เตรียมตัวสอบ ก.พ. ก่อนยื่นสมัครงานราชการ

เตรียมตัวสอบ ก.พ. ก่อนยื่นสมัครงานราชการ ในปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาหางานราชการมากขึ้น มีหลายกระทรวงหรือหลายหน่วยงานที่เปิดรับสมัครงานราชการโดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือข้าราชการบรรจุกับข้าราชการอัตราจ้าง ทั้งสอบแบบนั้นแตกต่างกัน โดยข้าราชการบรรจุจะต้องทำการสอบ ก.พ. จึงสามารถเข้าบรรจุงานราชการได้ ส่วนข้าราชการอัตราจ้างจะเป็นสัญญาจ้างตามระยะเวลาที่กำหนดพอหมดสัญญาก็สามารถต่อสัญญาหรือไม่ต่อสัญญาก็ได้ขึ้นอยู่หน่วยงานนั้น ๆ แต่สวัสดิการจะไม่เท่าข้าราชการบรรจุ ทำให้การสอบ ก.พ. ถือเป็นการสอบที่สำคัญมากในการยื่นสมัครงานราชการ ในบทความนี้ JOBKUB มาพาทำความรู้จักกับการสอบ ก.พ. ให้มากขึ้น

สารบัญ

 

การสอบ ก.พ. สำคัญต่อการสมัครงานราชการอย่างไร

การสอบ ก.พ. เป็นการสอบแข็งขันเพื่อคัดเลือกบุคคลในระดับวุฒิการศึกษาหรือคนที่มีความสนใจอาชีพราชการเพื่อเข้าทำงานในหน่วยงานราชการ การสอบ ก.พ. เป็นเหมือนใบเบิกทางสู่การเป็นราชการ การสอบ ก.พ. จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือการสอบการสอบ ก.พ. ภาค ก, ภาค ข และภาค ค ในทุก ๆ ปีจะมีผู้ลงสมัครสอบเป็นจำนวนมาก เพราะการสอบ ก.พ. จะจัดขึ้นเพียงปีละครั้งถ้าสอบไม่ผ่านต้องยื่นใบสมัครสอบใหม่ในปีถัดไป ในการสมัครงานราชการควรสอบ ก.พ. ให้ผ่านเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าทำงานราชการ

การสอบ ก.พ. มีทั้งหมดกี่ภาค

สมัครงานราชการ

การสอบ ก.พ. ภาค ก

จะเป็นการสอบความรู้ความสามารถทั่วไปเป็นการสอบภาคแรกที่ทุกคนต้องลงสอบให้ผ่านเพื่อนำไปยื่นสมัครงานราชการทุกหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานราชการ ในการสอบภาค ก จะมีการสอบอยู่ 3 วิชา ดังนี้

1.วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 

เป็นวิชาที่ออกสอบเกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์สามารถแบ่งออกมาได้ 4 ประเด็นหลัก คือ การคิดวิเคราะห์เชิงภาษา การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม และการคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ ในวิชานี้จะมีข้อสอบทั้งหมด 50 ข้อ คะแนนรวมทั้งหมด 100 คะแนน เกณฑ์ในการผ่านสำหรับสายอาชีพ และระดับปริญญาตรี ต้องผ่าน 60% ส่วนระดับการศึกษาปริญญาโท ต้องผ่าน 65%

2.วิชาภาษาอังกฤษ

เป็นวิชาที่จะวัดระดับทักษะด้านภาษาอังกฤษเบื้องต้น ในการทำข้อสอบจะแบ่งทักษะออกเป็น 4 ทักษะ คือ ทักษะการอ่าน, ทักษะการเขียน, ทักษะการพูด และทักษะการฟัง ในวิชานี้จะมีข้อสอบทั้งหมด 25 ข้อ คะแนนรวมทั้งหมด 50 คะแนน เกณฑ์ในการผ่านสำหรับสายอาชีพ ระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาตโท ต้องผ่าน 50%

3.วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

เป็นรายวิชาที่สำคัญสำหรับในการเข้ารับราชการ ในรายวิชานี้เป็นวิชาที่จะทดสอบความรู้พื้นฐานของการเป็นข้าราชการที่ดี สามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 4 หัวข้อหลัก คือ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และหน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการตลอดจนเจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ ในรายวิชานี้จะมีทั้งหมด 25 ข้อ คะแนนทั้งหมด 50 คะแนน ในรายวิชานี้ต้องผ่านเกณฑ์ 60% ขึ้นไป

การสอบ ก.พ. ภาค ข

ต้องสอบผ่านภาค ก. ก่อน ต้องนำใบที่สอบผ่านภาค ก มายืนยันก่อนจึงจะสามารถสมัครได้ การสอบในภาค ข. เป็นการสอบที่จะใช้ความรู้และความสามารถเฉพาะตำแหน่ง โดยหน่วยงานรายการต่างที่เปิดรับสมัครงานราชการจะเป็นผู้จัดการสอบ ในการสอบภาค ข จะจัดสอบหลายตำแหน่งรูปแบบการสอบมีหลายแบบ ทั้งแบบข้อเขียน แบบปรนัย แบบอัตนัย การสัมภาษณ์ ไปจนถึงทดสอบทักษะทางคอมพิวเตอร์ แต่อาจจะมีบางหน่วยงานราชการจะเพิ่มการสอบสมรรถนะร่างกายด้วย

การสอบ ก.พ. ภาค ค

เป็นการสอบคัดเลือกข้าราชการหรือการสอบสัมภาษณ์ ผู้ที่สัมภาษณ์คือหน่วยงานต้นสังกัดในการสอบจะเป็นการสอบสัมภาษณ์เพื่อที่จะดู บุคลิกภาพหรือทัศนคติในการทำงานราชการ นอกจากการสัมภาษณ์แล้ว อาจจะมีการทดสอบร่างกาย หรือทดสอบจิตวิทยาร่วมด้วย

ก่อนลงสนามสอบ ก.พ. ควรเตรียมตัวยังไง

สอบราชการ

1.การวิเคราะห์โครงสร้างของโจทย์ที่จะออกสอบทั้ง 3 วิชา

วิชาที่ 1 คือ วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ จะมีทั้งหมด 50 ข้อ เนื้อหาในรายวิชานี้จะแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก คือ การคิดวิเคราะห์เชิงภาษาหรือวิชาภาษาไทย ส่วนการคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรมกับการคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณจะเป็นวิชาคณิตศาสตร์

วิชาที่ 2 คือ วิชาความสามารถทางภาษาอังกฤษ ในวิชานี้จะมีทั้งหมด 25 ข้อ ในรายวิชานี้จะแบ่งออกเป็น 4 พาร์ท คือ Grammar, Conversation, Vocabulary, Reading เนื้อหาที่ออกสอบจะเป็นเนื้อหาเบื้องต้นใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษระดับพื้นฐาน

วิชาที่ 3 คือ วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี จะมีทั้งหมด 25 ข้อ จะออกสอบอยู่ 6 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

  1. ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 ในส่วนของความผิดต่อหน้าที่ราชการ
  2. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพิ่มเติม
  3. พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และแก้ไขเพิ่มเติม
  4. พ.ร.บ. ความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
  5. พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และแก้ไขเพิ่มเติม
  6. พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

2.การอ่านหนังสือสอบ ก.พ. หรือเรียนคอร์สติวสอบ ก.พ.

ว่าด้วยการสอบก็ควรอ่านหนังสือสอบ โดยหนังสือสอบ ก.พ. สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไปหรือถ้าหากยังไม่แน่ใจสามารถลงลงคอร์สติวการสอบ ก.พ. ร่วมด้วย หลังจากการเรียนก็กลับมาอ่านหนังสือสอบเพื่อเป็นการทบทวนในสิ่งที่เรียน นอกจากจะอ่านหนังสือแล้วควรลองทำโจทย์ข้อสอบ ก.พ. ในปีที่ผ่าน ๆ มาเพื่อที่จะได้รู้แนวข้อสอบที่มักจะออกสอบบ่อยก่อนลงสนามจริง

หางานราชการ

3.ควรเตรียมตัวสอบอย่างน้อย 3 เดือนก่อนลงสนาม

การเตรียมตัวก่อนสอบถือเป็นสิ่งสำคัญในการสอบ ก.พ. ควรเตรียมตัวสอบอย่างน้อย 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ ยิ่งระยะเวลาเตรียมตัวน้อยจะต้องจัดตารางในการเตรียมตัวให้ดี โดยสิ่งที่ควรทำในระยะเวลา 3 เดือนคือ ควรเริ่มอ่านเนื้อหารายวิชาทั้งหมดให้จบใน 1-2 เดือนแรก ในการอ่านควรอ่านทีละรายวิชาเพื่อทำความเข้าใจ ไม่แนะนำให้อ่านสลับรายวิชาเพราะอาจจะทำให้เกิดความสับสนได้ หลังจากอ่านจนครบแล้วควรทำข้อสอบ ก.พ.ย้อนหลังอย่างน้อย 1-3 ปีย้อนหลัง เพื่อที่จะได้เข้าใจโจทย์เพราะโจทย์แต่ละปีไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก หลังจากทำข้อสอบแล้วควรทบทวนอ่านหนังสืออยู่เสมอด้วย

บทความแนะนำ

 

สรุป

ในการสอบ ก.พ. ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการยื่นสมัครงานราชการเพื่อที่จะมีโอกาสในการเข้ารับราชการมากขึ้น สิ่งที่หลายคนหันมาหางานราชการกันมากขึ้นเพราะการรับราชการถือเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงมากสวัสดิการดี แต่การจะเป็นข้าราชการก็ไม่ได้ง่ายและไม่ได้ยากแค่ต้องรู้จักเตรียมตัวและมีความตั้งในการอ่านหนังสือสอบ ก.พ. ในบทความนี้คงทำให้ใครหลายคนที่สนใจจะสมัครงานราชการได้รู้ว่าถ้าจะเป็นข้าราชการต้องสอบ ก.พ. ก่อนแล้วค่อยยื่นสมัครงานราชการ ในการสมัครงานราชการควรตรวจสอบคุณสมบัติให้ดีในการยื่นสมัครงานราชการเพราะแต่ละหน่วยงานราชการมีเกณฑ์ในการเลือกที่แตกต่างกันออกไป

JOBKUB

ฝากความคิดเห็น