซ์
มีความยืดหยุ่นในการทำงาน ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่มั่นคง ขึ้นอยู่กับความสามารถ
มีความอิสระสูง ไม่ต้องโดนกดดันจากคนรอบข้าง ต้องติดต่อหาลูกค้าด้วยตัวเอง
สามารถเลือกงานได้ ปฏิเสธงานที่ไม่อยากทำได้ ต้องมีความขยันในการรับงานให้มากพอกับรายจ่าย
ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร หรือเผชิญความกดดันจากหัวหน้าที่เข้มงวด ดำเนินธุรกรรมการเงินยาก เพราะธนาคารอาจมองว่าไม่มั่นคง
ทำงานที่ไหนก็ได้ ทั้งที่บ้าน คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือเวลาไปเที่ยว บางอาชีพต้องใช้เงินลงทุน จึงค่อนข้างมีความเสี่ยง
กำหนดวันหยุดได้อย่างอิสระ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต เพราะไม่ได้ทำงานในออฟฟิศ
สร้างคอนเนคชันผ่านการพบเจอลูกค้าที่หลากหลาย ไม่มีคนหรือเพื่อนร่วมงานคอยให้ปรึกษา หากงานชิ้นนั้นมีปัญหา

 

งานฟรีแลนซ์เหมาะกับใคร!?

ทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่า!?

สำหรับคนที่ต้องการอิสระ อยากเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่อยากถูกดดันจากหัวหน้างาน หรืออยู่ภายใต้กฎระเบียบของบริษัท และต้องเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ชอบความหวือหวา แปลกใหม่ ไม่อยู่กับที่ พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง สามารถจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระยะเวลาการทำงานส่งลูกค้า ประกันสุขภาพ การบริหารรายได้ เงินเก็บ และค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะถ้าไม่ควบคุมตัวเองให้ดี อาจทำให้เส้นทางอาชีพเสียหายได้

 

บทความแนะนำ

 

สรุป

พออ่านมาถึงจุดนี้หลายคนคงทราบดีแล้วว่า การทำงานประจำ หรือการทำงานฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่า ไม่ว่าจะเลือกทางเดินรูปแบบไหน ต้องมั่นใจว่า คุณมีทักษะความสามารถมากพอที่จะทำงานในเส้นทางนั้นได้ประสบความสำเร็จ เพราะงานทุกรูปแบบต้องใช้ความรู้ ทักษะพิเศษ ความสามารถ พร้อมทั้งเปรียบเทียบลักษณะนิสัยและไลฟ์สไตล์ของตัวคุณด้วยว่า คุณเป็นคนที่ชอบอยู่ในกรอบและความมั่นคง หรือเป็นรักอิสระแบบไหนมากกว่ากัน แล้วทุกอย่างจะกลายเป็นคำตอบว่า คุณควรเลือกทำงานประจำ หรือทำงานฟรีแลนซ์ดีกว่ากัน

JOBKUB

แชร์บทความ

ความคิดเห็น

0

ความคิดเห็นจะแสดงหลังได้รับการอนุมัติ

กำลังโหลดความคิดเห็น...