สิ่งที่องค์กรต้องรับมือกับ “กลุ่มคนที่มีประสบการณ์”

สิ่งที่องค์กรต้องรับมือกับ “กลุ่มคนที่มีประสบการณ์” ทุกวันนี้หลายองค์กรเปิดรับเด็กจบใหม่ค่อนข้างเยอะ เพราะค่าแรงไม่สูง ไฟแรง มีความคิดที่แปลกใหม่ ฯลฯ แต่ในขณะเดียวกัน หลายองค์ก็ต้องการผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการทำงานเช่นเดียวกัน เพื่อไม่ต้องเสียเวลาสอนงาน มีความเชี่ยวชาญพร้อมทำงานในทันที แต่สิ่งที่หลายองค์กรต้องรับมือกับ “กลุ่มคนที่มีประสบการณ์” ประกอบไปด้วยหลายด้าน ทั้งในเรื่องขององค์ความรู้ ความเข้าใจ และต้องปรับจูนให้ไปในทิศทางเดียวกัน
สารบัญ
ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการทำงาน เป็นกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญ และมีองค์ความรู้ในสายงานนั้น ๆ มากพอตัว ซึ่งการเปลี่ยนงานไปทำกับองค์กรใหม่ สิ่งที่กลุ่มคนที่มีประสบการณ์ต้องปรับตัวเป็นอันดับแรกคือ วัฒนธรรมขององค์กร, การอยู่ร่วมกับคนภายในองค์กร ตลอดจนขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ ที่อาจแตกต่างไปจากองค์กรเดิม ในฐานะของขององค์กรมีสิ่งที่ต้องรับมือกับกลุ่มคนที่มีประสบการณ์เช่นเดียวกัน ซึ่งจะต้องรับมือด้านในบ้างนั้น มาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย
กลุ่มคนที่มีประสบการณ์ มีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้
1. สามารถเริ่มงานได้อย่างราบรื่นด้วยประสบการณ์ที่มี โดยที่ไม่ทำให้บริษัทต้องสะดุดหรือชะงักที่จะถ่ายทอดงาน
2. เรียนรู้งานไว สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เพราะมีประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ย่อมมีทักษะในการแก้ไขปัญหา
3. เรียนรู้ที่จะปรับตัวได้ไว เพราะมีประสบการณ์การอยู่รวมกับคนอื่นมาแล้ว
4. ไม่ต้องเสียเวลาเทรนด์งาน สามารถสั่งงานได้เลย ทางองค์กรมั่นใจได้ว่า ผลงานที่ออกมาต้องมีคุณภาพเหาะสมแน่นอน
กลุ่มคนที่มีประสบการณ์ มีข้อเสียหลัก ๆ ดังนี้
1. มีความคิดเป็นของตัวเองด้วยความที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์การทำงานเยอะกว่า ทำให้พนักงานที่มีประสบการณ์ยึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก อาจปิดกั้นแนวทางการทำงานใหม่ ๆ
2. ไม่ค่อยพัฒนาความคิด หรือความสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ แต่ใช้ความเชี่ยวชาญมาทำงานเป็นหลัก
3. มั่นใจในตัวเองสูง เนื่องจากประสบการณ์ที่มีอยู่ในระดับความเชี่ยวชาญ อาจไม่ค่อยเปิดรับความคิดเห็นของคนอื่นมากนัก
4. มีความรู้รอบด้าน เนื่องจากประสบการณ์สอนการใช้ชีวิต และการทำงาน ดังนั้น จึงรู้ถึงความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เป็นการยากที่องค์กรจะแทรกแซงหรือคดโกงได้
เพราะฉะนั้น การที่องค์กรเปิดรับสมัครงานผู้ที่มีประสบการณ์จำเป็นต้องรับมือกับสิ่งต่าง ๆ และพร้อมที่จะปรับจูนเข้าหากัน เพื่อใช้ความรู้ร่วมพัฒนาองค์กร ดังนั้น สิ่งที่องค์กรต้องรับมือ และเรียนรู้มีดังต่อไปนี้
1. ความแตกต่างระหว่างบุคลิกภาพ
ทุกคนมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ หรือไม่มีประสบการณ์ ซึ่งปัญหาที่องค์กรต้องรับมือ คือ ความคิดส่วนบุคคล ต่างมีเหตุผลที่ไม่เหมือนกัน บุคลิกบางอย่างก็อาจไม่เป็นที่ยอมรับของคนบางคน ทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารระหว่างกัน และเกิดปัญหาในการทำงานได้ บุคลิกบางอย่างเราปรับได้ แต่บุคลิกส่วนบุคคลบางอย่างก็ปรับได้ยาก แต่ถึงอย่างนั้นควรเข้าใจและยอมรับในความเป็นส่วนบุคคลของตนเองและคนอื่นด้วย
2. ความไม่เท่าเทียมกันในการมีส่วนร่วม
หากแบ่งงานไม่เสมอภาค ย่อมเกิดความไม่เท่าเทียมและนำมาซึ่งปัญหาได้ บางคนอาจได้ทำงานเยอะเพราะมีศักยภาพ แต่บางคนได้ทำงานน้อยเพราะศักยภาพน้อยกว่า ตรงจุดนี้ผู้นำทีมอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญในการบริหารจัดการแบ่งงานให้เกิดความเท่าเทียมและประเมินผลตามศักยภาพของแต่ละบุคคลให้เหมาะสม
3. การประเมินอย่างเหมาะสม
การทำงานที่ดีควรมีการประเมินเพื่อนำผลมาวิเคราะห์ว่าการทำงานประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ควรรู้สิ่งที่ต้องแก้ไข และสิ่งที่ต้องพัฒนา การประเมินผลที่ดีควรยึดหลักความถูกต้องด้านการทำงานตามความเป็นจริง และสามารถเสนอวิธีการจัดการกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์ควรมีแบบประเมินที่แตกต่างจากกลุ่มคนที่ไม่มีประสบการณ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
4. ความหลากหลายของรูปแบบการทำงาน
พนักงานทุกคนมีความเป็นเอกภาพส่วนตัวสูง ผู้ที่มีประสบการณ์มักใช้ความเชี่ยวชาญมาทำงาน แต่ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์มักใช้สิ่งที่เรียนรู้จากตำราเรียนมาใช้งาน แต่ถ้าเกิดการแตกแยก ไม่เข้าใจกันจะนำมาสู่ความขัดแย้งและเกิดปัญหาในภายหลัง ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความรู้และความสามารถไม่เหมือนกัน หากสามารถนำมาปรับใช้ร่วมกันได้ด้วยเหตุและผล จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น
5. การปิดบังความล้มเหลว
การทำงานระบบทีมจะล้มเหลวทันทีหากเกิดการปิดบังข้อเท็จจริงกัน ทั้งการไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริงระหว่างสมาชิกในทีม ไปจนถึงการปิดบังข้อเท็จจริงต่อองค์กร บางคนปิดบังข้อเท็จจริงไว้เพราะไม่อยากให้ผลงานของตนดูแย่ หรือบางคนไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาให้คนอื่นรู้ เพราะอยากให้ผลงานของตนเองโดดเด่นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปิดบังในรูปแบบไหนย่อมก่อให้เกิดผลเสียต่อการทำงานระบบทีมทั้งสิ้น และก่อให้เกิดความเสียหายกับองค์กรในที่สุด และสิ่งที่แก้ไขปัญหานี้ได้ดี องค์กรต้องสร้างผลตอบแทนความสามารถอย่างเท่าเทียม เพื่อกระตุ้นให้พนักงานกล้าเปิดเผยในมุมต่าง ๆ และอยากที่จะพัฒนาตัวเองมากขึ้น
6. เกิดการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน
การเรียนรู้ และการพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่มีประสบการณ์มีความชำนาญมักเรียนรู้ต่อยอดจากสิ่งที่รู้ ส่วนผู้ที่ไม่มีประสบการณ์มักเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ดังนั้น ถ้าองค์กรสามารถนำทั้ง 2 กลุ่มนี้มาแชร์ความรู้กัน จะช่วยให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้รับรู้ได้ว่า ต้องพัฒนาไปในทางไหนถึงจะเหมาะสม
บทความแนะนำ
-
สายอาชีพไหนที่มีการแข่งขันสูงสุด
-
สายอาชีพใด ที่มีการสมัครงานเยอะที่สุด 2024
-
ปัญหาที่หลายบริษัทเจอบ่อยที่สุด เกี่ยวกับกลุ่มคนรุ่นใหม่
สรุป
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่องค์กรต้องรับมือ แต่ไม่ว่าจะรับพนักงานที่มีประสบการณ์หรือไม่มี องค์กรต่างต้องรับมือด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อปรับจูนทุกคนให้มีความคิดความก้าวหน้าไปในทางเดียวกัน จะช่วยสร้างความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งสำคัญที่สุด การสร้างพลังให้พนักงานถือเป็นเรื่องที่ดี ต้องทำให้พวกเขารู้ว่า การทุ่มเทให้กับองค์กรจะได้ผลตอบแทนอย่างไร เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป
แชร์บทความ








