ได้งานพร้อมกันหลายแห่ง ควรทำอย่างไร

ได้งานพร้อมกันหลายแห่ง ควรทำอย่างไร เชื่อว่า หลายคนต้องเคยเจอ เวลาสมัครงาน มักกดสมัครงานหลาย ๆ แห่งในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ถูกเรียกสัมภาษณ์งานและมีโอกาสได้งานเร็วขึ้น แต่ปัญหาต่อมาคือ มีบริษัทมากกว่า 1 แห่งรับคุณเข้าทำงาน จึงทำให้เกิดความสับสนว่า จะเลือกบริษัทแห่งไหนดี!? ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกงานให้ตอบโจทย์และตรงตามความต้องการของคุณอย่างแท้จริง

สารบัญ

 

การตัดสินใจทำงานกับบริษัทไหนสักแห่งไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งรับคุณเข้าทำงานพร้อม ๆ กันทั้ง 2 แห่ง ต้องใช้สติและความคิดอย่างรอบคอบ เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในชีวิต ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดให้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น… บริษัท A กับ บริษัท B สนใจรับคุณเข้าทำงานพร้อมกัน ในเบื้องต้นต้องดูว่า บริษัทไหนให้ความคุ้มค่าแก่คุณได้มากกว่ากัน

บริษัท A เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง และมีฐานบริษัทที่มั่นคง ประกอบกับให้เงินเดือนสูงกว่าบริษัท B

บริษัท B เป็นบริษัทที่ไม่ใหญ่โต แต่มีฐานบริษัทที่มั่นคงเช่นเดียวกัน ในส่วนของเงินเดือนจะได้น้อยกว่าบริษัท A

ต่อมาให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า จุดมุ่งหมายในระยะยาวของคุณคืออะไร มองหาข้อดีและข้อเสียทั้ง 2 บริษัท แล้วนำมาเปรียบเทียบ ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน สวัสดิการ ระยะทางในการเดินทางไปทำงาน เวลาเข้างาน-เลิกงาน วันหยุด เป็นต้น เพราะเงินเดือนไม่ใช่จุดจบของความสำคัญในชีวิตเสมอไป

ศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัท

ได้งานพร้อมกันหลายแห่ง ควรทำอย่างไร

ข้อมูลของบริษัทสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์โดยตรงของบริษัทนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพรวม ความเป็นมา วิสัยทัศน์ วัฒนธรรมองค์กร และอื่น ๆ แล้วลองวิเคราะห์ดูว่า ตัวเองจะสามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรนี้ได้หรือไม่ และสิ่งที่ควรนำมาเปรียบเทียบ ให้ลิสต์เป็นข้อ ๆ เพื่อหาจุดเด่นทั้ง 2 บริษัทเพื่อเปรียบเทียบ

✓ เงินเดือน การปรับเงินเดือน

✓ โบนัสประจำปี

✓ สวัสดิการต่าง ๆ รวมถึงวันหยุดด้วย

✓ สวัสดิการด้านสุขภาพ

✓ เวลาเข้า-ออกงาน

✓ สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากการทำงาน

✓ โอกาสในการเติบโต

✓ วิสัยทัศน์ (Vision) และ คุณค่า (Core Value) ขององค์กร

 

เส้นทางการเดินทาง

ได้งานพร้อมกันหลายแห่ง ควรทำอย่างไร

นอกจากได้เงินเดือนสูงตามที่คาดหวังแล้ว ต้องดูเรื่องของเส้นทาง และคำนวณระยะเวลาในการเดินทางด้วย เพราะทุกวันที่ออกไปทำงานล้วนมีค่าเดินทาง สำหรับคนที่ขับรถยนต์ส่วนตัวไปทำงาน แน่นอนว่า ต้องมีค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์ ส่วนคนที่นั่งรถสาธารณะไปทำงาน ต้องมีค่ารถโดยสาร บางคนต้องนั่งรถหลายต่อเพื่อให้ถึงที่ทำงาน

โดยคุณต้องคำนวณเส้นทางบวกกับค่าใช้จ่ายจากที่พักของคุณไปยังทั้ง 2 บริษัทเพื่อเปรียบเทียบว่า บริษัท A กับ บริษัท B ใช้ค่าเดินทางเท่าไหร่!? เพราะสุดท้ายแล้วค่าเดินทางเหล่านี้ จะต้องนำมาหักลบจากเงินเดือนแน่นอน และสิ่งนี้จึงทำให้เห็นว่า เงินเดือนไม่ใช่ตัวแปรที่สำคัญเสมอไป

 

ตัดสินใจด้วยตัวเอง

ได้งานพร้อมกันหลายแห่ง ควรทำอย่างไร

ถึงแม้คุณจะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกบริษัทแห่งไหนดี ก็อย่าให้คนอื่นเข้ามาตัดสินใจแทนเด็ดขาด เนื่องจากชีวิตการทำงานคุณ คุณต้องเป็นผู้เลือกเอง จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลัง แต่คุณสามารถขอคำปรึกษาจากเพื่อน พี่ น้อง หรือพ่อแม่ร่วมได้

 

สังเกตความต้องการของแต่ละบริษัท

สมัครงาน

คุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ทั้ง 2 บริษัทที่รับคุณเข้าทำงาน มีจุดประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากอยากร่วมงานกับคุณหรือไม่!? ดังนั้น คุณอาจตั้งคำถามกับ HR ว่า

  • ทำไมทางบริษัทถึงสนใจในตัวคุณ!?
  • ทำไมพนักงานคนเก่าถึงลาออก!?

ซึ่งอาจดูเป็นคำถามที่น่ากลัว แต่ให้ลองใช้คำพูดที่ฟังแล้วเป็นมิตรดีกว่า เช่น ขออนุญาตสอบถามก่อนที่ทางเราจะร่วมกันสักเล็กน้อยนะคะว่า พนักงานตำแหน่งนี้ทำไมถึงลาออกคะ เนื่องจากว่า เผื่อมีข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงาน จะได้ติดต่อสอบถามโดยตรงกับเขาได้ เป็นต้น

การทราบคำตอบจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และดูบุคลิกพร้อมน้ำเสียงการตอบกลับของ HR เพื่อใช้ในการพิจารณาข้อเท็จจริงอีกที เพราะถ้าหากพนักงานคนเก่าออกโดยมีปัญหากับบุคคลภายใน หรือถูกกดดันให้ลาออก คุณจะได้ไม่ต้องเสี่ยงทำงานกับบริษัทนั้น

เช็กจำนวนบุคลากรภายในบริษัท

หางาน

หากบริษัทที่มีความมั่นคง และมีรากฐานที่แข็งแรง จะมีบุคลากรที่ทำงานภายในบริษัทนั้นได้อย่างยาวนาน พร้อมทั้งจะต้องมีจำนวนบุคลากรมากพอเพื่อรองรับการทำงานในแต่ละตำแหน่ง เพราะฉะนั้น หากคุณมีโอกาสได้เดินทางไปสัมภาษณ์ภายในบริษัท อาจได้สังเกตจำนวนบุลลากรภายในก็ได้ แต่ถ้าคนที่สัมภาษณ์ทางออนไลน์ สามารถตั้งคำถามกับผู้สัมภาษณ์งานโดยตรงก็ได้เช่นกัน

หลังจากใช้ทั้ง 5 ข้อนี้พิจารณาเลือกบริษัทที่จะร่วมทำงานในอนาคตแล้ว ต่อมาต้องรู้จักการปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิงกับอีกบริษัทหนึ่งที่คุณไม่ได้เลือก ซึ่งทางเราขอแนะนำวิธีการปฏิเสธงาน โดยอาศัยความซื่อสัตย์และแสดงให้เห็นถึงความเคารพที่มีต่อผู้ประกอบการ ตัวอย่างเช่น

อธิบายให้ชัดเจนว่า ดีใจที่มีโอกาสถูกคัดเลือกเข้าทำงาน แต่ทั้งนี้หลังจากได้ไตร่ตรองอย่างดีแล้ว หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนี้ ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ และให้เหตุผลคร่าว ๆ พร้อมขอบคุณสำหรับการเสียสละเวลาของผู้ประกอบการ กล่าวทิ้งท้ายคำพูดที่ขอให้พวกเขาได้พบกับคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นจริง ๆ

บทความแนะนำ

สรุป

ถึงอย่างไรก็ตาม การเริ่มงานใหม่ต้องไม่กลัวที่จะเลือกงานที่ใช่ และอย่ากลัวที่จะปฏิเสธงาน เพราะสุดท้ายคุณต้องเลือกงานที่ตอบโจทย์กับอนาคตของตัวเอง และกล้าที่จะเปลี่ยนงานใหม่ไปเจอสังคมใหม่ ๆ ฉะนั้น JOBKUB หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกงานที่ดีได้ ส่วนใครที่ต้องการหางาน สามารถสมัครสมาชิก และฝากประวัติเรซูเม่กับทางเว็บไซต์เราได้ เพื่อเปิดโอกาสในการหางานได้อย่างรวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น

JOBKUB

ฝากความคิดเห็น