“พนักงานประจำ” กับ “อาชีพอิสระ” แบบไหนดีกว่ากัน!?

“พนักงานประจำ” กับ “อาชีพอิสระ” แบบไหนดีกว่ากัน!? ในปัจจุบันมีอาชีพหลายประเภท แต่อาชีพที่โดดเด่นตอนนี้ก็คือ “พนักงานประจำ” กับ “อาชีพอิสระ ซึ่งทั้ง 2 อาชีพมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน และขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลด้วย ดังนั้น มาดูกับว่า พนักงานประจำ” กับ อาชีพอิสระ แบบไหนดีกว่ากัน และแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณมากที่สุด

สารบัญ

 

การเลือกทำอาชีพใดก็ตาม ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ค่าตอบแทน และคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งก่อนเลือกทางเดินในสายอาชีพใดก็ตาม คุณต้องทำการศึกษารายละเอียดของอาชีพนั้นให้ดีเสียก่อน

 

ข้อดี-ข้อเสีย “พนักงานประจำ” กับ “อาชีพอิสระ”

พนักงานประจำมีข้อดีอย่างไร!?

“พนักงานประจำ” กับ “อาชีพอิสระ” แบบไหนดีกว่ากัน!?

1.มีรายได้แน่นอนทุกเดือน

2.มีโบนัสและสวัสดิการรองรับ

3.มีสังคมการทำงาน ทำให้มีโอกาสเรียนรู้งานจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน และสร้างคอนเนคชันใหม่ ๆ

4.ลาหยุดรายได้ไม่ลด มีตารางวันหยุดที่ชัดเจน

5.ขอสินเชื่อง่าย กู้ซื้อรถ ซื้อบ้านง่าย

6.ความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องลงทุน

 

พนักงานประจำมีข้อเสียอย่างไร!?

“พนักงานประจำ” กับ “อาชีพอิสระ” แบบไหนดีกว่ากัน!?

1.ไม่มีอิสระ ต้องทำงานเป็นเวลาอย่างชัดเจน

2.งานจำเจ ไม่สามารถเลือกงานได้ ต้องทำตามคำสั่ง

3.เงินเดือนค่อนข้างตายตัว รอปรับเป็นรายปี บางครั้งอาจทำงานหนักกว่าเงินที่ได้รับ บางแห่งไม่จ่ายค่าล่วงเวลา

4.เมื่ออายุมากขึ้น อาจเจอปัญหาตำแหน่งงานตัน เงินเดือนขึ้นช้า

5.มีโอกาสเจอปัญหากับเพื่อนร่วมงาน

6.หากทำงานในเมืองใหญ่ อาจเจอปัญหาการจราจรทุกเช้าเย็น และแย่งกันเที่ยวช่วงเทศกาล

 

อาชีพอิสระมีข้อดีอย่างไร!?

อาชีพอิสระมีข้อดีอย่างไร!?

1.มีชีวิตอิสระ ยืดหยุ่นการทำงานได้ตามใจ

2.มีโอกาสสร้างรายได้มากกว่า ขยันมากได้เงินมาก

3.สามารถเลือกงานได้

4.ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร

5.ได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะรอบด้าน

 

อาชีพอิสระมีข้อเสียอย่างไร!?

อาชีพอิสระมีข้อเสียอย่างไร!?

1.มีความกดดันมากกว่า จากรายได้ไม่แน่นอน

2.ต้องหาลูกค้าด้วยตัวเอง

3.ธนาคารมองว่าไม่มั่นคง ขอสินเชื่อยาก

4.บางอาชีพต้องใช้เงินลงทุน จึงมีความเสี่ยง

5.ต้องจัดการเรื่องประกัน งานเอกสารสัญญา ภาษี กฎหมาย ด้วยตัวเอง บริหารความเสี่ยงด้วยตัวเอง

 

พนักงานประจำ และอาชีพอิสระมีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน คุณควรพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบ เพื่อเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเองให้มากที่สุด โดยพิจารณาชีวิตประจำวัน ไลฟ์สไตล์ ทักษะความสามารถ ความจำเป็นทางการเงิน และโอกาสงานต่าง ๆ ที่เข้ามา โอกาสความก้าวหน้าหรือความสำเร็จ โดยต้องใช้การวิเคราะห์สูง เพราะทั้งสองสายงานนี้นับว่า มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แต่ถ้าให้แนะนำทางออกสำหรับการเลือกเดินสายอาชีพ ในช่วงนี้เศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูง บวกกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามไปด้วย ควรเลือกทำทั้งสองอย่างไปควบคู่กัน โดยมีงานประจำเป็นรายได้หลัก และงานอิสระเป็นอาชีพเสริม เพราะทั้ง 2 อาชีพล้วนมีความเสี่ยง

 

ตัวอย่างความเสี่ยงจากการเป็นพนักงานประจำและการทำอาชีพอิสระ

ความเสี่ยงจากการเป็นพนักงานประจำ

ความเสี่ยงจากการเป็นพนักงานประจำ

1.บางองค์กรปรับลดพนักงาน ทำให้พนักงานประจำหลายคนตกงาน

2.บางองค์กรปรับลดเงินเดือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายภายในบริษัท

3.บางองค์กรลดสวัสดิการ อย่างค่า OT ค่าอาหาร เบี้ยขยัน

4.เสี่ยงถูกย้ายตำแหน่งงาน งานเพิ่มขึ้นแต่เงินเดือนเท่าเดิม

 

ความเสี่ยงจากการทำอาชีพอิสระ

ความเสี่ยงจากการทำอาชีพอิสระ

1.ความมั่นคงของรายได้ไม่แน่นอน บางเดือนอาจไม่มีลูกค้าจ้างงาน

2.ต้องหาลูกค้าและเลือกลูกค้าที่น่าเชื่อถือ เพราะเสี่ยงถูกโกงเงินค่าจ้าง หรือลูกค้าจ่ายค่าเงินล่าช้า

3.ถูกต่อรองราคาค่าจ้าง

4.ต้องหมั่นฝึกฝน พัฒนาตัวเองมากเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดหรือกลุ่มลูกค้า เพิ่มโอกาสทำงานอิสระระยะยาว

นอกจากนี้ บางคนที่ออกจากงานประจำและผันตัวมาทำอาชีพอิสระ ในขณะเดียวกันได้รับผลกระทบจากจำนวนการจ้างงานที่ค่อนข้างน้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะพิษเศรษฐกิจ และการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง เนื่องด้วยในกลุ่มตลาดอาชีพอิสระมีคู่แข่งจำนวนมาก ดังนั้น การทำอาชีพอิสระต้องมีความเก่ง มีไหวพริบในการแก้ไขปัญหา เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่มักเลือกจ้างงานจากการพูดปากต่อปากหรือการรีวิว กว่าที่ลูกค้าจะควักเงินจ้างงานแต่ละครั้ง พวกเขาต้องมั่นใจแล้วว่า ผู้รับงานนั้นจะมีความเป็นมืออาชีพ สามารถสร้างผลงานได้ตรงใจและตอบโจทย์ตามความต้องการได้มากที่สุด อีกทั้งกลุ่มลูกค้าบางคนที่เคยร่วมงานกับคนนี้แล้ว โอกาสที่จะเปลี่ยนใจไปจ้างคนอื่นเป็นไปได้ยากมาก เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ

ส่วนพนักงานประจำ แน่นอนว่าก็ต้องมีการปรับตัวและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เนื่องด้วยมีเด็กจบใหม่ หรือเด็กไฟแรงหัวกะทิเยอะมาก มีโอกาสเข้ามาแทนที่พนักงานประจำคนเก่าได้ง่าย ฉะนั้น จะเห็นได้ว่า พนักงานประจำหรืออาชีพอิสระล้วนมีความเสี่ยงที่ต้องยอมรับให้ได้ หากคุณคาดหวังความก้าวหน้า หรือค่าตอบแทน ทางที่ดีควรทำทั้งพนักงานประจำและอาชีพอิสระควบคู่กันไป จะทำให้คุณมีรายได้สองทาง มีความมั่นคงและทางเลือกมากขึ้น  และใช้โอกาสนี้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงาน เมื่อไหร่ที่อาชีพเสริมเริ่มมีความมั่นคง มีรายได้เข้าแน่นอนทุกเดือนจึงค่อยพิจารณาการออกมาทำอาชีพอิสระหรือประกอบธุรกิจส่วนตัวในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในช่วงนี้

บทความแนะนำ

สรุป

ท้ายนี้หวังว่า บทความนี้เป็นคำตอบให้ทุกคนได้ว่า ระหว่าง พนักงานประจำ กับ อาชีพอิสระ แบบไหนดีกว่ากัน!? ถึงแม้การเลือกทำทั้งสองอาชีพควบคู่กันไปจะรู้สึกเหนื่อยล้า แต่เชื่อได้เลยว่าผลลัพธ์หรือปลายทางความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอน ส่วนใครที่กำลังมองหางานที่มั่นคงในตอนนี้ สามารถหางาน สมัครงานผ่านเว็บไซต์ของเราได้ โดยทำการสมัครสมาชิก และฝากประวัติ Resume ส่วนหนึ่งเพื่อให้สามารถหางานภายในเว็บไซต์ได้ง่าย และอีกส่วนเป็นการเปิดช่องทางให้บริษัทต่าง ๆ ค้นหา Resume ของคุณเจอพร้อมทำการติดต่อเรียกสัมภาษณ์ในทันที โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องติดต่อสมัครงานก่อน เพิ่มโอกาสได้งานอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

JOBKUB

ฝากความคิดเห็น